วันที่ 24 มกราคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากข่าวมรณภาพของ "พระธรรมมังคลาจารย์ วิ." เจ้าอาวาสวัดโสธรวรารามวรวิหาร จ.ฉะเชิงเทรา เผยแพร่ ได้สร้างความอาลัยแก่ศิษยานุศิษย์และประชาชนทราบเป็นจำนวนมาก โดย "พระธรรมมังคลาจารย์ วิ." เจ้าอาวาสวัดโสธรวรารามวรวิหาร ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 12 อัตโนประวัติ นามเดิมว่าประยงค์ วรรณประดิษฐ์ เกิดเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2472 ที่หมู่สามตำบลท่าสะอ้านอำเภอบางปะกงจังหวัดฉะเชิงเทรา โยมบิดามารดาชื่อนายดุษฎีและนางกั๊ก วรรณประดิษฐ์ ช่วงวัยเยาว์จบการศึกษาชั้นประถมปีที่ 4โรงเรียนวัดแสนภูดาษ อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทราหลังจากเรียนจบชั้นประถมศึกษาจากโรงเรียนในหมู่บ้านได้ไปใช้ชีวิตฆาราวาส แต่อุป นิสัยของท่านเป็นผู้มีจิตใจนมเอียงเข้าหาพระธรรมเวลาว่างจากงานได้พยา ยามศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับพระพุทธศาสนารวมทั้งแนวทางปฎิบัติของพระสายกัม มัฏฐานกระทั่งอายุ 38 ปีเกิดความเบื่อนายชีวิตทางโลกท่านได้เข้าพิธีอุปสมบทเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2510 ณ วัดท่าสะอ้าน อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา มีพระครูทำกิจจานุรักษ์ วัดอุสาการาม ตำบลบางวัว เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระครูบัวโรย สิสเตโช วัดท่าสะอ้านเป็นพระอนุเสาวนาจารย์ได้รับ ฉายาปิยะวัณโณ หลังเข้าสู่เงาผ้าสาวพัสตร์ แล้วได้จำพรรษาที่วัดท่าสะอ้านเพื่อศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัยหลังจากมุ่งมานะศึกษาอยู่หลายปีพ.ศ. 2514 สามารถสอบได้นักธรรมชั้นตรีโทเอกตามลำดับที่สำนักเรียนคณะจังหวัดฉะเชิงเทราตลอด เวลาหลวงปู่ได้เฝ้าปฏิบัติรับใช้ดูแลอุปัฎฐาก พระอุปัชณาย์อย่างใกล้ชิด พร้อมกับได้ฝึกฝนวิปัสสนากรรม ฐานทำให้มีความเชี่ยวชาญทั้งพระธรรมวินัยและวิปัส สนากรรมฐานสำนักงานปกครองพ.ศ. 2521 เป็นรองเจ้าวาดวัดท่าสะอ้านพ.ศ. 2528 เป็นเจ้าคณะตำบลบางวัวพ.ศ. 2529 เป็นพระอุปัชณาย์ พ.ศ.2532 เป็นเจ้าวาดวัดท่าสะอ้านพ.ศ. 2546 เป็นเจ้าคณะอำเภอบางปะกง ในปี พ.ศ. 2552 รับพระบัญชาแต่งตั้งเป็นเจ้าวาดวัดโสธรวรารามวรวิหารอย่างเป็นทางการแล้วสำหรับปัจจัยที่ได้รับการบริจาคจากญาติ โยมได้นำมาพัฒนาให้กับวัดแห่งนี้อาทิประตูกุฎิศาลาการเปรียญเป็นต้น พระราชมงคลรังษี ได้สอนให้ญาติโยมยึดคำสอนขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้าให้หมั่นประกอบแต่กรรมดีรู้จักการทำบุญให้ทานอย่าเห็นแก่ตัวตายไปแล้ว ทรัพย์สินใดๆก็เอาติดตัวไปไม่ได้ขอให้ยึดหลักความพอเพียงชีวิตตนเองและครอบครัวจงประสบแต่ความเจริญรุ่งเรือง