วันที่ 11 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่ได้มีกระแสข่าวแพร่ปรากฏออกมาซึ่งในกรณีว่ามีน้ำท่วมขังบนตามผิวถนนในแถบบริเวณใกล้พื้นที่รอบพระปฐมเจดีย์ ส่งผลให้ต่างมีความวิตกกังวลใจว่า อาจกระทบกระเทือนถึงความมั่นคงแข็งแรงขององค์พระปฐมเจดีย์ (เมื่อวันที่ 10 ก.ย.2564) นั้น ผู้สื่อข่าวรายงาน ล่าสุด (11 ก.ย.วันนี้) โดย ร.ต.ท.สัณฐิติ ธรรมใจ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.นครปฐม ชี้แจงว่า ด้วยเหตุนี้ทางจังหวัดนครปฐมโดยนายสุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ ผวจ.นครปฐม ได้เรียกประชุมก่อนสั่งการมอบหมายให้หน่วยงาน ปภ.จังหวัดนครปฐม ชวนเชิญเรียกหน่วยงานรัฐในฐานะที่เกี่ยวข้องปัญหาน้ำท่วม และผู้แทนกรมศิลปากร เพื่อมาร่วมหารือถึงปัญหาผลกระทบจากเหตุน้ำท่วมเพื่อติดตามสถานการณ์หากเกิดความเสียหายด้วย ตามกรณีแนวทางแก้ไขน้ำท่วมแบบบูรณาการในเขตพื้นที่อำเภอเมืองนครปฐม ทั้งนี้ปรากฏว่าผลสรุปหลังประชุมมี ดังนี้ “จากสาเหตุการที่เกิดน้ำท่วมที่ผ่านมาคือ (1.) เมื่อวันที่ 31 ส.ค. และ 1 ก.ย. 64 เกิดฝนตกหนักทำให้น้ำท่วมผิวจราจรในเขตเทศบาลนครนครปฐม ทำให้ผิวจราจรโดยรอบๆองค์พระฯ มีน้ำท่วมขังผิวจราจรของรถในถนนราชวิถี และถนนซ้ายพระในคืนตั้งแต่เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม และบ่ายวันที่ 1 กันยายน ซึ่งน้ำฝนท่วมอยู่วันละประมาณเพียงไม่เกิน 1 ชม.ก็ลดลงไปหมดสิ้น (1.2 สำหรับสาเหตุทำน้ำท่วมเพราะเกิดเหตุโดยมีต้นไม้ใหญ่ล้มขวางคลอง (เจดีย์บูชา) ซึ่งเป็นคลองระบายน้ำลงไล่ไปลงแม่น้ำท่าจีน จึงเป็นอุปสรรคต่อการไหลเวียนเป็นเหตุให้ระดับน้ำในคลองสูงขึ้น ประกอบกับในห่วงระยะวันดังกล่าวนั้น พบว่ามีปริมาณฝนตกในพื้นที่อำเภอเมืองฯ ประมาณ 104 มิลลิเมตร จึงมีปริมาณน้ำมากและระบายไม่ทัน ทั้งนี้ต่อมาทางเทศบาลนครปฐม ได้นำเรือออกตรวจสอบลำคลองซึ่งปรากฏพบว่า เจอต้นไม้ใหญ่บังเอิญล้มหล่นไปกีดขวางคลองระบายน้ำ จึงได้ตัดชำแหละแล้วนำขึ้นทิ้งไปเพื่อให้น้ำไหลเวียนได้ตามปกติ” ร.ต.ท.สัณฐิติ ธรรมใจ หน.สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.นครปฐม เผยต่อว่า สำหรับมาตรการแนวทางที่ (2.แก้ไขปัญญาน้ำท่วมขังเขตในเมืองในระยะเร่งด่วนคือ ทำการลอกท่อระบายน้ำข้างถนนให้รวมไปถึงบริเวณรอบๆ องค์พระปฐมเจดีย์ด้วย อาทิ ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเขตพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมรวม 18 จุดไว้ในบริเวณส่วนองค์พระปฐมเจดีย์ อีกจำนวน 2 จุด “นอกจากนี้ได้ประสานขอแรงมาช่วยสนับสนุนด้านเครื่องสูบน้ำระยะไกล (จาก ปภ.เขต 1 ปทุมธานี) 3 เครื่อง เข้าติดตั้งในบริเวณย่านริมถนนเพชรเกษม โดยมีกรมชลประทาน ช่วยติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำในคลองจระเข้น้อย จำนวน 4 เครื่อง เพื่อเร่งระบายน้ำฝนตอนตกหนักจนทำให้น้ำคลองสูงขึ้น พร้อมวางระบบเครือข่ายไว้เพื่อมีแจ้งข่าวเหตุน้ำท่วมโดยมีชุดเคลื่อนที่เร็วในปัญหาดังกล่าว” “ทั้งนี้โดยท้ายที่สุด คือ ขณะนี้ด้านกรมทางหลวงซึ่งอยู่ระหว่างการออกแบบขยายถนนเพชรเกษม (ช่วงลาดปลาเค้า- ราชบุรี)ด้วย ที่ออกแบบให้สามารถช่วยระบบระบายน้ำอย่างมีประสิทธิภาพขึ้นแบบการบูรณาการ ในฐานะเครือข่ายเฝ้าระวังสถานการณ์ปัญหาของเมืองนครนครปฐม ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ในฐานะชุดปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็วเพื่อแก้เหตุน้ำท่วมในระยะยาวต่อไป”