ดนตรี / วรรณากร ทองเสริม
สำหรับคนที่เป็นแฟนเพลงสายเค-ป๊อป (K-Pop) จากย่อมรู้กันว่าบอยแบนด์จากเกาหลีบางวงก็มีสมาชิกมาจากจีนแผ่นดินใหญ่บ้าง จากไต้หวันบ้าง ไต่เต้ามาจากการเป็น “เด็กฝึก” ในค่ายเพลงของเกาหลี และก่อนหน้าที่เกาหลีจะมี บีทีเอส (BTS) ก้าวสู่การเป็นบอยแบนด์ที่โด่งดังระดับโลก คนไทยและชาวเอเชียก็รู้จักวงรุ่นพี่ที่มาก่อนหน้าอย่างก๊อตเซเว่น (GOT7) และ เอ็กโซ (EXO)
เลย์ หรือ ชื่อภาษาจีนว่า จางอี้ชิง ผู้เป็นเจ้าของผลงานภายใต้ชื่ออันแสนสั้นว่า LIT ก็มาจากวงเอ็กโซนั่นเอง และอัลบั้มนี้ถือเป็นผลงานเดี่ยวชุดที่ 4 ของเขา
ในภาพรวมแล้ว LIT เป็นอัลบั้มที่แข็งแรงมาก นี่ไม่ใช่งานเพลงป๊อปตามสูตรที่มีให้ฟังได้ทั่วไป แต่เป็นฮิป-ฮอป/ป๊อปที่ผ่านการคิดอ่านและวางรูปแบบมาเป็นอย่างดี แม้ว่าเนื้อร้องส่วนใหญ่จะเป็นภาษาจีนปนอังกฤษ แต่นั่นไม่ใช่อุปสรรคในการรับรู้ความละเอียดอ่อนของผลงาน โดยเฉพาะภาคดนตรีซึ่งได้ข่าวว่ามีมือดีมาร่วมงานหลายคน ทั้งโปรดิวเซอร์ดังอย่าง สก็อต สทอร์ช และ มัวร์ดา บีทซ์ ซึ่งเคยทำงานกับศิลปินแถวหน้ามาแล้ว ไม่ว่าจะเป็น ฟิฟตี้ เซ็นต์, บียอนเซ่, สนูป ด็อกก์ หรือเดรก
“LIT” เพลงแรกที่มีชื่อเดียวกับอัลบั้มเป็นเพลงที่เข้มข้นและหนักแน่นมาก แม้เนื้อเพลงจะพูดถึงแนวคิดแบบจีน แต่ดนตรีกลับให้อารมณ์แบบญี่ปุ่นมากกว่าจีน ขณะที่ “Jade” ซึ่งเป็นเพลงถัดมานั้นดูมีส่วนผสมของจีนที่ชัดเจนกว่า อันที่จริงแล้ว ดนตรีในแต่ละเพลงของอัลบั้มมีรายละเอียดเยอะมาก การผสมผสานระหว่างดนตรีแบบตะวันออกและตะวันตกทำให้งานของ เลย์ น่าสนใจและแปลกใหม่ ไม่ว่าจะเป็นในเพลงสายแข็งอย่าง “Fly”, “Changsa” กับสองเพลงที่กล่าวไว้ข้างต้น หรือเพลงที่นุ่มนวลลงมาอย่าง “Boom”, “Call My Name”, “Wish”
ตอนที่อยู่ในวงนั้น เลย์ มีตำแหน่งเป็นนักเต้นหลัก ถ้าหากใครได้ดูเขาในรายการ StreeDance China ซีซั่นล่าสุด คงได้เห็นว่า เลย์ นั้นเป็นนักเต้นสายแข็งตัวจริง เราอาจไม่ค่อยได้เห็นคนเอเชียเต้น ครัมป์ (Krump) ซึ่งมีความดิบกว่าฮิพ-ฮอพ และ เลย์ ก็เต้นได้ “โหด” มาก
แม้จะมาสายเต้น แต่เสียงร้องของเขาก็ไม่เลวนัก อาจจะไม่แข็งแรงเท่ากับคนที่เป็นเมนโวคอลของวง แต่ก็เรียกว่าเอาตัวรอดได้แบบไม่น่าเกลียด และไม่ได้กลายเป็นจุดอ่อนของอัลบั้ม เมื่อได้ภาคดนตรีที่ดีงามช่วยส่งเสริม อัลบั้ม LIT ของ เลย์ จึงเปล่งประกายเป็นอย่างยิ่ง
จากที่เคยคิดว่ากว่า ซี-ป๊อป (C-Pop) จะไล่ตามเค-ป๊อปทัน ก็น่าจะใช้เวลาอย่างน้อยๆ สักสิบปี แต่พอได้เห็นผลงานอย่างของ เลย์ นี้แล้ว เราอาจไม่ต้องรอกันนานขนาดนั้น ถึงจะได้เห็นปรากฏการณ์ดังกล่าว
ในภาพรวมแล้ว LIT เป็นอัลบั้มที่แข็งแรงมาก นี่ไม่ใช่งานเพลงป๊อปตามสูตรที่มีให้ฟังได้ทั่วไป แต่เป็นฮิป-ฮอป/ป๊อปที่ผ่านการคิดอ่านและวางรูปแบบมาเป็นอย่างดี แม้ว่าเนื้อร้องส่วนใหญ่จะเป็นภาษาจีนปนอังกฤษ แต่นั่นไม่ใช่อุปสรรคในการรับรู้ความละเอียดอ่อนของผลงาน โดยเฉพาะภาคดนตรีซึ่งได้ข่าวว่ามีมือดีมาร่วมงานหลายคน ทั้งโปรดิวเซอร์ดังอย่าง สก็อต สทอร์ช และ มัวร์ดา บีทซ์ ซึ่งเคยทำงานกับศิลปินแถวหน้ามาแล้ว ไม่ว่าจะเป็น ฟิฟตี้ เซ็นต์, บียอนเซ่, สนูป ด็อกก์ หรือเดรก
“LIT” เพลงแรกที่มีชื่อเดียวกับอัลบั้มเป็นเพลงที่เข้มข้นและหนักแน่นมาก แม้เนื้อเพลงจะพูดถึงแนวคิดแบบจีน แต่ดนตรีกลับให้อารมณ์แบบญี่ปุ่นมากกว่าจีน ขณะที่ “Jade” ซึ่งเป็นเพลงถัดมานั้นดูมีส่วนผสมของจีนที่ชัดเจนกว่า อันที่จริงแล้ว ดนตรีในแต่ละเพลงของอัลบั้มมีรายละเอียดเยอะมาก การผสมผสานระหว่างดนตรีแบบตะวันออกและตะวันตกทำให้งานของ เลย์ น่าสนใจและแปลกใหม่ ไม่ว่าจะเป็นในเพลงสายแข็งอย่าง “Fly”, “Changsa” กับสองเพลงที่กล่าวไว้ข้างต้น หรือเพลงที่นุ่มนวลลงมาอย่าง “Boom”, “Call My Name”, “Wish”
ตอนที่อยู่ในวงนั้น เลย์ มีตำแหน่งเป็นนักเต้นหลัก ถ้าหากใครได้ดูเขาในรายการ StreeDance China ซีซั่นล่าสุด คงได้เห็นว่า เลย์ นั้นเป็นนักเต้นสายแข็งตัวจริง เราอาจไม่ค่อยได้เห็นคนเอเชียเต้น ครัมป์ (Krump) ซึ่งมีความดิบกว่าฮิพ-ฮอพ และ เลย์ ก็เต้นได้ “โหด” มาก
แม้จะมาสายเต้น แต่เสียงร้องของเขาก็ไม่เลวนัก อาจจะไม่แข็งแรงเท่ากับคนที่เป็นเมนโวคอลของวง แต่ก็เรียกว่าเอาตัวรอดได้แบบไม่น่าเกลียด และไม่ได้กลายเป็นจุดอ่อนของอัลบั้ม เมื่อได้ภาคดนตรีที่ดีงามช่วยส่งเสริม อัลบั้ม LIT ของ เลย์ จึงเปล่งประกายเป็นอย่างยิ่ง
จากที่เคยคิดว่ากว่า ซี-ป๊อป (C-Pop) จะไล่ตามเค-ป๊อปทัน ก็น่าจะใช้เวลาอย่างน้อยๆ สักสิบปี แต่พอได้เห็นผลงานอย่างของ เลย์ นี้แล้ว เราอาจไม่ต้องรอกันนานขนาดนั้น ถึงจะได้เห็นปรากฏการณ์ดังกล่าว