ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย นำทีมสำรวจเส้นทางท่องเที่ยว ตามโครงการผู้ว่าฯพาสำรวจเส้นทาง “เส้นทางธรรม เส้นทางเที่ยว @ หนองคาย” กิจกรรม “ตามรอยนาคา บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์” เพื่อเป็นการศึกษาและสำรวจเส้นทางท่องเที่ยว จัดทำเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ เชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยว และเพื่อประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยว เส้นทางท่องเที่ยว ศิลปวัฒนธรรมให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง หลังจากที่ได้มีสำรวจเส้นทางที่ 1 เมื่อวันที่ 18 – 19 ธันวาคม 2563 ที่ผ่านมา เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 ที่ผ่านมา จังหวัดหนองคาย โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดหนองคาย ได้จัดให้มีการสำรวจเส้นทางท่องเที่ยวตามโครงการผู้ว่าฯ พาสำรวจเส้นทาง “เส้นทางธรรม เส้นทางเที่ยว @ หนองคาย” กิจกรรม “ตามรอยนาคา บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์” โดยนายประเสริฐ ลือชาธนานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย , นางสาวสิริมา วัฒโน รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย ได้นำส่วนราชการ และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องในจังหวัดหนองคาย ร่วมสำรวจเส้นทางฯ โครงการผู้ว่าฯพาสำรวจเส้นทาง “เส้นทางธรรม เส้นทางเที่ยว @ หนองคาย” กิจกรรม “ทางธรรม ทางเที่ยว ทางเดียวกัน” ที่จัดขึ้นครั้งนี้ เพื่อเป็นการศึกษาและสำรวจเส้นทางท่องเที่ยว จัดทำเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ เชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยว และเพื่อประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยว เส้นทางท่องเที่ยว ศิลปวัฒนธรรมให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง เส้นทางธรรมและเส้นทางเที่ยว ที่สำรวจครั้งนี้ เป็นเส้นทางที่ 2 หลังจากที่ได้มีการสำรวจเส้นทางที่ 1 เมื่อวันที่ 18 – 19 ธันวาคม 2563 ที่ผ่านมา ซึ่งในเส้นทางที่ 1 เป็นการสำรวจเส้นทางในเขตพื้นที่อำเภอเมืองหนองคาย อำเภอท่าบ่อ อำเภอศรีเชียงใหม่ และอำเภอสังคม ภายใต้ชื่อกิจกรรม “ทางธรรม ทางเที่ยว ทางเดียวกัน” ซึ่งเส้นทางที่ 2 ที่เดินทางไปสำรวจครั้งนี้เป็นเส้นทางในเขตพื้นที่อำเภอเมืองหนองคาย อำเภอโพนพิสัย และอำเภอรัตนวาปี เริ่มจาก ลงเรือสักการะพระธาตุกลางน้ำ ที่จมอยู่ในแม่น้ำโขง ที่ชุมชนวัดธาตุ ในเขตเทศบาลเมืองหนองคาย จุดที่มีพิธีลอยอังคารเถ้าอัฐิหลวงพ่อคูณ ซึ่งขณะนี้น้ำโขงมีระดับต่ำทำให้พระธาตุกลางน้ำโผล่พ้นน้ำกว่า 4 เมตร ให้สักการะอย่างใกล้ชิด ทำให้ในแต่ละวันโดยเฉพาะวันหยุด จะมีพุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะจากจังหวัดในภาคอีสาน เดินทางมาสักการะขอพร และห่มผ้าพระธาตุกลางน้ำ กันตลอดทั้งวัน จุดที่ 2 ศาลาแก้วกู่ หรือที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เรียกว่า วัดแขก ที่มีปู่บุญเหลือ สุรีรัตน์ เป็นผู้สร้าง ตั้งอยู่ในเขตชุมชนสามัคคี ต.หาดคำ ในเขตเทศบาลเมืองหนองคาย มีพื้นที่ประมาณ 42 ไร่ มีรูปปั้นขนาดใหญ่ มากกว่า 200 องค์ ที่ปั้นจากปูนสดมีโครงด้านในเป็นเหล็กและอิฐมอญ บริเวณฐานของแต่ละองค์จะมีข้อความเป็นเป็นชื่อของรูปปั้น คติ ข้อคิด และเป็นคำสอน เขียนไว้ จุดที่ 3 ไหว้หลวงพ่อทันใจ ที่วัดอุทุมพร บ้านเดื่อ ต.บ้านเดื่อ อ.เมือง จ.หนองคาย ซึ่งจุดนี้นอกจากไหว้หลวงพ่อทันใจแล้ว ยังได้ทำกิจกรรมร่วมกับชาวชุมชนบ้านเดื่อ ทั้งการผูกข้อมือ ย้อมสีเสื้อ และรับประทานอาหารที่ทำจากเชฟชุมชนบ้านเดื่อ ท่ามกลางบรรยากาศริมฝั่งแม่น้ำโขง ที่ผ่านมาพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็เคยได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมชุมชนบ้านเดื่อ แห่งนี้ จุดที่ 4 สักการะหลวงพ่อพระเสี่ยง ที่วัดมณีโคตร ต.จุมพล อ.โพนพิสัย พระพุทธรูปปางมารวิชัย หล่อจากทองสัมฤทธิ์ เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ สวยงามมาก และมีน้ำหนักมาก ประมาณ 100 ปี ที่ผ่านมาเคยมีผู้คิดจะเอาหลวงพ่อพระเสี่ยงไปไว้ในวัดที่กรุงเทพมหานคร จึงได้อัญเชิญพระเสี่ยงขึ้นหลังช้าง หลวงพ่อพระเสี่ยงก็ได้แสดงอภินิหารให้ช้างหนักจนไม่สามารถนำไปได้ ชาวบ้านจึงมีความเชื่อว่าท่านไม่อยากไปอยู่ที่อื่น จุดที่ 5 สักการะหลวงพ่อใหญ่วัดไทย และลอดถ้ำลอดถ้ำพญานาค ที่วัดไทย อำเภอโพนพิสัย ซึ่งหลวงพ่อวัดไทย จะประดิษฐานอยู่เหนือถ้ำพญานาค ภายในบริเวณวัด ลานนาคาเบิกฟ้าที่อยู่บริเวณหน้าวัดไทย และริมเขื่อนป้องกันตลิ่ง จะมีรูปปั้นพญานาคที่มีความสวยงาม และวัดไทยยังเป็นสถานที่จัดงานออกพรรษาบั้งไฟพญานาคโลก อีกด้วย จุดที่ 6 รอยพระพุทธบาท ที่วัดพระบาทนาหงส์ ต.พระบาทนาสิงห์ อ.รัตนวาปี เป็นที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทเบื้องขวา ของพระสัมมาสัมพระพุทธเจ้า ที่ชาวบ้านในพื้นที่ให้ความเคารพสักการะ มีลักษณะเป็นหลุมหิน 4-5 หลุม หลุมใหญ่ลึกประมาณ 1.50 เมตร มีรูปธรรมจักร รูปบาตร และเครื่องบริขารต่าง ๆ มีพานวางหนังสือคัมภีร์โบราณและรูปสัตว์หลายชนิดมีพญาหงส์ พญาสิงห์ เป็นต้น มีรอยนิ้วเท้าอยู่ทางทิศเหนือ ถูกค้นพบโดย นายเคน แก้ววิเศษ นายพรานบ้านหนองแก้ว ตำบลรัตนวา ในปีพ.ศ. 2409 ซึ่งในจุดนี้ชาวบ้านได้ฟ้อนรำต้อนรับคณะฯอย่างสวยงาม หลังสักการะรอยพระพุทธบาทแล้ว ยังได้เยี่ยมชมการทอผ้าพื้นเมือง ของกลุ่มทอผ้าพระบาทนาหงส์ ที่เป็นจุดสำรวจฯ จุดที่ 7 จุดที่ 8 สักการะรูปเก่าแก่ภายในพระอุโบสถวัดราชโพนเงิน ต.โพนแพง อ.รัตนวาปี ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปูนปั้นที่มีความเก่าแก่ เป็นที่สักการะของชาว ต.โพนแพง และที่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง ยังมีปั้นพญานาค “พญาสุขหัตถีนาค” “พญานาโคศรีมงคล” และ “พญาสุขราชานาค” ให้สักการะอีกด้วย.