181ล้าน เฉพาะค่าซ่อม176คันที่โกดังบางบัวทอง ยังต้องควักจ่ายค่าจอดอีก450ล. 139 คันที่จอดทิ้งให้สนิมกินที่แหลมฉบัง กทม.เผยขอลดเหลือ 200 ล้าน ถ้าไม่โอเคเจอกันที่ศาล ขณะเรือดับเพลิงอีก 30 ลำที่จอดทิ้งไว้ที่พัทยา ยังต้องประเมินค่าซ่อม อีกทั้งอุปกรณ์ที่กระจายกันเก็บที่สนามบินหนองงูเห่าและท่าเรือคลองเตยน่าจะพังหมดแล้ว
จากกรณีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ให้รถดับเพลิง 315 คันที่กทม.จัดซื้อและยังไม่ได้นำออกมาใช้ ให้เป็นยุทธภัณฑ์ได้รับยกเว้นอากรโดยให้กทม.นำมาใช้งานนั้น
พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง รองผู้ว่าฯกทม.กล่าวถึงความคืบหน้าล่าสุดว่า ขณะนี้สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้เริ่มขนย้ายรถดับเพลิงออกจาก โกดังเก็บสินค้าของบริษัทเทพยนต์ แอโรโมทีฟ อินดัสตรีส์ ที่ต.ไทรน้อย อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี โดยจะขนย้ายให้เสร็จทั้งหมด 176 คัน ในวันที่ 2 ก.ย.นี้ ซึ่งได้ประเมินสภาพและประมาณราคาซ่อมทั้ง 176 คันในวงเงิน 181 ล้านบาท อยู่ระหว่างกำหนดทีโออาร์-ประกวดราคาหาผู้รับจ้าง
ในส่วนของรถดับเพลิงและอุปกรณ์ดับเพลิง ที่เก็บไว้ในโกดังของบริษัท นามยงค์ เทอมินัล บริเวณท่าเรือแหลมฉบัง 139 คัน ได้เจรจาต่อรองค่าจอด จากที่บ.นามยงค์ เรียกเก็บ 900 กว่าล้านบาท (คิดตามศุลกากรวันละ 270,000บาท ระยะเวลา 10ปี) ล่าสุดลดให้เหลือ 450 ล้านบาท แต่กทม.ขอจ่าย 200 ล้าน ซึ่งบ.นามยงค์ ขอนำเข้าบอร์ดพิจารณา ซึ่งถ้าตกลงกันไม่ได้กทม.จะดำเนินการตามขั้นตอนศาล
นอกจากนี้ ยังมีเรือดับเพลิง 30 ลำ จอดที่ซีทโบท พัทยา กทม.ขอฝากจอดโดยไม่คิดค่าเช่า ต้องดูสภาพและประเมินค่าซ่อมก่อน ส่วนอุปกรณ์ต่างๆ ที่เก็บที่สุวรรณภูมิ และการท่าเรือฯ ส่วนใหญ่น่าจะเสียหายหมดแล้ว จะเอามาใช้ในส่วนที่ใช้งานได้