ปชช.แห่ซื้อ “ดอกไม้-ของขวัญ” แทนใจวันแห่งความรัก 14กุมภาฯ คึกคัก ด้าน“แม่ค้า-พ่อค้า” บ่น! พิษโควิดระบาดทำยอดขายกุหลาบหาย80% “ชัยภูมิ” คู่รักร่วมจดทะเบียนบนหลังช้าง “โพลล์” เผยคนไทยนิยมส่งความรักผ่านไลน์ พร้อมมอบกุหลาบให้”นักรบชุดขาว” สู้โควิด-19
เมื่อวันที่ 14 ก.พ.64 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการจัดซื้อดอกไม้และของขวัญ ในวันลาเลนไทน์ 14ก.พ. 64ว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าได้มีประชาชน ทยอยเดินทางออกจากบ้าน มาเลือกซื้อดอกกุหลาบสีแดง ที่สื่อถึงวันวาเลนไทน์ทั้งเป็นดอกและเป็นช่ออย่างคึกคัก รวมทั้งของขวัญแทนใจ
ส่วนที่ จ.เชียงใหม่ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการซื้อขายดอกกุหลาบ ค่อนข้างเงียบเหงาอย่างมาก เนื่องจากประชาชนไม่กล้าออกจากบ้าน เพราะกลัวติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้พ่อค้าและแม่ค้าต่างสูญเสียรายได้จากการขายดอกกุหลาบและของขวัญ โดยยอดสั่งจองซื้อดอกกุหลาบหายไปกว่า80% เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยลูกค้าที่มีการสั่งจองในปีนี้ส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้าประจำ
ขณะที่ จ.ชัยภูมิ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีคู่สมรส ประชาชน นักท่องเที่ยว พากันแห่ร่วมงานกิจกรรมจดทะ เบียนสมรสบนหลังช้าง เพื่อช่วยกันอนุรักษ์หมู่บ้านคนเลี้ยงช้างที่จ.ชัยภูมิอย่างคึกคัก โดยคู่สมรสที่มาร่วมจดทะเบียนต่างเชื่อว่าเป็นมงคลให้กับชีวิตคู่ของตนเองและครอบครัว
ขณะที่ กรุงเทพโพลล์ จากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ได้สำรวจความคิดเห็นประชาชนเรื่อง “นิยามรัก พ.ศ. ใหม่ แบบไหน คนไทยส่งให้กัน”โดยพบว่า วิธีส่งมอบความรักยอดนิยมในวันวาเลนไทน์คือ ส่งความรักผ่านไลน์สติกเกอร์ ร้อยละ 46.6 รองลงมาคือ มอบกุหลาบ/ช็อกโกแลต/ของขวัญด้วยตนเองกับมือ ร้อยละ 17.8 และวีดีโอคอล/โทรบอกรัก ร้อยละ 13.4 ทั้งนี้บุคคลในสังคมไทยที่อยากมอบดอกกุหลาบในวันวาเลนไทน์ มากที่สุดคือ แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ ร้อยละ 64.2 รองลงมาคือ จิตอาสา/อสม. ร้อยละ 15.1 และ ตชด./ทหารตามแนวชายแดน ร้อยละ 10.0 ส่วนสิ่งที่ประชาชนส่วนใหญ่วางแผนจะทำในวันวาเลนไทน์ คือ อยู่บ้านกับคนรักและครอบครัว ร้อยละ 89.9 รองลงมา คือพาคนรักไปเที่ยว ทานอาหาร ร้อยละ 9.0 และ จะชวนกันไปจดทะเบียนสมรส ร้อยละ 0.5