จากกรณีตำรวจลักปืนสงครามในคลัง สภ.เสาหิน ส่วนแยก ที่ สภ.แม่สะเรียง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน คาดมีกลุ่มขบวนการมากกว่า 2 คน และเป็นที่น่าสังเกตว่า การลอบขนอาวุธสงครามจำนวนมาก ผ่านตัวอำเภอแม่สะเรียง ไปส่งให้ชนกลุ่มน้อยที่บ้านเสาหิน ซึ่งห่างจาก อ.แม่สะเรียง 90 กว่า กม. และผ่านด่านเจ้าหน้าที่หลายหน่วยทำไมสามารถผ่านได้อย่างสะดวก ล่าสุดเมื่อ เวลา 12.00 น. วันที่ 25 ก.พ. 64 แหล่งข่าวระบุว่า สำหรับอาวุธปืนที่หายไป ถูกนำไปขายที่แนวชายแดนไทย-เมียนมา พื้นที่บ้านห้วยทราย ตรงข้ามช่องทางบ้านเสาหิน โดยมีหัวหน้าชนกลุ่มน้อยรายหนึ่ง อดีต เป็นสมาชิกกลุ่มดาวแดง KNPLF เป็นผู้รับซื้อ ต่อมาหลังจากที่ทางเจ้าหน้าที่รัฐของไทย ทราบว่ามีอาวุธปืนหายไปจากคลัง จึงได้มีการส่งคนไปเจรจาเพื่อขอคืนอาวุธ แต่ก็สามารถนำมาคืนได้เป็นบางส่วนเท่านั้น อาวุธส่วนที่ไม่ได้คืน ได้ถูกส่งไปให้ สมาชิกของอดีตผู้นำดาวแดงคนดังกล่าว เพื่อใช้ป้องกันทีมงาน เนื่อง จากปัจจุบัน ชนกลุ่มน้อยหลายกลุ่มในพื้นที่ ได้มีการเคลื่อนไหวกำลังเพื่อผลักดันทหารพม่าออกจากเขตรับผิดชอบของชนกลุ่มน้อย ส่วนกรณีที่ รอง ผบ.ตร. ( พล.ต.อ.แสวง ธีระสวัสดิ์ ) จะเดินทางมาสอบสวนคดีดังกล่าว ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดแม่ฮ่องสอน พบว่า คำสั่งได้ถูกยกเลิก และ พล.ต.ต.อนุชา อ่วมเจริญ ผบก.ภ.จว.แม่ฮ่องสอน ได้เดินทางไปประชุมร่วมกับ ผบช.ภ.5 ที่เชียงใหม่ ที่ตำรวจภูธรภาค 5 พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผบช.ภ. 5 เปิดเผยว่า คดีนี้สั่งการให้ตรวจสอบอย่างละเอียด โดยเฉพาะกลุ่มขบวนการที่เชื่อมโยงกัน แม้ว่าตำรวจที่ตกเป็นผู้ต้องหา จะรับสารภาพว่าทำคนเดียว ตอนนี้เรายังไม่ปักใจเชื่อ จะต้องมีการสอบสวนอย่างละเอียดว่า มีใครอยู่เบื้องหลังสนับสนุนบ้าง ในส่วนการดำเนินคดีตอนนี้ ก็ดำเนินการไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ให้ออกจากราชการไว้แล้ว จากการติดติตามความคืบหน้า กรณีปืนในคลังอาวุธ สถานีตำรวจภูธรถูกดาบตำรวจลักส่งขายชายแดนเสาหิน ณ ที่ทำการ สภ.เสาหิน ส่วนแยก อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุดังกล่าว ในตลอดช่วงของวันนี้เจ้าหน้าที่ สภ.เสาหิน ได้ทำการตรวจนับอาวุธปืน เครื่องกระสุน สิ่งของทั้งหมดภายในคลังอาวุธอีกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่ามีอะไรที่ยังคงอยู่ มีอะไรที่หายไป และ ได้อะไรกลับคืนมาบ้าง โดยปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลใดๆ ทั้งสิ้น ทั้งนี้จุดที่เกิดเหตุเป็นอาคารปูนสองชั้นดัดแปลงเป็นห้องสำนักงาน ซึ่งมี ส่วนแยกของ สภ.เสาหิน อ.แม่สะเรียง และ สภ.กองก๋อย อ.สบเมย เปิดเป็นห้องธุรการไว้ประสานงานต่างๆ โดยห้องคลังอาวุธปืนของ สภ.เสาหินอยู่บริเวณชั้นสองของอาคารสำนักงาน โดยเจ้าหน้าที่ ระบุว่าไม่สามารถให้ข้อมูลข่าวสารใดๆ ทั้งสิ้น เนื่องจากเป็นคำสั่งของผู้บังคับบัญชาการ ส่วนผู้ต้องหา ดาบตำรวจสันติชัย ลือราช เจ้าหน้าที่ฝากขังไว้ศาลจังหวัดแม่สะเรียง ทั้งนี้ ดาบตำรวจ สันติชัย นั้นมีพฤติกรรมชอบเสพยาบ้า และชอบเล่นเวปพนันออนไลน์ ทำให้เกิดปัญหาด้านการเงิน ก่อนหน้านั้น จากรายงานของ เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรตำบลเสาหิน ทราบว่า เมื่อ วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2564 เวลาประมาณ 17.00 น. ได้รับแจ้งจาก ตามประจำวันเกี่ยวกับคดีข้อที่ 3 ลงวันที่ 22 ก.พ.2564 เวลา 16.49 น. ความแจ้งแล้วนั้น ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงได้สืบสวนจนทราบว่ามีผู้พฤติการณ์ต้องสงสัยคือ ด.ต.สันติชัย ลือราช จึงได้เชิญตัวมาสอบปากคำและได้ยอมรับสารภาพว่า โดยได้นำอาวุธปืนของกลางลำดับที่ 1 และ 2 มามอบให้คืน ซึ่งได้ตรวจสอบแล้วตรงตามที่หายไป จึงได้ทำการตรวจยึด และขยายผล ด.ต.สันติชัยฯ ในเวลาต่อมายังได้นำ ของกลางลำดับที่ 3 และ 4 มามอบคืนให้ในเวลา ต่อมาและรับว่า อาวุธปืนส่วนที่เหลือได้ให้นายสมชายหรือทู รัตนไพรวัลย์ อายุ 24 ปี เลขบัตรประจำตัวประชาชน 1-5804-00191-71-1 ที่อยู่ 28/3 หมู่ 1 ต.เสาหิน อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ไปขายที่ชายแดนไทย-พม่า บริเวณช่องทางบ้านเสาหิน ต.เสาหินฯ ซึ่งจะได้ประสานดำเนินการต่อไป ระหว่างควบคุมตัว ด.ต.สันติชัยฯ มีอาการคล้ายคนเสพยาเสพติด เจ้าหน้าที่ฯจึงได้ขออนุญาตทำการตรวจปัสสาวะและได้ทำการตรวจปัสสาวะ โดยใช้เอกสารมอบหมายฯ แบบ 2 เลขที่44/2560 ส่วนราชการ ภ.จว.แม่ฮ่องสอน ของ ร.ต.อ.พิเชษฐ์ ถาทวี ประกอบการตรวจ ซึ่ง ด.ต.สันติชัยฯทราบและเข้าใจดีพร้อมยินยอมให้ตรวจโดยไม่มีเงื่อนไข โดยใช้ชุดทดสอบสารเมทแอมเฟตามีนฯในปัสสาวะ เบื้องต้นผล ปรากฏว่า ผลเป็นบวก(พบเมทแอมเฟตามีนฯ ในปัสสาวะ) ด.ต.สันติชัยฯได้ให้การรับสารภาพว่าได้สารเสพติดดังกล่าวมาจริง ต่อมาเจ้าหน้าที่ฯได้นำตัวอย่างปัสสาวะของ ด.ต.สันติชัยฯ ส่งตรวจยืนยันผลที่โรงพยาบาลแม่สะเรียงและศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 1 (เชียงใหม่) ซึ่งผลการตรวจของโรงพยาบาลแม่สะเรียง แพทย์ลงความเห็นว่า พบสารเสพติด(เมทแอมเฟตามีนฯ ในปัสสาวะ เจ้าหน้าที่พิจารณาแล้วเป็นการกระทำผิด ตามพ.ร.บ.อาวุธปืนฯและ พ.ร.บ.ยาเสพติดฯ โดยการกล่าวหาว่า 1.มีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต 2.ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน,ในสถานที่ราชการ โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์หรือโดยผ่านสิ่งเช่นว่านั้นเข้าไปด้วยประการใดๆหรือรับของโจร 3.ทำให้เสียทรัพย์ 4.เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่ฯจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาข้างต้นให้ ด.ต.สันติชัยฯ ทราบและแจ้งว่าเขาต้องถูกจับ และสั่งให้ด.ต.สันติชัยฯ ไปที่ทำการของพนักงานสอบสวนแห่งท้องที่ที่ถูกจับพร้อมด้วยผู้จับ โดยด.ต.สันติชัยฯ ได้รับทราบข้อกล่าวหาและพฤติการณ์ข้างต้นดีแล้ว ให้การ “รับสารภาพ” ตลอดทุกข้อกล่าวหา โดยยังให้ถ้อยคำอื่นอีกว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กองก๋อย ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาให้มาประจำอยู่ส่วนแยก(สภ.กองก๋อย)เพื่อประสานข้อราชการ และได้พักอาศัยอยู่ในที่ทำการส่วนแยก สภ.กองก๋อย ซึ่งอยู่ติดกับ ส่วนแยก สภ.เสาหิน โดยช่วงเวลา 1-2 เดือนที่ผ่านมาตนได้ประสบปัญหาขัดสนเรื่องเงิน ค่าใช้จ่าย และครอบครัวจึงเข้าไปลักอาวุธปืนของกลางไปจำนำไว้ตามที่ต่างๆ จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ฯ ที่ดูแลรักษาอาวุธปืนตรวจพบ และได้ร้องทุกข์กล่าวโทษ ตนทราบจึงได้นำอาวุธปืนของกลางมามอบคืนจนกระทั่งถูกจับกุมส่วนยาเสพติดที่นำมาเสพนั้น ได้มีชาวเขาได้นำมาแบ่งให้เสพขณะที่ตนขึ้นไปเที่ยว จากนั้น เจ้าหน้าที่ฯได้ส่งตัว ด.ต.สันติชัยฯ พร้อมของกลางทั้งหมด นำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป และเมื่อไปถึงที่ทำการของพนักงานสอบสวนแล้ว เจ้าหน้าที่ฯ ได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ ด.ต.สันติชัยฯ ทราบอีกครั้ง พร้อมทั้งได้แจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับเหตุแห่งการจับให้ ด.ต.สันติชัยฯ ทราบและเข้าใจดีแล้ว จึงได้มอบสำเนาบันทึกการจับกุมให้ ด.ต.สันติชัยฯ จำนวน ๑ ฉบับ อนึ่ง ในการจับกุม/ตรวจค้นครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ฯได้กระทำไปตามอำนาจหน้าที่ภายใต้ขอบเขตของกฎหมายที่ให้อำนาจไว้ทุกประการ ไม่ได้ทำร้ายร่างกายหรือจิตใจ บังคับ ขู่เข็ญ หลอกลวง ทรมาน ใช้กำลังบังคับ หรือกระทำโดยมิชอบประการใด ๆ ไม่ได้เรียก รับ ยอมรับว่าจะรับ ทำลาย ทำให้เสียหาย สูญหายหรือเสื่อมค่าหรือไร้ประโยชน์ซึ่งทรัพย์สินของผู้อื่นด้วยประการใดๆ แต่อย่างใด