หากเอ่ยชื่อไทยยูเนี่ยน สำหรับแวดวงธุรกิจนักลงทุนแล้วคงเป็นที่รู้จักกันดี เพราะไทยยูเนี่ยน หรือบริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป (จำกัด) มหาชน หรือที่นักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์เรียนกันติดปากว่า ทียู (TU) คือบริษัทอาหารรายใหญ่ของบ้านเราที่นับว่าเป็นผู้ผลิตอาหารทะเล top 5 ของโลก สำหรับคนทั่วไปที่ชื่อไทยยูเนี่ยนอาจจะไม่ได้คุ้นหูนัก แต่ถ้าเอ่ยชื่อ ซีเล็คทูน่า ก็ต้องร้องอ๋อกันแทบทุกคน นอกจากนี้ ไทยยูเนี่ยนยังเป็นเจ้าของแบรนด์ต่างๆ ทั้งในประเทศทางฝั่งยุโรปและอเมริกา อย่าง King Oscar จากประเทศนอร์เวย์ซึ่งมีวางจำหน่ายทั่วโลก John West ในประเทศอังกฤษ Petit Navire ในประเทศฝรั่งเศส Mareblu ในประเทศอิตาลี Rügen Fisch ในประเทศเยอรมัน Chicken of the Sea ในสหรัฐอเมริกา สำหรับประเทศไทย นอกจากซีเล็ค แล้วไทยยูเนี่ยนก็ยังมีอาหารทะเลแช่แข็ง และอาหารพร้อมทาน คิวเฟรช ที่เพิ่งรีแบรนด์ไปเมื่อเร็วๆ นี้ และ OMG Meat โปรตีนทางเลือกในรูปแบบอาหารพร้อมทาน มีจำหน่ายตามซุปเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป จะเห็นได้ว่าไทยยูเนี่ยนเริ่มขยับเข้าสู่ตลาดโปรตีนทางเลือก เพิ่มผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของบริษัทให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่มองหาอาหารเพื่อสุขภาพที่หลากหลายและเพิ่มโปรตีนจากพืชในมื้ออาหาร ซึ่งเป็นจุดที่น่าสนใจของไทยยูเนี่ยนที่ก้าวจากผู้ผลิตอาหารแบบดั้งเดิมที่แปรรูปต่างๆ อาหารกระป๋อง อาหารแช่แข็งและแช่เย็น มาเป็นธุรกิจตอบโจทย์ในเรื่องของสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี ซึ่งในช่วงปีที่ผ่านมา เราจะเห็นบริษัทยักษ์ใหญ่ต่างๆ ประกาศกลยุทธ์ธุรกิจห้าปีข้างหน้า ในส่วนของไทยยูเนี่ยนก็เช่นกัน ไทยยูเนี่ยนประกาศกลยุทธ์ธุรกิจ 5 ปี โดยชู “Healthy Living, Healthy Oceans” ขึ้นมา พร้อมแผนธุรกิจที่มีการขยับจากผู้ผลิตอาหารมาเป็นผู้ที่ดูแลสุขภาพและความเป็นอยู่ของผู้คน ตลอดจนใส่ใจสิ่งแวดล้อม โดยไม่ได้ละทิ้งธุรกิจเดิม แต่จะยิ่งเสริมทัพให้มั่นคงแข็งแรงและต่อยอดในธุรกิจใหม่ๆ ที่เพิ่มมูลค่าด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางอาหารขั้นสูง ธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวเรือใหญ่แห่งไทยยูเนี่ยน อธิบายว่า “เราวางแผนกลยุทธ์ไปจนถึงปี 2568 โดยตั้งต้นจากแนวคิด Healthy Living, Healthy Oceans เป็นการสร้างกลยุทธ์จากเทรนด์ระยะยาวของผู้บริโภคทั่วโลกที่มองหาอาหารที่ดีต่อสุขภาพและมีความยั่งยืน ในขณะเดียวกันก็ตอบโจทย์ในเรื่องความสะดวกในการซื้อหา จัดเตรียมและปรุงได้ง่าย ซึ่งในส่วนธุรกิจหลักของเรา เรามีแผนที่จะเสริมกำลังให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น การลงทุนของเราจะมองในเรื่องการนำเทคโนโลยี ออโตเมชั่น เข้ามาช่วยในการเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตให้ก้าวทันอนาคต รวมถึงสร้างแบรนด์ต่างๆ ของเราให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น” ไทยยูเนี่ยนมีโครงการนำร่อง “โรงงานแห่งอนาคต” ซึ่งเป็นโรงงานผลิตปลาทูน่ากระป๋อง โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการแปรรูปเนื้อปลา นอกจากนี้ยังมี culinary project ที่รวมการผลิตสินค้าอาหารพร้อมทานที่มีอยู่ในโรงงานสามแห่งของบริษัทเข้าด้วย เป็นโรงงานผลิตอาหารสำเร็จรูปแช่แข็งพร้อมทาน เพื่อรองรับกำลังการผลิตที่มากขึ้น คาดว่าจะแล้วเสร็จในปีหน้า “เรายังเดินหน้าในส่วนธุรกิจใหม่ๆ ที่ต่อยอดและเพิ่มมูลค่า ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี จากนี้จะได้เห็นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคในเรื่องสุขภาพมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงผลิตภัณฑ์โปรตีนทางเลือก เราได้ลงทุนในธุรกิจส่วนประกอบอาหารหรืออินกรีเดียน โดยภายใต้บริษัท ไทยยูเนี่ยน อินกรีเดียนท์ ซึ่งเราต่อยอดวัตถุดิบจากธุรกิจหลักของเราคือปลาทูน่า เป็นน้ำมันปลาทูน่าบริสุทธิ์ ผงแคลเซียมจากกระดูกปลาทูน่า โปรตีนไฮโดรไลเสสและคอลลาเจนเปปไทด์ และเรายังมี บริษัท ไทยยูเนี่ยน ไลฟ์ไซเอนซ์ ซึ่งจะต่อยอดธุรกิจอินกรีเดียนท์ แต่เป็นแบบ B2C ขายปลีกให้กับผู้บริโภคโดยตรงในรูปแบบอาหารเสริมเพื่อสุขภาพ” ปัจจุบัน ไทยยูเนี่ยนมีโรงงานน้ำมันปลาทูน่า โรงแรกเป็นโรงสกัดน้ำมันปลาทูน่า อยู่ที่สมุทรสาคร อีกโรงคือโรงกลั่นน้ำมันปลาทูน่าบริสุทธิ์ที่ประเทศเยอรมัน ภายใต้บริษัท ไทยยูเนี่ยน อินกรีเดียนท์นี้เองยังมีไลน์การผลิตผงแคลเซียมจากกระดูกปลาทูน่า และบริษัทฯ กำลังลงทุนในโรงงานผลิตโปรตีนไฮโดรไลเสสและคอลลาเจนเปปไทด์ในประเทศไทย ท่ามกลางกระแสการเติบโตของธุรกิจสตาร์ทอัพ ไทยยูเนี่ยนถึงแม้จะเป็นบริษัทใหญ่ซึ่งมีศูนย์นวัตกรรมซึ่งมีนักวิจัยมากกว่าร้อยชีวิตเป็นของตัวเอง แต่ก็เห็นความสำคัญของฟู้ดเทคสตาร์ทอัพ โดยบริษัทเองได้ตั้ง Corporate Venture Capital ขึ้นในปี 2562 เป็นจำนวน 30 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยส่วนนี้บริษัทได้ตั้งเป้าใช้ลงทุนในบริษัทสตาร์ทอัพ ด้านโปรตีนทางเลือก อาหารฟังก์ชั่น และเทคโนโลยีชีวภาพ ตลอดจนเทคโนโลยีใหม่ๆ ในห่วงโซ่คุณค่าอาหารที่จะมาช่วยพัฒนาธุรกิจให้ก้าวไกลไปข้างหน้า มาถึงจุดนี้เราพอจะเห็นภาพของบริษัทที่เมื่อสี่สิบกว่าปีก่อนเริ่มต้นจากการเป็นผู้ผลิตปลากระป๋อง ที่ได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในธุรกิจอาหารทะเล และเส้นทางที่จะนำธุรกิจให้เป็นมากกว่าอาหารและนำไปสู่การนำเสนอ Healthy Living ให้กับผู้บริโภค อีกส่วนที่สำคัญไม่แพ้กันในกลยุทธ์ของไทยยูเนี่ยนก็คือส่วนของ Healthy Oceans นั่นเอง เพราะไทยยูเนี่ยนตั้งต้นธุรกิจจากอาหารทะเล การดูแลท้องทะเลให้อุดมสมบูรณ์จึงเป็นอีกสิ่งที่บริษัทให้ความสำคัญมากในการดำเนินธุรกิจ ในการทำงานด้านความยั่งยืนเพื่อความอุดมสมบูรณ์ของมหาสมุทร ไทยยูเนี่ยนมีหลักการและกลยุทธ์ที่ชัดเจน ที่เรียกว่า SeaChange® โดยวางกรอบการทำงานด้านความยั่งยืนของธุรกิจอาหารทะเลเพื่อผลักดันให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรม ตามแนวทางเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนโดยสหประชาชาติ โดยเฉพาะข้อที่ 2 ขจัดความหิวโหย ข้อที่ 8 การจ้างงานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ ข้อที่ 13 การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและข้อที่ 14 การใช้ประโยชน์จากมหาสมุทรและทรัพยากรทางทะเล ไทยยูเนี่ยนเน้นความโปร่งใสเป็นหัวใจสำคัญของการทำงานด้านความยั่งยืน บริษัทย้ำถึงความสามารถในการตรวจสอบย้อนกลับได้ หรือที่เรียกกันว่า traceability ในห่วงโซ่อุปทาน จากการจับปลาไปจนถึงสินค้าที่ผู้บริโภครับประทาน จะมีการรายงานอย่างเปิดเผยถึงขั้นตอนต่างๆ อย่างโปร่งใส แม้จะเป็นบริษัทระดับโลก แต่ไทยยูเนี่ยนย้ำเสมอว่าการพัฒนาอย่างยั่งยืนไม่สามารถทำงานเพียงลำพังได้ หากต้องการให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน จะต้องอาศัยความร่วมมือในระดับนานาชาติกับทุกภาคส่วนให้เกิดขึ้น บทบาทของไทยยูเนี่ยนในเวทีโลก จะเห็นได้ว่าไทยยูเนี่ยนเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้งของ International Seafood Sustainability Foundation และ Seafood Business for Ocean Stewardship ซึ่งมีส่วนสำคัญในการเป็นเวทีขับเคลื่อนความยั่งยืนทั่วทั้งอุตสาหกรรม และไทยยูเนี่ยนยังได้สมาชิกคณะกรรมการดำเนินงาน ของ Global Dialogue on Seafood Traceability ซึ่งเป็นข้อตกลงระหว่าง 60 บริษัททั่วทั้งห่วงโซ่อุปทานอาหารทะเล ว่าด้วยมาตรฐานการตรวจสอบย้อนกลับจากทะเลสู่การขายเป็นครั้งแรก ไทยยูเนี่ยนยังได้มีโครงการต่างๆ เพื่อส่งเสริมความยั่งยื่นของท้องทะเล หลักใหญ่ใจความเป็นการพัฒนาการประมงเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีการจับปลามากเกินไป และแหล่งที่มาของปลานั้นเป็นการประมงที่ได้รับการรับรองจากมาตรฐานอย่าง Marine Stewardship Council หรือที่เรียกกันว่า MSC ซึ่งเป็นป็นมาตรฐานด้านการประมงอย่างยั่งยืนที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก ซึ่งช่วยลดผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเล บริษัทฯ ยังมีความร่วมมือกับองค์กรอนุรักษ์ธรรมชาติ The Nature Conservancy ในการทำงานด้านความโปร่งใสของห่วงโซ่อุปทานในการจัดหาปลาทูน่าในเรือประมงทั่วโลก ซึ่งผลการดำเนินด้านความยั่งยืนนี้ ไทยยูเนี่ยนได้ออกสินเชื่อที่อัตราดอกเบี้ยได้เชื่อมโยงกับการดำเนินงานด้านความยั่งยืน