หนุ่มขอนแก่น สุดงง ส่งกล้วยแดงอินโด กับ ปณ.แต่ปลายทางได้รับแค่ตะกร้า ทวงถามเรื่องเงียบไร้การเยียวยา พร้อมระบุเป็นเจ้าหน้าที่ทำ ให้ไปไล่ตรวจสอบเอง
เมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 1 ก.ค.64 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ที่ไอดินฟาร์ม ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 241 ม.12 บ.ผักหนาม ต.หนองกุงใหญ่ อ.กระนวน จ.ขอนแก่น เพื่อพบกับนายธวัชชัย ตองอ่อน เจ้าของฟาร์มฯ ซึ่งได้ร้องเรียนกับสื่อมวลชนเพื่อเป็นกระบอกเสียงส่งถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ออกมาแสดงรามรับผิดชอบ ภายหลังจากใช้ระบบขนส่งของบริษัทไปรษณีย์ไทย ส่งต้นกล้วยด่าง จาก อ.กระนวน ไปยังลูกค้าที่ จ.สุโขทัย แต่เมื่อถึงปลายทางพบเพียงตระกร้าโดยกล้วยแดงอินโด ที่อยู่ภายในได้สูญหายไป คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวม 30,000 บาท
นายธวัชชัย ตองอ่อน เจ้าของไอดินฟาร์ม จ.ขอนแก่น กล่าวว่า ฟาร์มฯได้ทำการเพาะพันธุ์กล้วยด่างและกล้วยตระกูลต่างๆ ในกลุ่มพืชสวยงามและกลุ่มไม้ประดับ ส่งจำหน่ายให้กับลูกค้าตามการสั่งซื้อ โดยกลุ่มกล้วยด่าง และกล้วยพันธุ์ชนิดต่างๆ ได้รับความนิยมอย่างมากในระยะนี้ทำให้มีลูกค้าติดต่อมาซื้อกล้วยด่างและกล้วยสายพันธุ์แดงอินโด กับทางฟาร์มอย่างต่อเนื่อง และใช้บริการผ่านระบบขนส่งของ บ.ไปรษณีย์ไทย จำกัด ทุกครั้ง เนื่องจากมีระบบการขนส่งในกลุ่มต้นไม้และพันธุ์ไม้ ที่สะดวก รวดเร็ว และมั่นใจในการให้บริการ จนทำให้กลุ่มผู้ค้าและนักซื้อไม้ประดับแทบทุกชนิดใช้บริการอย่างบ่อยครั้ง แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกิดขึ้นเมื่อ 2 วันที่ผ่านมา ที่มีลูกค้าสั่งซื้อกล้วยด่างและกล้วยแดงอินโด กับทางฟาร์ม จำนวน 3 ราย ซึ่งตนเองได้ทำการบรรจุหีบห่อ และคลุมทับด้วยตระกร้าอีกชั้นอย่างแน่หนา ตามที่บริษัทไปรษณีย์ไทยกำหนด และทำการส่งต้นทางคือที่ ไปรษณีย์ไทยสาขากระนวน มีการชั่งน้ำหนักและตรวจสอบสินค้าอย่างครบถ้วนทั้ง 3 รายการ และมีการถ่ายภาพต้นกล้วย และ การบรรจุหีบห่อ รวมไปถึงสลิปการส่งจากต้นทางไปให้กับลูกค้าที่ปลายทางอย่างครบถ้วน
“ ลูกค้าที่สั่งซื้อกล้วยแดงอินโด ที่ จ.สุโขทัย ซึ่งมีราคา 30,000 บาท ในกลุ่มไซค์เล็ก ได้โทรศัพท์และวีดีโอคอลมาแจ้งว่าสินค้าที่สั่งซื้อไปนั้นไม่มีของ คือ พนักงานไปรษณีย์ส่งให้แต่ตระกร้า ภายในไม่มีต้นกล้วยแดงอินโด ตามที่ได้สั่งซื้อ ซึ่งผมก็ไม่เชื่อและ งง อย่างมาก เพราะจำขั้นตอนการหีบห่อได้ แต่กล่องและตระกร้าที่ส่งให้กับลูกค้าปลายทาง มีร่องรอยการแกะและมีการผูกเชือกมาใหม่อย่างชัดเจน จึงได้แจ้งกับลูกค้าว่าตระกร้าและกล่องที่บรรจุต้นกล้วยไปนั้นถูกแกะ ทำให้ลูกค้าไม่รับสินค้าและส่งสินค้ากลับคืนมาที่ต้นทาง และเมื่อวานที่ผ่านมา ( 30 มิ.ย.) ผมได้รับตระกร้าคืนและกลับไปสอบถามที่ ปณ.กระนวน เพื่อตรวจสอบก็พบว่าสิ่งของทั้ง 3 รายการที่ส่งจากต้นทางคือที่ ปณ.กระนวน รับไปนั้นครบถ้วน แต่เมื่อถึงปลายทางพบว่าน้ำหนักเฉพาะที่ส่งไป จ.สุโขทัย หายไป 200 กรัม ซึ่งก็คือต้นกล้วยแดงอินโดของผม”
นายธวัชชัย กล่าวต่ออีกว่า ของที่หายไปนั้นไม่ร็ไปหายที่ใด เพราะ ปณ.ต้นทางคือที่ กระนวน แจ้งว่าส่งสิ่งของไปครบตามจำนวน ทั้ง 3 รายการและน้ำนักครบถ้วน อาจจะหายไปช่วงของการกระจายสินค้า ตามศูนย์กระจายสินค้า ทั้งที่ขอนแกน หรือสุโขทัย หรือหายไประบบขนส่ง ซึ่งตนเองก็ได้ทำเรื่องเพื่อสอบถามเพื่อให้ บริษัทฯได้รับผิดชอบ ก็ได้รับคำตอบในเบื้องต้นว่าสามารถชดใช้ได้ 2,000 บาทตามระเบียบที่ ปณ.กำหนด แต่หีบห่อ ที่ส่งไปนั้นชำรุดเสียหายเพียงเล็กน้อย ก็จะขอชดเชยตามค่าความเสียหาย ซึ่งก็ได้แจ้งไปว่ากล้วยด่างอินโด ที่ส่งนี้นั้นราคา 30,000 บาทจะชดใช้อย่างไร เจ้าหน้าที่แจ้งว่าให้ไปตรวจสอบเองว่าหายจุดใด ใครเอาไป
“ ผมนำเรื่องไปแจ้งความที่ สภ.กระนวน ได้รับคำตอบว่า เหตุการณ์ไม่ได้เกิดขึ้นที่ อ.กระนวน ไม่สามารถรับแจ้งความได้ ต้องให้เจ้าหน้าที่ ปณ.ตรวจสอบว่า หายที่ใด จุดใด อำเภอใด จึงจะสามารถเดินทางไปแจ้งความในพื้นที่ที่เกิดเหตุได้ ซึ่งจนถึงวันนี้ ทาง ปณ.ก็ไม่ได้ให้ความช่วยเหลือหรือตรวจสอบใดๆให้ผมเลย ซึ่งโดยส่วนตัวมั่นใจว่าพนักงานของ ปณ.เป็นคนก่อเหตุเพราะขั้นตอนการส่งทั้งหมดอยู่ในการกำกับควบคุมของ ปณ.ไทย ทั้งระบบ อีกทั้งหีบห่อที่บรรจุกล้วยแดงอินโดนั้นก็ถูกแกะออกและมัดอกใหม่ชัดเจน เพราะลูกค้าปลายทางไม่ขอรับสินค้าและถ่ายภาพรวมทั้งวีดีโอคอลสภาพสินค้ามาให้ดูอย่างครบถ้วนด้วย”
นายธวัชชัย กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า กลุ่มผู้ค้าพันธุ์ไม้ ทั้งตระกูลกล้วย หรือพืชมงคล หรือพืชประดับสวนงาม เริ่มไม่มั่นใจในระบบการขนส่งของ ปณ.ไทยแล้ว เพราะกลุ่มพันธุ์ไม้เหล่านี้มีราคาแพงและมีสิ่งของชำรุด เสียหายและหาย อย่างต่อเนื่อง ตนเองจึงกล้าที่จะออกมาเปิดเผยและพูดความจริง เพื่อให้ทาง ปณ.ออกาแสดงความรับผิดชอบ หรือหากไม่รับผิดชอบให้ตรวจสอบว่าเจ้าหน้าที่คนใดขโมยไป เพื่อที่จะได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย อย่างไรก็ตามขณะนี้กลุ่มผู้ค้าได้ปรับเปลี่ยนการขนส่งใหม่ด้วยการนำส่งสินค้าด้วยตนเองถึงที่หรือนัดแนะกับลูกค้าคนละครึ่งทาง เนื่องจากเป็นสินค้าที่มีราคาแพง และกังวลถึงการบริการของ ปณ.ไทย ว่าจะเกิดเหตุซ้ำรอยกับตนเองอีกหรือไม่
“ ลูกค้าที่สั่งซื้อกล้วยแดงอินโด ที่ จ.สุโขทัย ซึ่งมีราคา 30,000 บาท ในกลุ่มไซค์เล็ก ได้โทรศัพท์และวีดีโอคอลมาแจ้งว่าสินค้าที่สั่งซื้อไปนั้นไม่มีของ คือ พนักงานไปรษณีย์ส่งให้แต่ตระกร้า ภายในไม่มีต้นกล้วยแดงอินโด ตามที่ได้สั่งซื้อ ซึ่งผมก็ไม่เชื่อและ งง อย่างมาก เพราะจำขั้นตอนการหีบห่อได้ แต่กล่องและตระกร้าที่ส่งให้กับลูกค้าปลายทาง มีร่องรอยการแกะและมีการผูกเชือกมาใหม่อย่างชัดเจน จึงได้แจ้งกับลูกค้าว่าตระกร้าและกล่องที่บรรจุต้นกล้วยไปนั้นถูกแกะ ทำให้ลูกค้าไม่รับสินค้าและส่งสินค้ากลับคืนมาที่ต้นทาง และเมื่อวานที่ผ่านมา ( 30 มิ.ย.) ผมได้รับตระกร้าคืนและกลับไปสอบถามที่ ปณ.กระนวน เพื่อตรวจสอบก็พบว่าสิ่งของทั้ง 3 รายการที่ส่งจากต้นทางคือที่ ปณ.กระนวน รับไปนั้นครบถ้วน แต่เมื่อถึงปลายทางพบว่าน้ำหนักเฉพาะที่ส่งไป จ.สุโขทัย หายไป 200 กรัม ซึ่งก็คือต้นกล้วยแดงอินโดของผม”
นายธวัชชัย กล่าวต่ออีกว่า ของที่หายไปนั้นไม่ร็ไปหายที่ใด เพราะ ปณ.ต้นทางคือที่ กระนวน แจ้งว่าส่งสิ่งของไปครบตามจำนวน ทั้ง 3 รายการและน้ำนักครบถ้วน อาจจะหายไปช่วงของการกระจายสินค้า ตามศูนย์กระจายสินค้า ทั้งที่ขอนแกน หรือสุโขทัย หรือหายไประบบขนส่ง ซึ่งตนเองก็ได้ทำเรื่องเพื่อสอบถามเพื่อให้ บริษัทฯได้รับผิดชอบ ก็ได้รับคำตอบในเบื้องต้นว่าสามารถชดใช้ได้ 2,000 บาทตามระเบียบที่ ปณ.กำหนด แต่หีบห่อ ที่ส่งไปนั้นชำรุดเสียหายเพียงเล็กน้อย ก็จะขอชดเชยตามค่าความเสียหาย ซึ่งก็ได้แจ้งไปว่ากล้วยด่างอินโด ที่ส่งนี้นั้นราคา 30,000 บาทจะชดใช้อย่างไร เจ้าหน้าที่แจ้งว่าให้ไปตรวจสอบเองว่าหายจุดใด ใครเอาไป
“ ผมนำเรื่องไปแจ้งความที่ สภ.กระนวน ได้รับคำตอบว่า เหตุการณ์ไม่ได้เกิดขึ้นที่ อ.กระนวน ไม่สามารถรับแจ้งความได้ ต้องให้เจ้าหน้าที่ ปณ.ตรวจสอบว่า หายที่ใด จุดใด อำเภอใด จึงจะสามารถเดินทางไปแจ้งความในพื้นที่ที่เกิดเหตุได้ ซึ่งจนถึงวันนี้ ทาง ปณ.ก็ไม่ได้ให้ความช่วยเหลือหรือตรวจสอบใดๆให้ผมเลย ซึ่งโดยส่วนตัวมั่นใจว่าพนักงานของ ปณ.เป็นคนก่อเหตุเพราะขั้นตอนการส่งทั้งหมดอยู่ในการกำกับควบคุมของ ปณ.ไทย ทั้งระบบ อีกทั้งหีบห่อที่บรรจุกล้วยแดงอินโดนั้นก็ถูกแกะออกและมัดอกใหม่ชัดเจน เพราะลูกค้าปลายทางไม่ขอรับสินค้าและถ่ายภาพรวมทั้งวีดีโอคอลสภาพสินค้ามาให้ดูอย่างครบถ้วนด้วย”
นายธวัชชัย กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า กลุ่มผู้ค้าพันธุ์ไม้ ทั้งตระกูลกล้วย หรือพืชมงคล หรือพืชประดับสวนงาม เริ่มไม่มั่นใจในระบบการขนส่งของ ปณ.ไทยแล้ว เพราะกลุ่มพันธุ์ไม้เหล่านี้มีราคาแพงและมีสิ่งของชำรุด เสียหายและหาย อย่างต่อเนื่อง ตนเองจึงกล้าที่จะออกมาเปิดเผยและพูดความจริง เพื่อให้ทาง ปณ.ออกาแสดงความรับผิดชอบ หรือหากไม่รับผิดชอบให้ตรวจสอบว่าเจ้าหน้าที่คนใดขโมยไป เพื่อที่จะได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย อย่างไรก็ตามขณะนี้กลุ่มผู้ค้าได้ปรับเปลี่ยนการขนส่งใหม่ด้วยการนำส่งสินค้าด้วยตนเองถึงที่หรือนัดแนะกับลูกค้าคนละครึ่งทาง เนื่องจากเป็นสินค้าที่มีราคาแพง และกังวลถึงการบริการของ ปณ.ไทย ว่าจะเกิดเหตุซ้ำรอยกับตนเองอีกหรือไม่