อัษฎางค์ ยมนาค นักประวัติศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า...
ตัวอย่างของข้อเท็จจริง เกี่ยวกับ
บทความให้ร้ายในหลวง ของสื่อออสเตรเลีย
............................................................................
การศึกษาของสมเด็จพระบรมฯ
พระบรมราชชนกไม่มีพระราชประสงค์ให้เสด็จฯ ต่างประเทศก่อนพระชนม์ 14–15 ปี เนื่องจากมีพระราชประสงค์จะรอให้ทูลกระหม่อมฟ้าชายเรียนรู้ภาษาไทยได้ดี รู้จักขนบธรรมเนียมประเพณีไทย และซาบซึ้งในศาสนาพุทธเสียก่อน
จึงทรงศึกษาอยู่ที่โรงเรียนจิตรลดาจนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จึงเสด็จพระราชดำเนินไปทรงศึกษาต่อ ณ ประเทศอังกฤษเป็นเวลา 4 ปี คือตั้งแต่ปี พ.ศ. 2509 จนถึงปี พ.ศ. 2513
พระองค์ทรงสนพระทัยในกิจการเกี่ยวกับกองทัพตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ พระบรมราชชนกมีพระราชดำริเห็นว่า การศึกษาวิชาทหารในประเทศออสเตรเลียมีหลักสูตรสอนกว้างขวางและเข้มงวด จึงโปรดเกล้าให้พระองค์มาศึกษาต่อที่ออสเตรเลีย
............................................................................
สื่อออสเตรเลียออกข่าวให้ร้ายว่า เมื่อพระองค์มาถึงออสเตรเลีย ทรงเขียนภาษาอังกฤษแทบไม่ได้เลย
เด็กที่อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ใช้ภาษาอังกฤษในประเทศอังกฤษ ถึง 4 ปี ใช้ภาษาอังกฤษแทบไม่ได้
เป็นไปได้อย่างไร?
เด็กนะไม่ใช่คนแก่ ที่ 4 ปีในสิ่งแวดล้อมเป็นภาษาอังกฤษ แต่ใช้ภาษาอังกฤษไม่ได้
สื่อออสซี่ยังโกหกต่อไปว่า
ทำให้พระองค์ต้องเรียนชั้นมัธยมซ้ำชั้น เพราะเขียนภาษาอังกฤษไม่ได้ เพื่อปรับฐานความรู้ใหม่
............................................................................
แต่ความจริงคือ...
หลักสูตรของคิงส์สคูล เป็นหลักสูตรของนักเรียนเตรียมทหาร ที่ไม่เหมือนกับที่ได้ทรงศึกษามาในอังกฤษซึ่งเป็นหลักสูตรมัธยมศึกษาสายสามัญ
จึงทำให้พระองค์จะต้องทรงศึกษาวิชาใหม่ที่โรงเรียนเตรียมทหารคิงส์ คอลเลจ ในซิดนีย์ก่อนเข้าโรงเรียนนายร้อย
เอาความรู้เรื่องระบบการศึกษาในเมืองไทยที่คุณรู้มากพิจารณาดูว่า...
ถ้าลูกคนเรียนจบมัธยม 6 จะเข้าเรียนต่อโรงเรียนนายร้อยได้หรือไม่ หรือต้องเข้าเรียนโรงเรียนเตรียมทหารก่อน
คำตอบชัดเจนว่าต้องเรียนโรงเรียนเตรียมทหารก่อนใช่มั้ย
เพราะฉะนั้น การที่พระองค์ย้ายการศึกษาจากสายสามัญในอังกฤษ เพื่อมาศึกษาต่อโรงเรียนนายร้อยจึงต้องผ่านการศึกษาในโรงเรียนเตรียมทหารก่อน ทำให้ทรงเข้าเรียนในคิงส์ คอลเลจ ซึ่งเป็นโรงเรียนเตรียมทหาร
............................................................................
ต่อมาในช่วงการสอบเข้าวิทยาลัยการทหารดันทรูน รัฐบาลออสเตรเลียให้สิทธิพิเศษด้วยทูลเกล้าถวายให้เข้าศึกษาโดยไม่ต้องสอบ แต่ทรงปฏิเสธ และทรงเข้าสอบคัดเลือกตามปกติ
ปี พ.ศ. 2515 ทรงเข้าศึกษาในวิทยาลัยการทหารชั้นสูงที่วิทยาลัยการทหารดันทรูน กรุงเคนเบอร์รา ในการสอบไล่ในปี พ.ศ. 2515 พระองค์ทรงสอบได้เป็นที่ 7 จาก นักเรียน ทั้งหมด 125 คน
............................................................................
ถ้าจะมีเรื่องไม่ชอบมาพากล หรือการใช้เส้นสาย ใช้สิทธิพิเศษ ก็คงไม่ต้องสอบเข้าโรงเรียนนายร้อย และผลการสอบเมื่อเรียนในโรงเรียนนายร้อยต้องสอบได้ที่ 1 เท่านั้น
แต่เพราะพระองค์เรียนเอง สอบเอง ด้วยพระวิริยอุตสาหะ และมีผลสอบเป็นที่ 7 ของรุ่น ไม่ใช่ที่ 1
ซึ่งนี่เป็นอีกข้อพิสูจน์ว่า เป็น fact เป็นความจริง
............................................................................
วิธีการให้ร้ายทั้งสถาบันพระมหากษัตริย์หรือรัฐบาลไทยนั้น ใช้วิธีเล่าความจริงแล้วสอดไส้เรื่องโกหก เพื่อให้รู้สึกว่ามันคือเรื่องจริงทั้งหมด
ผมจึงเสนอบางส่วนของเรื่องโกหกที่ถูกสอดไส้ทำให้เรื่องโกหกกลายเป็นเรื่องจริง
ผมสอนลูกเสมอว่า การรับข่าวสารใดๆ ในยุคดิจิตอล ให้ตั้งกำแพงไว้ก่อนเลยว่า อย่าเชื่อโดยทันที เพราะเรื่องที่แพร่สะพัด อย่างรวดเร็ว มักเป็นเรื่องดราม่า เพราะคนชอบเรื่องน้ำเน่าดราม่า
เรื่องน้ำเน่าดีาม่าคืออะไร
เรื่องน้ำเน่าดราม่าคือ นิยายที่สร้างมาให้คนติดใจ และติดตามตอนต่อๆ ไป เป็นเรื่องที่ขายง่ายและขายดี
จะพูดอวดว่าเป็นคนรุ่นเทคโนโลยี อย่าตกเป็นเครื่องมือของเทคโนโลยี
เพราะทุกสิ่งทุกอย่างที่บรรพบุรุษสร้างมา จะจบที่รุ่นเรา
............................................................................
อัษฎางค์ ยมนาค