แทบไม่น่าเชื่อว่าโครงการ “ยิ่งใช้ยิ่งได้” ผ่าน “www.ยิ่งใช้ยิ่งได้.com” ที่รัฐบาลคลอดมาล่าสุด ในการดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 กลับไม่เป็นไปตามที่ตั้งใจไว้ โดยได้ให้ประชาชน “ลงทะเบียนรับสิทธิ” จากเป้าหมาย 4 ล้านคน โดยวันแรกของการเปิดให้ลงทะเบียน มีประชาชนลงทะเบียนไม่ถึง 3 แสนคน ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้บรรดาโครงการฯที่รัฐบาลคลอดออกมานั้น ต่างได้รับการตอบรับจากประชาชนแบบมืดฟ้ามัวดิน
ทั้งนี้ “น.ส.กุลยา ตันติเตมิท” ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ รัฐบาลจะสนับสนุนเป็นบัตรกำนัลอิเล็กทรอนิกส์ (e-Voucher) เมื่อประชาชนใช้จ่ายค่าสินค้าหรือบริการ ได้แก่ ค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป ค่าบริการนวด สปา ทำผมทำเล็บ (ไม่รวมถึงสลากกินแบ่งฯ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาสูบ น้ำมันและก๊าซสำหรับเติมยานพาหนะ บัตรกำนัล (Gift voucher) บัตรเงินสด (Gift card) และสินค้าหรือบริการที่เป็นการชำระค่าสินค้าหรือบริการล่วงหน้า) ผ่าน g-wallet บนแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.-30 ก.ย.2564 เวลา 06.00-23.00 น. โดยประชาชนสามารถตรวจสอบรายชื่อร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการได้ที่ www.ยิ่งใช้ยิ่งได้.com
สำหรับวงเงินใช้จ่ายที่จะนำมาคำนวณสิทธิ e-Voucher ไม่เกิน 60,000 บาทต่อคน ซึ่งยอดใช้จ่ายที่นำมาคำนวณสิทธิต้องไม่เกิน 5,000 บาทต่อคนต่อวัน และจะได้รับสิทธิ e-Voucher สะสมสูงสุดไม่เกิน 7,000 บาทต่อคน ตลอดระยะเวลาโครงการ โดยยอดใช้จ่ายตั้งแต่ 1-40,000 บาทแรก ได้รับ e-Voucher ร้อยละ 10 ของยอดใช้จ่าย แต่ไม่เกิน 4,000 บาทต่อคน และยอดใช้จ่ายตั้งแต่ 40,001-60,000 บาท ได้รับ e-Voucher ร้อยละ 15 ของยอดใช้จ่าย แต่ไม่เกิน 3,000 บาทต่อคน ซึ่งสิทธิ e -Voucher จะคืนเป็นวงเงินเข้าใน g-Wallet ทุกวันที่ 7 ของเดือนถัดไป
โดยสามารถใช้จ่ายด้วย e-Voucher ที่ร้านที่เข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันที่ 7 ส.ค.-31 ธ.ค.2564 โดยไม่สามารถแลกเป็นเงินสดได้ เช่น ยอดใช้จ่ายของเดือนก.ค.2564 จำนวน 20,000 บาท จะได้รับ e-Voucher ในวันที่ 7 ส.ค.2564 จำนวน 2,000 บาท เป็นต้น
ส่วน “ผู้ประกอบการร้านค้า” ที่สนใจเข้าร่วมโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้และมีคุณสมบัติเป็น ไปตามที่กำหนด ได้แก่ ร้านค้าทั่วไป ร้านอาหารและเครื่องดื่ม ร้านธงฟ้า ร้าน OTOP ผู้ประกอบการบริการนวด สปา ทำผมทำเล็บ ที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันที่ 14 มิ.ย.2564 เวลา 06.00 -22.00 น.เป็นต้นไป ผ่านเว็บไซต์ www.ยิ่งใช้ยิ่งได้.com หรือสาขาธนาคารกรุงไทย โดยจากข้อมูล ณ วันที่ 20 มิ.ย.2564 มีจำนวนผู้ประกอบการร้านค้าที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการกว่า 34,315 ราย
อย่างไรก็ตาม โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ ไม่เกี่ยวข้องกับมาตรการช้อปดีมีคืน ที่ให้หักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ ไม่เกิน 30,000 บาท ที่ได้ดำเนินการไปเมื่อช่วงปลายปี 2563 ประชาชนที่เคยเข้าร่วมโครงการช้อปดีมีคืน จะสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้
ด้านภาคเอกชนที่ร่วมโครงการฯ “บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน)” เผยว่า ได้เข้าร่วมมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ “โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้” โดยเปิดรับการใช้จ่ายเพื่อชำระสินค้าแก่ผู้ที่ลงทะเบียนใช้สิทธิโครงการตั้งแต่กรกฎาคม - ธันวาคมนี้ ซึ่งจะเป็นการใช้จ่ายผ่านกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์โดยภาครัฐ (G-Wallet) บนแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เพื่อรับบัตรกำนัลอิเล็กทรอนิกส์ (E – Voucher) สูงสุด 7,000 บาท โดยแม็คโคร ทุกสาขาจะติดตั้งแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” สำหรับอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้สิทธิ โดยการที่ แม็คโครเข้าร่วมโครงการครั้งนี้จะช่วยเพิ่มทางเลือกการจับจ่ายสินค้าจำเป็นอย่างคุ้มค่าให้กับผู้บริโภค ในช่วงที่ทุกคนต้องเผชิญกับความยากลำบากเช่นนี้ด้วย
นางมยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายส่งเสริมการตลาดและองค์กรสัมพันธ์ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์การค้ากลุ่มวันสยาม (OneSiam) ได้แก่ สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ พร้อมด้วยไอคอนสยาม กล่าวว่า เพื่อปลุกการใช้จ่ายผู้บริโภคในครึ่งปีหลังสอดรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐผ่านโครงการ "ยิ่งใช้ยิ่งได้" โดยมีคูปองอิเล็กทรอนิกส์ หรือ อี-วอยเชอร์ (e-voucher) คืนเงินสูงสุดไม่เกิน 7,000 บาท ซึ่งเปิดให้ลงทะเบียนใช้สิทธิ ตั้งแต่วานนี้ (21 มิ.ย.) และสามารถนำ อี-วอยเชอร์ไปใช้จ่ายได้ตั้งแต่เดือน ก.ค.-ธ.ค.2564 นั้น สยามพิวรรธน์ เชื่อว่ามาตรการดังกล่าวจะช่วยกระตุ้นการจับจ่ายให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจได้
ทั้งนี้ ได้จัดแคมเปญ "OneSiam ยิ่งใช้ยิ่งได้" ให้สิทธิประโยชน์เพิ่มเติมผู้ร่วมโครงการที่มาจับจ่ายภายใน สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ ขณะที่ไอคอนสยามจัดแคมเปญ "ไอคอนสยาม ยิ่งใช้ยิ่งได้" เมื่อใช้จ่ายผ่านจี-วอลเล็ต ในแอปพลิเคชันเป๋าตัง ซื้อสินค้าที่ร้านค้าภายในศูนย์ฯ ที่เข้าร่วมโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ของภาครัฐ ครบ 5,000 บาท ขึ้นไป แลกรับสยามกิฟต์การ์ดมูลค่า 500 บาท สำหรับใช้ซื้อสินค้าในร้านค้าที่ร่วมรับสยามกิฟต์การ์ดตั้งแต่ 1,000 บาท ขึ้นไปต่อหนึ่งใบเสร็จ สามารถแลกรับสิทธิได้คนละ 1 สิทธิต่อวัน จำกัดจำนวนคนละ 2 สิทธิตลอดรายการระหว่างวันที่ 1 ก.ค.-31 ส.ค. ซึ่งได้เตรียมสยามกิฟต์การ์ดไว้ 4,500 สิทธิตลอดรายการ
"หากคำนวณมูลค่าเมื่อลูกค้าที่มาจับจ่ายผ่านโครงการยิ่งช้อปยิ่งได้ ที่วันสยาม จากปกติจะได้รับคูปองอิเล็กทรอนิกส์ คืนเงินสูงสุดไม่เกิน 7,000 บาทต่อคน ตามเงื่อนไขที่ภาครัฐประกาศแล้ว ยังสามารถรับสยามกิฟต์การ์ดเพิ่มเมื่อมาใช้จ่ายผ่านโครงการ ณ ร้านค้าที่ร่วมรายการในศูนย์การค้ากลุ่มวันสยาม และไอคอนสยาม โดยจะได้รับสยามกิฟต์การ์ดเพิ่มอีกมูลค่าสูงสุด 1,000 บาทต่อคน รวมเพิ่มมูลค่าการจับจ่ายสูงสุด 8,000บาท ต่อคน"
เชื่อว่าการที่เราจับมือกันทุกภาคส่วน จะทำให้เรา “ผ่านพ้นวิกฤติโควิด-19 ไปได้”