วิสาหกิจชุมชนนาแปลงใหญ่หนองตาดำโพธิ์เจริญ ตำบลท่าชัย อำเภอเมือง จังหวัดชัยนาท ถือได้ว่าเป็นแหล่งผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวหลักที่มีคุณภาพ ส่งจำหน่ายให้แก่ชาวนาในพื้นที่จังหวัดใกล้เคียง ปัจจุบันกลุ่ม มีสมาชิกจำนวน 67 ราย มีพื้นที่ประมาณ 1,000 ไร่ โดยมีพันธุ์ข้าวที่ผลิตและจำหน่ายดังนี้ ข้าวพันธุ์ กข 41, กข57, กข43 และปทุมธานี 1 ซึ่งศูนย์วิจัยข้าวชัยนาทได้ดำเนินงานโครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ หรือนาแปลงใหญ่ มาอย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมให้พี่น้องเกษตรกรนาแปลงใหญ่ประสบความสำเร็จด้านการผลิตข้าว ต่อยอดไปถึงการสร้างอาชีพให้กับชาวนาแปลงใหญ่อย่างมั่นคง อีกด้วย นางปรารถนา สุขศิริ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าวชัยนาท กล่าวว่า กลุ่มวิสาหกิจชุมชนนาแปลงใหญ่หนองตาดำโพธิ์เจริญ มีการรวมกลุ่มโดยเกิดมาจากการที่เป็นศูนย์ข้าวชุมชนมาก่อน ทำให้มีสมาชิกในกล่มมีความเข้มแข็ง แล้วก็มีความสนใจในเรื่องของการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว แล้วก็กลุ่มนี้เริ่มต้นจากการเป็นสมาชิกที่มีความตั้งใจที่จะผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีอยู่แล้วก็เลยทำให้มีความเข้มแข็งในการที่จะมารวมกลุ่มกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ศูนย์วิจัยข้าวชัยนาทเข้ามาส่งเสริมเรื่องของการลดต้นทุนการผลิตข้าวตั้งแต่ในปี 2558 และหลังจากนั้นทางกลุ่มก็ได้มีความสนใจที่จะรวมตัวกันเป็นกลุ่มแปลงใหญ่ ก็เลยส่งเสริมให้รวมกลุ่มกันตั้งแต่นั้นมา กลุ่มวิสาหกิจชุมชนนาแปลงใหญ่หนองตาดำโพธิ์เจริญจะแตกต่างจากที่อื่นคือที่นี่เป็นกลุ่มที่ทำการผลิตเมล็ดพันธุ์เป็นหลักกลุ่มแรกของจังหวัดชัยนาท แล้วก็ทางศูนย์ก็ได้เข้ามาสนับสนุนเรื่องของเมล็ดพันธุ์ ในเรื่องของการตั้งกลุ่มผลิตสารชีวภาพ แล้วก็ตั้งกลุ่มผลิตเป็นข้าวคุณภาพดี ทางศูนย์จะมีการมอบหมายให้เจ้าหน้าที่เข้ามาส่งเสริมในเรื่องของการผลิตข้าวที่เป็น GAP โดยทำเป็นในรูปของการรับรองมาตรฐานแบบ ICS เพื่อต่อยอดให้กลุ่มมีการตลาดที่มั่นคง และเจ้าหน้าที่ของกรมการข้าวจะทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงคอยลงพื้นที่ให้ความรู้เกษตรกรอย่างใกล้ชิด ด้านนายวินัย จีนจัน ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนนาแปลงใหญ่หนองตาดำโพธิ์เจริญ กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของวิสาหกิจชุมชนนาแปลงใหญ่หนองตาดำโพธิ์เจริญเกิดจากในอดีตเกษตรกรประสบภาวะภัยแล้ง ทำนาแบบรายเดี่ยวไม่มีการรวมกลุ่ม ขาดการปรึกษากันและแก้ปัญหาไม่ถูกวิธี จนได้มีโอกาสได้มาเข้าร่วมกลุ่มเป็นนาแปลงใหญ่ จากการรวมกลุ่มก็เกิดข้อดีหลายอย่าง เช่น 1.ได้แสดงความคิดเห็นได้พูดคุยในเรื่องของความคิดเห็นต่างๆปรึกษากันช่วยกันแก้ปัญหา 2.การตลาด ในอดีตนี้ไม่สามารถที่จะกำหนดราคาได้โรงสีเป็นผู้กำหนดราคาเองทั้งหมด ชาวนาก็ต้องยอมขายไปเพื่อให้มีรายได้ พอมาทำแปลงใหญ่แล้วมาทำเรื่องเมล็ดพันธุ์ก็สามารถที่จะกำหนดราคาได้เอง แต่เมล็ดพันธุ์นี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนกลุ่มจะต้องทำให้คุณภาพดีให้ตรงความต้องการของพี่น้องเกษตรกร 1.จะต้องไม่มีข้าวดีด 2.ข้าวแดงห้ามเกินที่กำหนด ปัจจุบันกลุ่มก็สามารถที่จะกำหนดราคาเบื้องต้นได้ ปัจจุบันนี้ก็กำหนดราคาไว้ 8500 บาท ไม่ว่าราคาข้าวจะลงมาเหลือ 5000 บาท กลุ่มก็สามารถขายได้ราคา 8,500 บาท แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นจะต้องกำหนดระเบียบและมีความซื่อสัตย์ นอกจากนี้กลุ่มก็สามารถที่จะขยับขยายขายไปต่างจังหวัด มีจังหวัดสระบุรี อยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาทและในชุมชน กลุ่มเป็นผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ได้คุณภาพ ที่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวในพื้นที่ให้ความไว้วางใจ มีการสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงกันอย่างครบวงจร ตั้งแต่สมาชิกเกษตรกรที่เป็นลูกค้า และโรงสีที่รับซื้อผลผลิตข้าวจากเกษตรกร จึงทำให้กลุ่มมีแนวทางตลาดนำการผลิตนั่นเอง ซึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้สามารถดำเนินการบริหารจัดการกลุ่มได้ประสบผลสำเร็จจนถึงปัจจุบัน เป็นผลมาจากชุมชนมีการพึ่งตนเองเป็นอันดับแรกและได้รวมกลุ่มโดยใช้หลักการมีส่วนร่วมไม่แสวงหาผลประโยชน์จากสมาชิก สร้างกลุ่มให้อยู่รอดและให้สมาชิกมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น "ศูนย์วิจัยข้าวเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ถือได้ว่าเป็นหัวใจหลักของการผลิตเมล็ดพันธุ์เลยก็ว่าได้ เพราะว่าเจ้าหน้าที่นี่เป็นอันดับ 1 ของเมล็ดพันธุ์ เพราะว่าทำการวิจัยข้าวในเรื่องของเมล็ดพันธุ์อะไรต่างๆนะครับ เราก็ได้รับตั้งแต่ที่ว่าได้ข้าวพันธุ์ใหม่ๆมาก่อนนะครับ ได้จากศูนย์วิจัยข้าวและในเรื่องของงบประมาณต่างๆนะครับ ศูนย์วิจัยข้าวเข้ามาป้อนในเรื่องของการเรียนรู้ในเรื่องอะไรต่างๆ ก็ต้องขอบคุณศูนย์วิจัยข้าว"นายวินัย กล่าว