ชาวบ้าน และนักเรียนที่โรงเรียนบ้านหนองโอนหนองฮาง อ.เมือง จ.อุดรธานี ทนไม่ไหวถือป้ายประท้วงขับไล่ผอ.โรงเรียน อ้างดูถูกชาวบ้านว่าเห็นแก่เงินและเข้ากับชาวบ้านในชุมชนไม่ได้ ผอ.ขับรถเข้ามาโรงเรียนเจอชาวบ้านเจอจะจะ เปิดแมสโต้กันวุ่นกับชาวบ้าน พร้อมแจงชาวบ้านไม่ได้มีพฤติกรรมอย่างที่ชาวบ้านคิด พากันคิดไปเองพร้อมขู่ฟ้องชาวบ้านที่มาขับไล่วันนี้ ก่อนกลับถูกชาวบ้านโห่ไล่อีก รองผอ.เขตพื้นที่ฯ เดินทางมารับหนังสือจากชาวบ้าน พร้อมสืบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริง
วันนี้ (4 ส.ค.64) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่โรงเรียนบ้านหนองโอนหนองฮาง ต.เชียงพิณ อ.เมือง จ.อุดรธานี นายมนัส แก้วสีดา ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 บ้านหนองโอน-หนองฮาง พร้อมด้วยชาวบ้านและนักเรียนจำนวนหนึ่งได้ถือป้ายประท้วง น.ส.ณัฏฐพิชา บุนนท์ ผอ.โรงเรียนบ้านหนองโอนหนองฮาง พร้อมกับตะโกนไล่ผอ.ออกไปๆ โดยชาวบ้านบอกว่า ตั้งแต่ผอ.หญิงคนนี้ย้ายเข้ามาเป็นผอ.โรงเรียนบ้านหนองโอนหนองฮางตั้งแต่วันที 24 ก.พ.64 สร้างความแตกแยกในโรงเรียน และเข้ากับชุมชนและชาวบ้านไม่ได้ดูถูกชาวบ้านว่าเห็นแก่เงิน
โดยนายมนัส แก้วสีดา ผู้ใหญ่บ้าน เปิดเผยว่า โรงเรียนแห่งนี้เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก มีโรงเรียนมาตั้งแต่ก่อตั้งหมู่บ้านปีพ.ศ.2464 มีผู้บริหารมาหลายคนไม่เคยมีใครเป็นแบบนี้ ผอ.คนนี้เข้ากับชุมชนไม่ได้ ชาวบ้านและนักเรียนเองก็เลยมาขับไล่ให้ทางหน่วยงานต้นสังกัดย้ายไปที่อื่น มูลเหตุเกิดขึ้นมาจากเนื่องจากวันที่ 16 มิถุนายนที่ผ่านมา มีการประชุมผู้ปกครองนักเรียน เพื่อรับเงินค่าอุปกรณ์การเรียนฟรี 15 ปี ตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งท่านผู้อำนวยการก็บอกกับชาวบ้านว่า ทำไมชาวบ้านเห็นแก่เงินกันจังจะมารับเงินอย่างเดียวเหรอไม่อยากจะฟังเรื่องอื่นด้วยรึ ตอนนั้นตนก็อยู่ด้วย ตนก็กล่าวชี้แจงกับผอ.ไปว่าผู้ปกครองที่มาวันนี้มาเพื่อรับเงิน ส่วนการบริหารการจัดการโรงเรียนก็เป็นหน้าที่ของผอ.ที่จะจัดการ ตอนนั้นชาวบ้านก็ไม่พอใจและกำลังจะรวมตัวกันขับไล่ตั้งแต่วันนั้น แต่ตนก็ได้ห้ามปรามไว้ก่อนเพราะมีคนจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีปัญหาเข้ากับครูในโรงเรียนไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นผู้บริหารมีแต่สั่งๆ และยังมีการไล่ออกครูอัตราจ้างที่ชาวบ้านเรี่ยไรเงินมาเป็นค่าจ้างให้ครูเดือนละ 5,000 กว่าบาทเพื่อมาช่วยสอนเด็กอนุบาล เพราะเรารู้ว่าครูมีจำนวนจำกัด ชาวบ้านจึงพากันจ้างครูเองแต่ผอ.คนนี้ก็ปลดครูอัตราจ้างคนนี้ออกไป
และย้อนไปเมื่อวันที่ 24 ก.พ.64 ตอนผู้อำนวยการมารับตำแหน่งใหม่ๆ ตนติดงานสำคัญต้องไปร่วมงานต้อนรับเอกอัครราชทูตเวียดนาม ที่แหล่งประวัติศาสตร์โฮจิมินห์ จึงมอบหมายให้รองประธานคณะกรรมการโรงเรียนกับคณะกรรมการโรงเรียนให้การต้อนรับผู้อำนวยการที่เพิ่งย้ายมาใหม่ เมื่อเสร็จงานต้อนรับที่โฮจิมิน ก็รีบมาที่โรงเรียนพร้อมกับกล่าวขอโทษผู้อำนวยการที่มาช้า แต่ผู้อำนวยการลับพูดมาคำหนึ่งว่า “หนูไม่ได้้ตั้งใจมา ที่มาเป็นผอ.ที่โรงเรียนนี้ หนูโรงเรียนใหญ่ๆ เพราะฉะนั้นที่หนูมานี่นั้นที่มาเป็นผอ.เพราะผู้ใหญ่ส่งมา” ฟังแล้วก็อดกลั่นในใจทำไมพูดแบบนี้ และตั้งแต่แกย้ายมาเป็นผู้อำนวยการไม่มีความเป็นมิตรกับครูและผู้ใต้บังคับบัญชา แม้กระทั่งนักเรียนและชาวบ้าน ก็ไม่เป็นมิตร ทั้งนี้อยากให้ผู้อำนวยการท่านนี้รีบย้ายออกไปจากโรงเรียนนี้และฝากถึงผู้อำนวยการเขต 1 หากจะมีผู้อำนวยการคนนี้ตนและชาวบ้านยืนยันไม่ต้อนรับ
ขณะที่เกิดเหตุการณ์วุ่นๆ เกิดขึ้นในขณะที่ชาวบ้านและนักเรียนถือป้ายประท้วงผอ.เพื่อรอให้ตัวแทนของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเขต 1 อุดรธานีมารับหนังสือจากชาวบ้านอยู่นั้น ปรากฏว่า น.ส.ณัฏฐพิชา บุนนท์ ผอ.โรงเรียนบ้านหนองโอนหนองฮาง ได้ขับรถปิคอัพเข้ามาที่โรงเรียนพอดี ชาวบ้านเห็นชาวบ้านถือป้ายประท้วงตัวเอง ก็เดินดุ่มๆ ไปหาชาวบ้านพร้อมเปิดแมสออกโชว์หน้าจะจะ พร้อมแนะนำตัวและถามชาวบ้านว่า ดิฉันน.ส.ณัฏฐพิชา บุนนท์ ผอ.โรงเรียนบ้านหนองโอนหนองฮาง มีปัญหาอะไรถามดิฉันได้ ขณะที่ชาวบ้านท่านหนึ่งบอกว่า เราไม่เอาผอ.ค่ะ ผอ.บอกว่าชาวบ้านเห็นแก่เงิน เชิญผอ.ออกไปที่โรงเรียนอื่นขณะที่ผอ.ก็ชี้แจงกับชาวบ้านว่า ดิฉันเดินทางมารับตำแหน่งวันที่ 24 ก.พ.64 จากนั้นไปผ่าตัดไส้ติ่ง ก็ได้มาโรงเรียนอยู่บ้างและบางครั้งก็ไปราชการที่เขต ส่วนที่ชาวบ้านร้องว่าดิฉันเป็นอย่างโน้นอย่างนี้ไม่เป็นความจริง ตอนนี้ไปแจ้งความกับผู้ที่กล่าวหาดิฉันแล้วที่สภ.เมืองอุดรธานี
ขณะที่มีคุณตาท่านหนึ่งเดือดสุดทน เดินไปหาผอ.
บอกมาโรงเรียน 5 โมงมาลงสองโมงเช้าได้ไงแล้วไม่ค่อยมาโรงเรียน ผมมาโรงเรียนมารับหลานทุกวัน พวกผมไม่ได้เอาผิดผอ.นะ แต่ผอ.มาทำพฤติกรรมแบบนี้กับชาวบ้านตั้งแต่ตนเองโตมาไม่เคยเจอผอ.แบบนี้มาก่อน ย้ายออกไปซะครับ ขณะที่ชาวบ้านอีกคนบอกว่า มาอยู่ต้นปีท่านก็สร้างความวุ่นวายในโรงเรียนและชาวบ้านแล้ว ท่านไม่เคยยกมือไหว้แม้แต่ผู้ปกครองนักเรียนแล้วท่านพูดได้ไงไปว่าชาวบ้านเห็นแก่เงิน ที่ไหนมันดีกว่าผอ.ก็ย้ายไปเถอะในเมื่อชาวบ้านไม่เอาแล้ว ชาวบ้านไม่ต้องการคำชี้แจงอะไรอีกแล้ว โดยขณะที่ชาวบ้านพูดอยู่นั้นผอ.ก็ยังเปิดแมสเดินเข้าไปหา ทั้งๆ ที่ชาวบ้านทุกคนพากันใส่แมสเพื่อป้องกันโควิดกันทุกคน ช่วงขณะหนึ่งผอ.จะเดินขึ้นรถเด็กนักเรียนได้เดินเข้ามาขอไมค์จากผอ. ผอ.ก็มองกลับไปที่หน้าเด็กบอกว่า อย่าเพิ่งนะค่ะผอ.คุยกับกล้องอยู่ ต่อมาชาวบ้านได้ยื่นหนังสือร้องเรียนผ่านนายศุภชัย ศรีหาใต้ รองผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเขต 1 และขณะที่ผอ.เดินขึ้นไปรถปิคอัพเพื่อเดินทางออกจากโรงเรียนปรากฎว่าทั้งชาวบ้านและนักเรียนพากันโห่ไล่
ทางด้านนายพรชัย โพคันโย ผอ.สพป.อุดรธานี เขต 1 เปิดเผยผ่านโทรศัพท์กับผู้สื่อข่าวว่าว่า เรื่องการร้องเรียนผู้อำนวยการท่านนี้ทางเขตพื้นที่การศึกษาอุดรธานีเขต 1 ได้รับเรื่องแล้วและอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยทางเขตได้รับเรื่องร้องเรียนจำนวน 11 เรื่อง เช่น การบริหารงาน ความขัดแย้ง ตอนนี้อยู่ระหว่างการตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงอยู่ ตอนนี้ติดเพียงทาผู้ถูกร้องเรียนคือผู้อำนวยการยังไม่มาให้ข้อมูลกับทางคณะกรรมการสืบสวน ซึ่งคณะกรรมการได้ชี้แจงกลับไปยังผู้อำนวยการแล้วว่าให้เข้าพบภายใน 15 วันซึ่งตอนนี้ผ่านมา 7 วัน ผอ.ยังไม่เข้าไปชี้แจงกับทางสำนักงานเขตฯ ขอชี้แจงผ่านสื่อมวลชนว่า “หากผู้อำนวยการบริหารโรงเรียนแล้วทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชา นักเรียนและชาวบ้านที่อยู่รอบข้างเคียงไม่มีความสุข ผู้อำนวยการก็ไม่สามารถที่จะบริหารงานโรงเรียนนี้ได้ต่อไป” อย่างไรก็ดีหากผลการสอบสวนมีมูลความผิดจริงทางเราก็จะดำเนินการย้ายผอ. ออกจากพื้นที่
วันนี้ (4 ส.ค.64) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่โรงเรียนบ้านหนองโอนหนองฮาง ต.เชียงพิณ อ.เมือง จ.อุดรธานี นายมนัส แก้วสีดา ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 บ้านหนองโอน-หนองฮาง พร้อมด้วยชาวบ้านและนักเรียนจำนวนหนึ่งได้ถือป้ายประท้วง น.ส.ณัฏฐพิชา บุนนท์ ผอ.โรงเรียนบ้านหนองโอนหนองฮาง พร้อมกับตะโกนไล่ผอ.ออกไปๆ โดยชาวบ้านบอกว่า ตั้งแต่ผอ.หญิงคนนี้ย้ายเข้ามาเป็นผอ.โรงเรียนบ้านหนองโอนหนองฮางตั้งแต่วันที 24 ก.พ.64 สร้างความแตกแยกในโรงเรียน และเข้ากับชุมชนและชาวบ้านไม่ได้ดูถูกชาวบ้านว่าเห็นแก่เงิน
โดยนายมนัส แก้วสีดา ผู้ใหญ่บ้าน เปิดเผยว่า โรงเรียนแห่งนี้เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก มีโรงเรียนมาตั้งแต่ก่อตั้งหมู่บ้านปีพ.ศ.2464 มีผู้บริหารมาหลายคนไม่เคยมีใครเป็นแบบนี้ ผอ.คนนี้เข้ากับชุมชนไม่ได้ ชาวบ้านและนักเรียนเองก็เลยมาขับไล่ให้ทางหน่วยงานต้นสังกัดย้ายไปที่อื่น มูลเหตุเกิดขึ้นมาจากเนื่องจากวันที่ 16 มิถุนายนที่ผ่านมา มีการประชุมผู้ปกครองนักเรียน เพื่อรับเงินค่าอุปกรณ์การเรียนฟรี 15 ปี ตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งท่านผู้อำนวยการก็บอกกับชาวบ้านว่า ทำไมชาวบ้านเห็นแก่เงินกันจังจะมารับเงินอย่างเดียวเหรอไม่อยากจะฟังเรื่องอื่นด้วยรึ ตอนนั้นตนก็อยู่ด้วย ตนก็กล่าวชี้แจงกับผอ.ไปว่าผู้ปกครองที่มาวันนี้มาเพื่อรับเงิน ส่วนการบริหารการจัดการโรงเรียนก็เป็นหน้าที่ของผอ.ที่จะจัดการ ตอนนั้นชาวบ้านก็ไม่พอใจและกำลังจะรวมตัวกันขับไล่ตั้งแต่วันนั้น แต่ตนก็ได้ห้ามปรามไว้ก่อนเพราะมีคนจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีปัญหาเข้ากับครูในโรงเรียนไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นผู้บริหารมีแต่สั่งๆ และยังมีการไล่ออกครูอัตราจ้างที่ชาวบ้านเรี่ยไรเงินมาเป็นค่าจ้างให้ครูเดือนละ 5,000 กว่าบาทเพื่อมาช่วยสอนเด็กอนุบาล เพราะเรารู้ว่าครูมีจำนวนจำกัด ชาวบ้านจึงพากันจ้างครูเองแต่ผอ.คนนี้ก็ปลดครูอัตราจ้างคนนี้ออกไป
และย้อนไปเมื่อวันที่ 24 ก.พ.64 ตอนผู้อำนวยการมารับตำแหน่งใหม่ๆ ตนติดงานสำคัญต้องไปร่วมงานต้อนรับเอกอัครราชทูตเวียดนาม ที่แหล่งประวัติศาสตร์โฮจิมินห์ จึงมอบหมายให้รองประธานคณะกรรมการโรงเรียนกับคณะกรรมการโรงเรียนให้การต้อนรับผู้อำนวยการที่เพิ่งย้ายมาใหม่ เมื่อเสร็จงานต้อนรับที่โฮจิมิน ก็รีบมาที่โรงเรียนพร้อมกับกล่าวขอโทษผู้อำนวยการที่มาช้า แต่ผู้อำนวยการลับพูดมาคำหนึ่งว่า “หนูไม่ได้้ตั้งใจมา ที่มาเป็นผอ.ที่โรงเรียนนี้ หนูโรงเรียนใหญ่ๆ เพราะฉะนั้นที่หนูมานี่นั้นที่มาเป็นผอ.เพราะผู้ใหญ่ส่งมา” ฟังแล้วก็อดกลั่นในใจทำไมพูดแบบนี้ และตั้งแต่แกย้ายมาเป็นผู้อำนวยการไม่มีความเป็นมิตรกับครูและผู้ใต้บังคับบัญชา แม้กระทั่งนักเรียนและชาวบ้าน ก็ไม่เป็นมิตร ทั้งนี้อยากให้ผู้อำนวยการท่านนี้รีบย้ายออกไปจากโรงเรียนนี้และฝากถึงผู้อำนวยการเขต 1 หากจะมีผู้อำนวยการคนนี้ตนและชาวบ้านยืนยันไม่ต้อนรับ
ขณะที่เกิดเหตุการณ์วุ่นๆ เกิดขึ้นในขณะที่ชาวบ้านและนักเรียนถือป้ายประท้วงผอ.เพื่อรอให้ตัวแทนของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเขต 1 อุดรธานีมารับหนังสือจากชาวบ้านอยู่นั้น ปรากฏว่า น.ส.ณัฏฐพิชา บุนนท์ ผอ.โรงเรียนบ้านหนองโอนหนองฮาง ได้ขับรถปิคอัพเข้ามาที่โรงเรียนพอดี ชาวบ้านเห็นชาวบ้านถือป้ายประท้วงตัวเอง ก็เดินดุ่มๆ ไปหาชาวบ้านพร้อมเปิดแมสออกโชว์หน้าจะจะ พร้อมแนะนำตัวและถามชาวบ้านว่า ดิฉันน.ส.ณัฏฐพิชา บุนนท์ ผอ.โรงเรียนบ้านหนองโอนหนองฮาง มีปัญหาอะไรถามดิฉันได้ ขณะที่ชาวบ้านท่านหนึ่งบอกว่า เราไม่เอาผอ.ค่ะ ผอ.บอกว่าชาวบ้านเห็นแก่เงิน เชิญผอ.ออกไปที่โรงเรียนอื่นขณะที่ผอ.ก็ชี้แจงกับชาวบ้านว่า ดิฉันเดินทางมารับตำแหน่งวันที่ 24 ก.พ.64 จากนั้นไปผ่าตัดไส้ติ่ง ก็ได้มาโรงเรียนอยู่บ้างและบางครั้งก็ไปราชการที่เขต ส่วนที่ชาวบ้านร้องว่าดิฉันเป็นอย่างโน้นอย่างนี้ไม่เป็นความจริง ตอนนี้ไปแจ้งความกับผู้ที่กล่าวหาดิฉันแล้วที่สภ.เมืองอุดรธานี
ขณะที่มีคุณตาท่านหนึ่งเดือดสุดทน เดินไปหาผอ.
บอกมาโรงเรียน 5 โมงมาลงสองโมงเช้าได้ไงแล้วไม่ค่อยมาโรงเรียน ผมมาโรงเรียนมารับหลานทุกวัน พวกผมไม่ได้เอาผิดผอ.นะ แต่ผอ.มาทำพฤติกรรมแบบนี้กับชาวบ้านตั้งแต่ตนเองโตมาไม่เคยเจอผอ.แบบนี้มาก่อน ย้ายออกไปซะครับ ขณะที่ชาวบ้านอีกคนบอกว่า มาอยู่ต้นปีท่านก็สร้างความวุ่นวายในโรงเรียนและชาวบ้านแล้ว ท่านไม่เคยยกมือไหว้แม้แต่ผู้ปกครองนักเรียนแล้วท่านพูดได้ไงไปว่าชาวบ้านเห็นแก่เงิน ที่ไหนมันดีกว่าผอ.ก็ย้ายไปเถอะในเมื่อชาวบ้านไม่เอาแล้ว ชาวบ้านไม่ต้องการคำชี้แจงอะไรอีกแล้ว โดยขณะที่ชาวบ้านพูดอยู่นั้นผอ.ก็ยังเปิดแมสเดินเข้าไปหา ทั้งๆ ที่ชาวบ้านทุกคนพากันใส่แมสเพื่อป้องกันโควิดกันทุกคน ช่วงขณะหนึ่งผอ.จะเดินขึ้นรถเด็กนักเรียนได้เดินเข้ามาขอไมค์จากผอ. ผอ.ก็มองกลับไปที่หน้าเด็กบอกว่า อย่าเพิ่งนะค่ะผอ.คุยกับกล้องอยู่ ต่อมาชาวบ้านได้ยื่นหนังสือร้องเรียนผ่านนายศุภชัย ศรีหาใต้ รองผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเขต 1 และขณะที่ผอ.เดินขึ้นไปรถปิคอัพเพื่อเดินทางออกจากโรงเรียนปรากฎว่าทั้งชาวบ้านและนักเรียนพากันโห่ไล่
ทางด้านนายพรชัย โพคันโย ผอ.สพป.อุดรธานี เขต 1 เปิดเผยผ่านโทรศัพท์กับผู้สื่อข่าวว่าว่า เรื่องการร้องเรียนผู้อำนวยการท่านนี้ทางเขตพื้นที่การศึกษาอุดรธานีเขต 1 ได้รับเรื่องแล้วและอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยทางเขตได้รับเรื่องร้องเรียนจำนวน 11 เรื่อง เช่น การบริหารงาน ความขัดแย้ง ตอนนี้อยู่ระหว่างการตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงอยู่ ตอนนี้ติดเพียงทาผู้ถูกร้องเรียนคือผู้อำนวยการยังไม่มาให้ข้อมูลกับทางคณะกรรมการสืบสวน ซึ่งคณะกรรมการได้ชี้แจงกลับไปยังผู้อำนวยการแล้วว่าให้เข้าพบภายใน 15 วันซึ่งตอนนี้ผ่านมา 7 วัน ผอ.ยังไม่เข้าไปชี้แจงกับทางสำนักงานเขตฯ ขอชี้แจงผ่านสื่อมวลชนว่า “หากผู้อำนวยการบริหารโรงเรียนแล้วทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชา นักเรียนและชาวบ้านที่อยู่รอบข้างเคียงไม่มีความสุข ผู้อำนวยการก็ไม่สามารถที่จะบริหารงานโรงเรียนนี้ได้ต่อไป” อย่างไรก็ดีหากผลการสอบสวนมีมูลความผิดจริงทางเราก็จะดำเนินการย้ายผอ. ออกจากพื้นที่