ดนตรี / รุ่งฟ้า ลิ้มหัสนัยกุล
เห็นข่าว ซีแอตเทิล ซาวน์เดอร์ส ทีมฟุตบอลเมืองซีแอตเทิลของสหรัฐอเมริกา เปิดตัวเสื้อแข่งฤดูกาลใหม่ (2021) ที่ได้แรงบันดาลใจจากเทพมือกีตาร์ผู้ล่วงลับอย่าง จิมมี เฮนดริกซ์ แล้วก็ทำให้คิดถึงความสัมพันธ์ของกีฬากับดนตรีในแง่มุมอื่น ซึ่งอย่างแรกที่แวบเข้ามาในหัวอย่างรวดเร็วคือ ภาพนักมวยที่มาจับไมค์ออกอัลบั้มอย่าง ออสการ์ เดอ ลาโฮยา, เขาทราย แกแล็กซี่ และ สามารถ พยัคฆ์อรุณ (ฮา)
จากนั้นก็เปิดค้นดูตามเว็บต่างๆ กวาดตาดูคร่าวๆ มีหลายบทความเขียนถึงนักดนตรีที่มีอดีตเป็นนักกีฬาอยู่จำนวนไม่น้อย หลายคนมีแค่เพลงสองเพลง และหลายคนก็มีเป็นอัลบั้ม บางคนล้มเหลว และหลายคนประสบความสำเร็จ เลือกมาให้อ่านกันนิดๆ หน่อยๆ เอาชื่อคนที่พอเป็นที่รู้จัก
คนแรกเป็นควอร์เตอร์แบ็คระดับตำนานของ เอ็นเอฟแอล และ พิตต์สเบิร์ก สตีเลอร์ส อย่าง เทอรี่ แบรดชอว์ ที่ออกอัลบั้มตั้งแต่ปี 1976 เป็นงานคัฟเวอร์เพลงของ แฮงค์ วิลเลี่ยมส์ มีเพลงติดอันดับ 19 ในชาร์ทคันทรี่ และมีตามมาอีก 3 ชุดด้วยกัน อาจไม่ประสบผลสำเร็จมากเท่ากับการขว้างลูก แต่ก็เรียกว่าไม่เลวทีเดียวสำหรับมือสมัครเล่น
เทียบกับ แบรดชอว์ แล้ว ตัวรับอย่าง ไมค์ รีด กลับประสบความสำเร็จมากกว่า เพราะเพลง "Stranger in My House" ที่ขับร้องโดย รอนนี่ มิลแซ็ป คว้ารางวัลแกรมมี่ในฐานะนักแต่งเพลงเมื่อปี 1984 เขามีเพลงฮิทอันดับ 1 ถึง 12 เพลงด้วยกัน รีด ได้รับเกียรติเข้าหอเกียรติยศนักแต่งเพลงของ แนชวิลล์ นอกจากนั้น เขายังมีอัลบั้มส่วนตัวออกมา 3 ชุด ซึ่งชุดล่าสุดออกมาเมื่อปี 2012 และมี “Walk on Faith” จากอัลบั้มแรก Turning for Home ติดอันดับ 1 ทั้งในอเมริกาและแคนาดา
แจ็ค จอห์นสัน ชื่อนี้หลายคนรู้จักดีในฐานะนักร้องนักแต่งเพลงสายรักษ์โลก แต่ถ้าใครติดตามเขามาแต่ต้น จะรู้ว่าก่อนหน้าจะมาทำเพลง จอห์นสัน เป็นนักเซิร์ฟอายุน้อยที่สุดที่เข้ารอบสุดท้าย The Pipeline Master รายการใหญ่ของนักเซิร์ฟทั่วโลก ด้วยวัยเพียง 17 ปี แต่โชคร้าย เขาประสบอุบัติเหตุใหญ่จนต้องเลิกเล่น มาทำงานเพลงที่เขาสนใจไม่แพ้กัน และกลายเป็นนักร้อง-นักแต่งเพลงที่น่าจับตามองตั้งแต่อัลบั้มแรกจนถึงวันนี้
ตำนานคันทรีที่เพิ่งจากไปเมื่อปลายเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ชาร์ลี ไพรด์ เจ้าของรางวัลแกรมมี่, อเมริกัน มิวสิค อะวอร์ดส์, คันทรี่ มิวสิค แอสโซซิเอชั่น รวมทั้งรางวัลเกียรติยศในอาชีพอีกหลายสถาบัน เขาเคยเป็นพิทเชอร์ทีม เมมฟิส เร้ด ซ็อกซ์ และ เบอร์มิงแฮม แบล็ค บารอนส์ ในลีกเบสบอลของคนผิวดำ (Negro Leauge) เป็นระยะเวลาสั้นๆแค่ 5 ปี ก่อนก้าวมาประสบความสำเร็จยิ่งใหญ่ในแนชวิลล์นานหลายทศวรรษ
ฟากบาสเก็ตบอลมีหลายคนทีเดียวที่มาจับงานเพลง แต่ใช่ว่าทุกคนจะได้รับการยอมรับ เวย์แมน ทิสเดล อดีตนักบาสฯทีม ซาคราเมนโต คิงส์ และ ฟีนิกซ์ ซันส์ ที่หันมาใช้พรสวรรค์ทางดนตรีที่มี เป็นมือเบสวงแจ็ซซ์ มีผลงานออกมา 8 อัลบั้ม น่าเสียดายที่อายุสั้นไปหน่อย เขาเสียชีวิตด้วยอาการข้างเคียงจากการรักษามะเร็งกระดูกเมื่อปี 2009 อายุแค่ 44 ปีเท่านั้น
อีกคนที่ยังคงทำงานเพลงต่อเนื่องหลังเลิกเล่นบาสฯ ก็คือ ชาคิลล์ “แช็ค” โอ’นีล เซ็นเตอร์ร่างยักษ์ของทีม ลอส แอนเจลีส เลเคอร์ส และ ไมอามี ฮีท เจ้าของแหวนแชมป์ 4 สมัย, เป็นนักกีฬาทรงคุณค่า 3 ครั้ง และติดทีม เอ็นเอฟแอล ออลสตาร์ ถึง 15 ครั้ง แช็ค มีอัลบั้มแรปด้วยกัน 4 ชุด แล้วยังไปรับเชิญควบคุมวง เดอะ บอสตัน ป๊อป ออร์เคสตร้า เมื่อปี 2007 และโปรดิวซ์เพลงเต้นรำด้วย
ข้ามมาฝั่งฟุตบอลกันบ้าง ต้องมีชื่อ วินนี โจนส์ แน่นอน ฮาร์ดแมนคนนี้นอกจากจะแวะไปเล่นหนังแล้ว เขายังมีงานเขียน และทำเพลงออกมาให้ฟังกัน มี Respect เป็นอัลบั้มแรกและชุดเดียวในปี 2002 ไม่ประสบความสำเร็จเท่างานแสดง แต่เพลง “Bad, Bad Leroy Brown” ที่มาในสีสันดนตรีป๊อปย้อนยุค เสียงร้องกวนๆของเขาก็ทำให้เพลงมีเสน่ห์แปลกไม่เลว
คนสุดท้ายเป็นทั้งนักบอลและนักร้อง-นักแต่งเพลง และเป็นผู้หญิง เธอชื่อ เชลซี ไกรม์ส ในฐานะนักบอล เธอเคยสวมเบอร์ 10 เล่นให้ทีมหญิงของ ฟูแลม ปัจจุบันเล่นให้ ทรานเมียร์ โรเวอร์ส แอล.เอฟ.ซี. ในฐานะคนดนตรี นอกจากจะมีเพลงของตัวเอง (“Just Like That”) แล้ว เธอยังเขียนเพลงให้นักร้องดังๆหลายคน อาทิ ไคลี มิโนก, ดัว ลิปา, เคชา, ออลลี่ เมอร์ส และ เดอะ แซเทอร์เดย์ส ฯลฯ เรียกว่าไม่ธรรมดาเลยสำหรับสาว 28 จากเมืองลิเวอร์พูลคนนี้