คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล โดย รศ.ดร.จักรกฤษณ์ ศุทธากรณ์ คณบดี ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ(MOU) กับ บริษัท ไทยเบเวอร์เรจ แคน จำกัด โดยนายสาโรช ชยาวิวัฒน์กุล กรรมการผู้จัดการ ผู้นำตลาดกระป๋องอะลูมิเนียมรายใหญ่ที่สุดของไทยและอาเซียน เดินหน้าสู่อนาคตเพื่อความยั่งยืน ในโครงการประเมินวัฏจักรชีวิต บรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มประเภทกระป๋องอะลูมิเนียมและบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่ม อีก 3 ประเภทในประเทศไทย ได้แก่ ขวดพลาสติกประเภท PET, ขวดแก้ว และกล่องเครื่องดื่ม มุ่งเป้าตอบโจทย์การพัฒนายกระดับมาตรฐานบรรจุภัณฑ์กระป๋องเครื่องดื่มไทยให้ยั่งยืนครบวงจร ทั้งด้านนวัตกรรมผลิตภัณฑ์  ซัพพลายเชน สังคมและสิ่งแวดล้อมโลก               รศ.ดร.จักรกฤษณ์ ศุทธากรณ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการทิ้งขยะพลาสติกในสิ่งแวดล้อมทางทะเลสูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ขยะเป็นปัญหาสำคัญของประเทศ ข้อมูลจากสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ในสถานการณ์ปกติ ขยะมูลฝอยที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ปีละกว่า 28.71 ล้านตัน จากการที่คนหนึ่งคนสร้างขยะวันละ 1.13 กิโลกรัม ในนั้นประมาณ 12 -13% เป็นขยะพลาสติก ยกเว้นในเขตกรุงเทพมหานครที่มีปริมาณขยะพลาสติก ประมาณ 20% หรือ 2,000 ตันต่อวัน จากปริมาณขยะรวมของกรุงเทพฯ 10,560 ตันต่อวัน จิตสำนึกและการลงมือทำจากทุกภาคส่วนทั้งซัพพลายเชน ผู้ออกแบบผลิตภัณฑ์ ผู้ใช้ และการบริหารจัดการขยะ จึงจะแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน   การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับไทยเบเวอร์เรจ แคน ครั้งนี้ นับเป็นความยินดีของสังคมไทยที่ได้เห็นภาคเอกชนและภาคการศีกษามีความตื่นตัวและทุ่มเทในการแสวงหาข้อมูลและวิธีการประเมินวัฏจักรวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ เพื่อการมีส่วนร่วมในการทำธุรกิจและบริหารจัดการที่ยั่งยืนและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโลกให้มากขึ้นและตรงเป้ายิ่งขึ้น  อีกทั้งสะท้อนคุณค่าความใส่ใจต่อผู้บริโภคและความรับผิดชอบต่อสังคมไทยและช่วยลดขยะในสิ่งแวดล้อมโลก  วัตถุประสงค์ของ MOU เพื่อให้เกิดการพัฒนางานวิจัยด้านวิศวกรรมบูรณาการ และการประเมินความยั่งยืนตลอดวัฏจักรชีวิตของบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่ม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมอลูมิเนียมและบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มในประเทศไทย สนับสนุนและพัฒนาบุคลากรให้มีองค์ความรู้และทักษะในด้านวิศวกรรมบูรณาการ และผลักดันให้เกิดการนำผลงานวิจัยจากความร่วมมือนี้ไปใช้ประโยชน์ต่ออุตสาหกรรม สังคมและสิ่งแวดล้อม ใช้องค์ความรู้ด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยีมาช่วยแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม              รศ.ดร.ตระการ ประภัสพงษา หัวหน้าโครงการและอาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมโยธาและสิ่งแวดล้อม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ในโครงการวิจัย เรื่อง “การประเมินวัฏจักรชีวิตของบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่ม ประเภทกระป๋องอะลูมิเนียมและบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่ม อีก 3 ประเภทในประเทศไทย (Life Cycle Assessment of Beverage Packaging - Aluminum Cans, Polyethylene Terephthalate Bottles, Glass Bottles and Carton - In Thailand)” มีเป้าหมาย ดังนี้ 1. ศึกษาการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมตลอดวัฏจักรชีวิตของบรรจุภัณฑ์ตั้งแต่เกิดจนตายและการนำกลับไปใช้ใหม่ (Cradle to Cradle) ของกระบวนการผลิตของกระป๋องอลูมิเนียมและบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มประเภท ขวดพลาสติก PET, ขวดแก้ว และกล่องเครื่องดื่ม เช่น ศักยภาพที่ทำให้เกิดโลกร้อน (Global Warming Potential) การทำให้เกิดภาวะฝนกรด (Acidification) ความเป็นพิษต่อมนุษย์ (Human Toxicology) การทำลายโอโซน (Ozone Depletion) การเก็บข้อมูลไฟฟ้า ในช่วงการแช่สินค้าที่บรรจุภัณฑ์แตกต่างกัน บรรจุภัณฑ์ไหนใช้เวลาน้อยที่สุด เมื่อแช่บรรจุภัณฑ์ให้ถึงอุณหภูมิที่เป้าหมาย และอื่นๆ เป็นต้น           2. ศึกษาปัจจัยความแตกต่างของการใช้ทรัพยากร พลังงาน และการเกิดของเสีย ของการใช้แต่ละบรรจุภัณฑ์ที่แตกต่างกัน และ 3. ศึกษาอัตราการรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์กระป๋องอะลูมิเนียมและบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มอีกสามประเภทในประเทศไทย และการส่งผลของอัตราการรีไซเคิลที่มีต่อการเกิดผลกระทบสิ่งแวดล้อมตลอดวัฏจักรชีวิตของกระป๋องอะลูมิเนียม, ขวดพลาสติก PET, ขวดแก้ว และกล่องเครื่องดื่ม   ประโยชน์จากโครงการ ครั้งนี้ 1. ด้านผลิตภัณฑ์ ใช้เป็นฐานข้อมูลในการพัฒนา ออกแบบบรรจุภัณฑ์และเลือกใช้ทรัพยากรที่เหมาะสมมากที่สุด และทราบถึงข้อที่ควรต้องปรับปรุง และข้อส่งเสริมของแต่ละบรรจุภัณฑ์ 2. ด้านวงการอุตสาหกรรมและซัพพลายเชน เป็นข้อมูลนำไปสู่การขับเคลื่อนอย่างมีพลังและผลักดันให้เกิดความร่วมมือรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์ในประเทศไทยกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างเป็นรูปธรรม มีมาตรฐานและประสิทธิภาพในรูปของเศรษฐกิจหมุนเวียน 3. ด้านสังคมไทย เสริมสร้างการจ้างงานในอุตสาหกรรมรีไซเคิล สร้างการรับรู้ให้แก่ผู้บริโภค ในการช่วยกันเพิ่มการจัดเก็บผลิตภัณฑ์ 4. ด้านสิ่งแวดล้อมโลก นำมาซึ่งการมีส่วนร่วมในปฏิบัติการจริง (Action) เพื่อลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรมที่กำลังเป็นปัญหาคุกคามนานาประเทศ