ดนตรี / วรรณากร ทองเสริม
เช้าวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ดาฟต์ พังค์ วงที่ทำให้เพลงอิเล็กทรอนิกส์ในแบบ เฟรนช์ เฮาส์ กลายเป็นที่ชื่นชอบของคนจำนวนมาก ประกาศยุบวงด้วยการโพสต์คลิปสั้น ๆ ชื่อ Epilogue ที่ตัดมาจากหนังเรื่อง Electroma ของพวกเขาเมื่อปี 2549 บนหน้าเพจทางการของพวกเขา
เห็นแล้วก็รู้สึกเสียดายและพร้อมกันนั้นก็เลยคิดถึงศิลปินรุ่นใหม่ที่เคยเชื้อเชิญ ดาฟท์ พังค์ มาร่วมงานในฐานะแขกรับเชิญ ทั้งเพลง "Starboy” และ "I Feel It Coming” ก็ประสบความสำเร็จอย่างสูงทั้งในแง่ของความนิยม ยอดขายและเสียงวิจารณ์ ทำให้ชื่อของ เดอะ วีคเอนด์ กลายเป็นที่จดจำมากยิ่งขึ้น
ทั้งสองเพลงซึ่งมี ดาฟท์ พังค์ เป็นศิลปินรับเชิญนั้นรวมอยู่ในอัลบั้ม The Highlights ซึ่งเป็นงานชุดล่าสุดของ เดอะ วีคเอนด์ แต่ไม่ใช่งานใหม่ ถ้าพูดแบบบ้าน ๆ อัลบั้มนี้ก็คืองานรวมฮิตนั่นเอง
หากอัลบั้ม The Highlights อาจถูกมองว่าเป็นงานคั่นเวลาระหว่างพักรอผลงานใหม่ของเขาก็ไม่แปลก เพราะ เดอะ วีคเอนด์ เพิ่งมีผลงานชุด After Hours ออกมาเมื่อปีที่แล้ว และเมื่อมองจังหวะที่เขาปล่อยงานออกมาก็ต้องบอกว่าฉลาดมาก เพราะเป็นช่วงไล่เลี่ยกับที่เขาได้ขึ้นเวทีแสดงโชว์ช่วงพักครึ่งเวลาของการแข่งขันซูเปอร์โบว์ล ซึ่งเป็นเวทีที่มีผู้ชมนับล้านทั่วประเทศ เรียกว่าเป็นอีเว้นท์ที่ช่วยโปรโมทตัวเองและผลงานที่ดีที่สุด จึงไม่น่าแปลกใจ หาก เดอะ วีคเอนด์ จะมีแฟนเพลงเพิ่มมากขึ้นหลังจากยืนอยู่บนเวทีนั้น
The Highlights เปิดด้วยเพลงฮิตที่มาจากอัลบั้มล่าสุดของเขา (“Save Your Tears”, “Blinding Lights”) แล้วค่อย ๆ ย้อนกลับไปหาเพลงที่เก่ากว่านั้น โดยดึงเอาเพลงเด่น ๆ ในแต่ละช่วง แต่ละอัลบั้มมาใส่ไว้ ไม่ว่าจะเป็น “Can't Feel My Face”, "Satrboy”, “I Feel It Coming”, “Heartless” แต่แปลกใจนิดหน่อยที่เขาไม่ใส่เพลง "Prisoner" ที่ร่วมงาน ลานา เดลเรย์ ไว้ โดยเลือก "Love Me Harder” ที่มี อาเรียน่า กรันเด้ เป็นแขกรับเชิญมาแทน
เดอะ วีคเอนด์ เป็นศิลปินที่เติบโตมากับการทำมิกซ์เทป (ที่หมายถึงการทำเพลงโดยนำองค์ประกอบในเพลงของคนอื่นมาใช้ร่วมกับงานของตัวเอง ไม่ใช่การนำเพลงที่เราชอบมารวมกันไว้ในม้วนเทปหรือแผ่นซีดีตามความหมายดั้งเดิม) ก่อนหน้าที่จะมีผลงานเดี่ยวของตัวเองอย่างจริงจัง แต่น่าแปลกที่เขาไม่ได้ดัดแปลงหรือเพิ่มเติมเพลงเวอร์ชั่นพิเศษใด ๆ ลงในอัลบั้มนี้เลย
อย่างไรก็ตาม ใน The Highlights มีทุกอย่างที่ควรมีสำหรับการเป็นอัลบั้มรวมเพลงฮิต ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนเพลงพันธุ์แท้หรือจำเพลงของเขาได้ไม่กี่เพลง ก็สามารถเพลิดเพลินกับอัลบั้มนี้ได้โดยไม่ขัดเขิน
หากอัลบั้ม The Highlights อาจถูกมองว่าเป็นงานคั่นเวลาระหว่างพักรอผลงานใหม่ของเขาก็ไม่แปลก เพราะ เดอะ วีคเอนด์ เพิ่งมีผลงานชุด After Hours ออกมาเมื่อปีที่แล้ว และเมื่อมองจังหวะที่เขาปล่อยงานออกมาก็ต้องบอกว่าฉลาดมาก เพราะเป็นช่วงไล่เลี่ยกับที่เขาได้ขึ้นเวทีแสดงโชว์ช่วงพักครึ่งเวลาของการแข่งขันซูเปอร์โบว์ล ซึ่งเป็นเวทีที่มีผู้ชมนับล้านทั่วประเทศ เรียกว่าเป็นอีเว้นท์ที่ช่วยโปรโมทตัวเองและผลงานที่ดีที่สุด จึงไม่น่าแปลกใจ หาก เดอะ วีคเอนด์ จะมีแฟนเพลงเพิ่มมากขึ้นหลังจากยืนอยู่บนเวทีนั้น
The Highlights เปิดด้วยเพลงฮิตที่มาจากอัลบั้มล่าสุดของเขา (“Save Your Tears”, “Blinding Lights”) แล้วค่อย ๆ ย้อนกลับไปหาเพลงที่เก่ากว่านั้น โดยดึงเอาเพลงเด่น ๆ ในแต่ละช่วง แต่ละอัลบั้มมาใส่ไว้ ไม่ว่าจะเป็น “Can't Feel My Face”, "Satrboy”, “I Feel It Coming”, “Heartless” แต่แปลกใจนิดหน่อยที่เขาไม่ใส่เพลง "Prisoner" ที่ร่วมงาน ลานา เดลเรย์ ไว้ โดยเลือก "Love Me Harder” ที่มี อาเรียน่า กรันเด้ เป็นแขกรับเชิญมาแทน
เดอะ วีคเอนด์ เป็นศิลปินที่เติบโตมากับการทำมิกซ์เทป (ที่หมายถึงการทำเพลงโดยนำองค์ประกอบในเพลงของคนอื่นมาใช้ร่วมกับงานของตัวเอง ไม่ใช่การนำเพลงที่เราชอบมารวมกันไว้ในม้วนเทปหรือแผ่นซีดีตามความหมายดั้งเดิม) ก่อนหน้าที่จะมีผลงานเดี่ยวของตัวเองอย่างจริงจัง แต่น่าแปลกที่เขาไม่ได้ดัดแปลงหรือเพิ่มเติมเพลงเวอร์ชั่นพิเศษใด ๆ ลงในอัลบั้มนี้เลย
อย่างไรก็ตาม ใน The Highlights มีทุกอย่างที่ควรมีสำหรับการเป็นอัลบั้มรวมเพลงฮิต ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนเพลงพันธุ์แท้หรือจำเพลงของเขาได้ไม่กี่เพลง ก็สามารถเพลิดเพลินกับอัลบั้มนี้ได้โดยไม่ขัดเขิน