วันนี้ (11 ต.ค.60) พลเอก ดนัย มีชูเวท ประธานคณะกรรมมาธิการเกษตรและสหกรณ์ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและศึกษาดูงานโรงรมควันยางพารา หมู่ที่ 9 ตำบลหนองบัว อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง โดยมีนายไชยา บุญญานุภาพ สหกรณ์จังหวัดระยอง หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และผู้นำสหกรณ์ต่างๆ ในจังหวัดระยองให้การต้อนรับ ณ ชุมนุมสหกรณ์จังหวัดระยอง จำกัด จังหวัดระยอง คณะกรรมาธิการฯ ได้ศึกษาดูงานถึงกระบวนการผลิตยางแผ่นรมควัน ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบไปจนถึงการนำสินค้าออกสู่ตลาด และดูกระบวนการบำบัดน้ำเสีย โดยมีนายเรวัตร์ แสงวารินทร์ ผู้จัดการโรงรมควันฯ ให้คำอธิบายในทุกขั้นตอน โครงการสร้างโรงรมควันยางพาราเพื่อรักษาเสถียรภาพยางพาราและเพิ่มมูลค่าการผลิต เกิดจากการผลักดันของสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางพาราในจังหวัดระยอง ที่ต้องการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางให้ได้รับความเป็นธรรมด้านราคา เนื่องจากจังหวัดระยองมีพื้นที่ปลูกยางพารา ประมาณ 744,708 ไร่ มากที่สุดในภาคตะวันออก เป็นพื้นที่ปลูกยางพาราของสมาชิกสถาบันเกษตรกร ประมาณ 262,700 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 35.27 ของพื้นที่ปลูกยางพาราของจังหวัดระยองที่เหลือเป็นของเกษตรกรทั่วไป จากอดีตถึงปัจจุบันราคาผลผลิตตกต่ำจากปัญหาด้านการตลาด ดังนี้ 1.ตลาดยางพาราถูกกำหนดราคาโดยพ่อค้าท้องถิ่นที่กำหนดราคาเอาเปรียบเกษตรกรส่งผลให้มูลค่าที่เกษตรกรได้รับต่ำกว่ามูลค่าที่ควรจะเป็น ส่วนตลาดประมูลยางท้องถิ่นที่รัฐดำเนินการยังไม่มีในจังหวัดระยอง แต่ตลาดอื่นที่มีอยู่ก็มีมาตรฐานการดำเนินงานที่ต่างกันไปทั้งในด้านคุณภาพ บุคลากร และประสิทธิภาพการดำเนินงาน 2.ตลาดกลางยางพาราไทยระดับประเทศเป็นเพียงตลาดซื้อขายยางแผ่นดิบและยางรมควันโดยวิธีประมูลและห้องยางชนิดต่างๆ เป็นการซื้อขายเฉพาะสมาชิกห้องค้าเท่านั้น จึงไม่เป็นระบบสากลที่เชื่อมกับต่างประเทศ ทำให้การซื้อขายยางพาราต้องอิงราคาในตลาดโลก ทั้งที่ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ของโลก 3.ตลาดยางพารายังไม่เป็นระบบสากลในลักษณะตลาดซื้อขายล่างหน้า มีแต่ตลาดที่มีการส่งมอบกันจริงเท่านั้น ส่งผลให้ประเทศไทยซึ่งเป็นผู้ผลิตยางรายใหญ่ของโลกไม่มีบทบาทชี้นำราคาในเวทีการค้าโลก 4.ทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมยางสวนทางกับการเติบโตของเกษตรกรและองค์กรเกษตรชาวสวนยาง เพราะที่ผ่านมารัฐเน้นการสนับสนุนในภาคธุรกิจและภาคอุตสาหกรรมที่มีบทบาทมากกว่าการสนับสนุนในภาคการผลิตอย่างชัดเจน เห็นได้จากการเข้ามามีบทบาทของอุตสาหกรรมในขั้นตอนการผลิตการแปรรูปของเกษตรกรลดลง เน้นให้ขายน้ำยางมากขึ้น ส่งผลให้เกษตรกรหันมาผลิตน้ำยางสด เพื่อตอบสนองความต้องการในภาคอุตสาหกรรม จึงไม่ให้ความสำคัญในการสนับสนุนสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกร และองค์กรชาวสวนบางให้มีบทบาทในการพัฒนาการตลาดและอุตสาหกรรมมากขึ้น จากสภาพปัญหาและความต้องการดังกล่าวทำให้สถาบันเกษตรกรในจังหวัดระยอง (สหกรณ์/กลุ่มเกษตรกร) มีแนวคิดที่จะให้เกษตรกรแก้ปัญหาด้วยตนเองโดยการแปรรูปเพิ่มมูลค่าด้วยการรมควันและอัดก้อนยางพาราก่อนนำไปจำหน่าย ทั้งนี้ ต้องมีโรงงานรมควันพร้อมอุปกรณ์ที่จำเป็นในการดำเนินงาน จึงมอบหมายให้ชุมนุมสหกรณ์จังหวัดระยอง จำกัดเป็นผู้แทนของสถาบันเกษตรกรในการดำเนินการ แต่เนื่องจากชุมนุมสหกรณ์ฯ ไม่มีเงินทุนในการก่อสร้างจึงได้จัดทำโครงการเพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากจังหวัดระยอง ผ่านสำนักงานสหกรณ์จังหวัดระยอง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1.เพื่อแก้ปัญหาราคายางพาราที่ยั่งยืนในระยะยาว 2.เพื่อพัฒนาการตลาดยางพาราไทยให้เป็นระบบสากลในลักษณะตลาดซื้อขายล่วงหน้า มีตลาดที่มีการส่งมอบกันจริง ส่งผลให้ประเทศไทยซึ่งเป็นประเทศผู้ผลิตยางรายใหญ่ของโลกมีบทบาทในการชี้นำราคายางพาราในเวทีการค้าโลก 3.เพื่อพัฒนาให้สถาบันเกษตรกร(สหกรณ์/กลุ่มเกษตรกร) ซึ่งเป็นองค์กรของเกษตรกรชาวสวนยางเกิดความเข้มแข็ง สามารถผลิตแปรรูปและทำการตลาดยางพาราได้ จังหวัดระยอง เห็นว่าโครงการดังกล่าวเป็นประโยชน์กับเกษตรกรชาวสวนยางจึงได้อนุมัติงบประมาณตามแผนพัฒนาจังหวัดระยอง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2557 ให้สำนักงานสหกรณ์จังหวัดระยองดำเนินการ งบประมาณรวม 23,400,000 บาท เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จจะส่งมอบให้ชุมนุมสหกรณ์จังหวัดระยอง จำกัด เป็นผู้บริหารจัดการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการต่อไป