เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่18 มิ.ย. 64 ที่บริเวณ ชั้น 23 อุทยานการเรียนรู้และหอชมเมืองสมุทรปราการ หอการค้าจังหวัดสมุทรปราการ จัดเวทีเสวนาเรื่องความร่วมมือระหว่าง หอการค้าจังหวัดสมุทรปราการ สภาอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรปราการ และ ผู้ผลิตสินค้าในจังหวัดสมุทรปราการ กับกรมราชทัณฑ์สมุทรปราการ โดยมี นายชนม์สวัสดิ์อัศวเหม ประธานหอการค้าจังหวัดสมุทรปราการ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นางสาวนันทิดา แก้วบัวสาย นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ นางสาวชนม์ทิดา อัศวเหม เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ และนายโฆษิต สุวินิจจิต ประธานคณะอนุกรรมการเพื่อศึกษาแนวทางการจัดตั้งนิคมอุสาหกรรมราชทัณฑ์จังหวัดสมุทรปราการ นางสาว สาธิกา สามศรี ผ.อกลุ่มงานกลุ่มวิชาชีพกรมราชภัณฑ์ ตลอดจน เจ้าหน้าที่สภาอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรปราการ ตัวแทนผู้ผลิตสินค้าในจังหวัดสมุทรปราการ เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์สมุทรปราการ และคณะสื่อมวลชน เข้าร่วมรับฟังการเสวนา
ในครั้งนี้ เพื่อนำสินค้าของกรมราชทัณฑ์ การหางาน สร้างอาชีพให้กับผู้พ้นโทษ ด้วยการเรียนรู้วิชาชีพในเรือนจำ เมื่อพ้นโทษออกมามีโรงงาน มีอาชีพที่รองรับ สามารถพึ่งพาตัวเองได้ ตามความถนัดในแต่ละสาย รวมถึงนำผู้พักโทษ นำร่องสร้างอาชีพตามแต่โรงงาน และอุตสาหกรรมที่ขาดแคลนแรงงานด้วยการติดกำไล EM ให้กับผู้พักโทษที่ออกมาทำงาน
โดยนายโฆษิต สุวินิจจิต ประธานคณะอนุกรรมการฯ กล่าวว่าในเรื่องดังกล่าวนั้นได้เคยจัดเสาวนาภาคประชาชนไปแล้ว ได้รับการตอนสนองเป็นอย่างดีว่าเป็นโครงการที่ดี นิด้าโพล ได้ทำโพลไปแล้ว ปรากฎว่าน่าจะเป็นโครงการแรกๆของรัฐมีความเห็นด้วยประมาณ90% โดยจะดำเนินการที่จังหวัดสมุทรสาคร และสมุทรปราการ ยังไม่รู้ว่าจะที่ใดก่อน
ส่วนเหตุผลที่ว่าทำไมต้องเร่งดำเนินการในเรื่องนี้ เรือนจำทั้งหมดในประเทศไทยเราจุได้ประมาณ2แสนคนและช่วงที่เราได้เข้ามาศึกษา มียอดมากถึง390,000 คน นั่นก็คือความจำเป็นเพราะที่ไม่พอ ส่วนคนที่ออกไปแล้วผิดซ้ำกลับมาก็มีถึง 30%ภายใน3ปี สถิติการพัฒนาต่างๆเช่นการฝึกงาน และอื่นๆ รวมทั้งให้ผู้ต้องขังฝึกงาน แต่ยอดเข้าไปในเรือนจำเพิ่มขึ้น324% ก็ทำให้เห็นว่าวิธีแบบเดิม ไม่น่าจะดี ปัญหาใหญ่คือเมื่อออกจากคุกไปแล้ว สังคมไม่ยอมรับ สังคมเกิดความกลัวบ้างรังเกียจบ้าง
ดังนั้นทุกสาขาอาชีพต่างก็มีสิทธิผิดพลาดทางกฎหมายได้ แต่ความสามารถไม่ได้หายไปตามการรับโทษ ดังนั้น คนเหล่านี้ควรได้รับโอกาส หลังจากการเสวนาได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของผู้ร่วมประชุม เพื่อหารือผลักดันให้จังหวัดสมุทรปราการ จัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมราชทัณฑ์จังหวัดสมุทรปราการ สำเร็จเป็นที่แรกของประเทศ อย่างไรก็ตามสำหรับผู้พักโทษจำนวน 1,000 คน ที่จะนำร่องออกมาในเดือนกันยายนนี้ ทางบริษัท โรงงาน อุตสาหกรรม ที่ขาดคนในสายงานต่างๆ ก็ประสานเข้ามาได้ที่ นายยุทธนา นาคเรืองศรี ผู้บัญชาการเรือนจำกลางสมุทรปราการ
ในครั้งนี้ เพื่อนำสินค้าของกรมราชทัณฑ์ การหางาน สร้างอาชีพให้กับผู้พ้นโทษ ด้วยการเรียนรู้วิชาชีพในเรือนจำ เมื่อพ้นโทษออกมามีโรงงาน มีอาชีพที่รองรับ สามารถพึ่งพาตัวเองได้ ตามความถนัดในแต่ละสาย รวมถึงนำผู้พักโทษ นำร่องสร้างอาชีพตามแต่โรงงาน และอุตสาหกรรมที่ขาดแคลนแรงงานด้วยการติดกำไล EM ให้กับผู้พักโทษที่ออกมาทำงาน
โดยนายโฆษิต สุวินิจจิต ประธานคณะอนุกรรมการฯ กล่าวว่าในเรื่องดังกล่าวนั้นได้เคยจัดเสาวนาภาคประชาชนไปแล้ว ได้รับการตอนสนองเป็นอย่างดีว่าเป็นโครงการที่ดี นิด้าโพล ได้ทำโพลไปแล้ว ปรากฎว่าน่าจะเป็นโครงการแรกๆของรัฐมีความเห็นด้วยประมาณ90% โดยจะดำเนินการที่จังหวัดสมุทรสาคร และสมุทรปราการ ยังไม่รู้ว่าจะที่ใดก่อน
ส่วนเหตุผลที่ว่าทำไมต้องเร่งดำเนินการในเรื่องนี้ เรือนจำทั้งหมดในประเทศไทยเราจุได้ประมาณ2แสนคนและช่วงที่เราได้เข้ามาศึกษา มียอดมากถึง390,000 คน นั่นก็คือความจำเป็นเพราะที่ไม่พอ ส่วนคนที่ออกไปแล้วผิดซ้ำกลับมาก็มีถึง 30%ภายใน3ปี สถิติการพัฒนาต่างๆเช่นการฝึกงาน และอื่นๆ รวมทั้งให้ผู้ต้องขังฝึกงาน แต่ยอดเข้าไปในเรือนจำเพิ่มขึ้น324% ก็ทำให้เห็นว่าวิธีแบบเดิม ไม่น่าจะดี ปัญหาใหญ่คือเมื่อออกจากคุกไปแล้ว สังคมไม่ยอมรับ สังคมเกิดความกลัวบ้างรังเกียจบ้าง
ดังนั้นทุกสาขาอาชีพต่างก็มีสิทธิผิดพลาดทางกฎหมายได้ แต่ความสามารถไม่ได้หายไปตามการรับโทษ ดังนั้น คนเหล่านี้ควรได้รับโอกาส หลังจากการเสวนาได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของผู้ร่วมประชุม เพื่อหารือผลักดันให้จังหวัดสมุทรปราการ จัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมราชทัณฑ์จังหวัดสมุทรปราการ สำเร็จเป็นที่แรกของประเทศ อย่างไรก็ตามสำหรับผู้พักโทษจำนวน 1,000 คน ที่จะนำร่องออกมาในเดือนกันยายนนี้ ทางบริษัท โรงงาน อุตสาหกรรม ที่ขาดคนในสายงานต่างๆ ก็ประสานเข้ามาได้ที่ นายยุทธนา นาคเรืองศรี ผู้บัญชาการเรือนจำกลางสมุทรปราการ