นายชาตรี เกตุเรน สหกรณ์จังหวัดยะลา มอบหมายให้นายนาวี หะยีดอเลาะ ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจสหกรณ์ สำนักงานสหกรณ์จังหวัดยะลา ร่วมลงพื้นที่พบปะและสร้างการรับรู้โครงการบริการจัดการพื้นที่เกษตรกรรมด้วยเครื่องมือแผนที่เกษตร เพื่อการบริหารจัดการเชิงรุก (Zoning by Agri-map) ณ พื้นที่อำเภอรามัน อำเภอยะหาและอำเภอกาบัง จังหวัดยะลา
นายชาตรี เกตุเรน สหกรณ์จังหวัดยะลา กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีนโยบายที่จะขับเคลื่อนงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้เป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้มีผลการปฏิบัติงานอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะนโยบายหลักที่ต้องเร่งดำเนินการบูรณาการและขับเคลื่อนอย่างเร่งด่วน 6 มาตรการหลัก ได้แก่ 1.ลดต้นทุนและการเพิ่มโอกาสในการแข่งขันสินค้าเกษตร 2.การบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรม (Zoning) ด้วยเครื่องมือแผนที่เกษตรเพื่อการบริหารจัดการเชิงรุก (Agri-Map) 3.ระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ 4.เกษตรอินทรีย์ 5.ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) และ6.ธนาคารสินค้าเกษตร
ด้าน นายนาวี หะยีดอเลาะ ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจสหกรณ์ กล่าวว่า สำนักงานสหกรณ์จังหวัดยะลา ได้ร่วมกิจกรรมเปลี่ยนพื้นที่นาที่ไม่เหมาะสมสำหรับปลูกข้าวเป็นพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันแทน โดยมีสถานีพัฒนาที่ดินยะลา เป็นประธานคณะทำงานขับเคลื่อนโครงการฯ มีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เข้าร่วม การปรับนาร้างเป็นแปลงปลูกปาล์มน้ำมัน เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวมักจะเกิดน้ำท่วมเป็นประจำและเพาะปลูกข้าวได้ผลผลิตไม่ดีเท่าที่ควร จึงได้ศึกษาเพื่อหาพืชที่เหมาะสมปลูกในพื้นที่ดังกล่าว โดยเห็นว่าปาล์มน้ำมันเป็นพืชที่เหมาะสมที่สุด และเป็นพืชที่ทนต่อสภาพน้ำท่วมขังได้ดี ประกอบกับปัจจุบันรัฐบาลส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนปาล์มน้ำมัน ซึ่งถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของพื้นจะช่วยให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุน เพิ่มรายได้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ซึ่งถือเป็นการพัฒนาพื้นที่ให้มีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน
นายชาตรี เกตุเรน สหกรณ์จังหวัดยะลา กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีนโยบายที่จะขับเคลื่อนงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้เป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้มีผลการปฏิบัติงานอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะนโยบายหลักที่ต้องเร่งดำเนินการบูรณาการและขับเคลื่อนอย่างเร่งด่วน 6 มาตรการหลัก ได้แก่ 1.ลดต้นทุนและการเพิ่มโอกาสในการแข่งขันสินค้าเกษตร 2.การบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรม (Zoning) ด้วยเครื่องมือแผนที่เกษตรเพื่อการบริหารจัดการเชิงรุก (Agri-Map) 3.ระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ 4.เกษตรอินทรีย์ 5.ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) และ6.ธนาคารสินค้าเกษตร
ด้าน นายนาวี หะยีดอเลาะ ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจสหกรณ์ กล่าวว่า สำนักงานสหกรณ์จังหวัดยะลา ได้ร่วมกิจกรรมเปลี่ยนพื้นที่นาที่ไม่เหมาะสมสำหรับปลูกข้าวเป็นพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันแทน โดยมีสถานีพัฒนาที่ดินยะลา เป็นประธานคณะทำงานขับเคลื่อนโครงการฯ มีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เข้าร่วม การปรับนาร้างเป็นแปลงปลูกปาล์มน้ำมัน เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวมักจะเกิดน้ำท่วมเป็นประจำและเพาะปลูกข้าวได้ผลผลิตไม่ดีเท่าที่ควร จึงได้ศึกษาเพื่อหาพืชที่เหมาะสมปลูกในพื้นที่ดังกล่าว โดยเห็นว่าปาล์มน้ำมันเป็นพืชที่เหมาะสมที่สุด และเป็นพืชที่ทนต่อสภาพน้ำท่วมขังได้ดี ประกอบกับปัจจุบันรัฐบาลส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนปาล์มน้ำมัน ซึ่งถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของพื้นจะช่วยให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุน เพิ่มรายได้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ซึ่งถือเป็นการพัฒนาพื้นที่ให้มีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน