พระอาทิตย์ทรงกลดขึ้นกลางทำเนียบฯ รับคำทำนาย “บิ๊กตู่”นั่งนายกฯ 2 สมัย ด้าน“ประยุทธ์”แฉนศ.บางคนบอกไม่ร่วม“ชู 3 นิ้ว” จะถูก“บูลลี่-กีดกัน”ไม่ให้เข้ากลุ่ม ชี้เป็นพฤติกรรมอันตราย ขอคุยกันด้วยเหตุผล “บิ๊กป้อม” ห่วงเด็กนร.ปม“ชูสามนิ้ว-ผูกโบว์ขาว” ย้ำต้องมีคนสร้างความเข้าใจ ขณะที่ “สมชาย แสวงการ” สุดทน ! แฉแหลกมีพรรคการเมืองเทคโอเวอร์ ร่วมขนมวลชนหนุน“ม็อบปลดแอก” แนะเปิดเวทีสภาให้นายกฯเจรจานศ. “ตร.”ออกหมายจับ 6 แกนนำขึ้นเวที”ธรรมศาสตร์จะไม่ทน” 4ข้อหาหลักส่วน “เจตน์”ลั่น“ส.ว.” ไม่ขัดข้องแก้รธน. แต่ขอค้านแก้รธน.มาตรา256เพื่อยกร่างทั้งฉบับ “สิระ” โชว์ป๋า แจกทันที 1 แสนให้“อธิบดีกรมน้ำบาดาล”หากกล้าเปิดชื่อ“2 ส.ส.ตบทรัพย์” กลางที่ประชุมกมธ. 19 ส.ค. ส่วน“ครม.” เคาะ “อนุชา”นั่งโฆษกประจำสำนักนายกฯคนใหม่ ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 10.55 น. วันที่ 18 ส.ค.63 นายภาณุวัฒน์ พันธุ์วิชาติกุล ซินแสชื่อดัง เปิดเผยภายหลังเข้าปรับฮวงจุ้ยห้องทำงานของ นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน ว่า ขอยืนยันคำเดิมตามที่เคยพูดไว้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม จะอยู่ 2สมัย เพราะโหงวเฮ้งดีคางดีมั่นคง รวมทั้ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นอกจากนี้ นายภาณุวัฒน์ ยังกล่าวถึงดวงของ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมช.แรงงาน ที่ดูเหมือนมีปัญหาตั้งแต่ต้นว่า เมื่อดูจากโหงวเฮ้งพบว่าเป็นคนโหงวเฮ้งดี ขอให้จับตาดูดวงชะตายังไปอีกไกล ส่วนรัฐมนตรีที่เข้ามาใหม่หลายคนต้องดูที่โหงวเฮ้ง หากโหงวเฮ้งไม่ดีปั้นปลายก็จะแย่ เหมือนโหงวเฮ้งของ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ ที่ขณะนี้ถูกจำคุกในคดีจำนำข้าว มีลักษณะคางเล็กแหลม โหงวเฮ้งแบบนี้อนาคตแย่แน่ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เกิดปรากฏการณ์พระอาทิตย์ทรงกลดขึ้นที่เหนือท้องฟ้าทำเนียบฯ หลังนายภาณุวัฒน์ เข้าปรับฮวงจุ้ยห้องทำงานนายสุพัฒนพงษ์ และดูโหงวเฮ้งให้กับรัฐมนตรีหลายคน รวมถึงนายกฯ ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงเหตุการณ์นักเรียนชู 3 นิ้ว ระหว่างเคารพธงชาติ ที่ตอนนี้กลายเป็นกระแสว่า หลายอย่างเกิดขึ้นมา แต่ตนไม่อยากให้เป็นประเด็นต่อ ซึ่งตนเห็นถึงความบริสุทธิ์ใจของเด็กต่างๆ เหล่านี้ สิ่งที่ตนทราบมาจากการรับฟังความคิดเห็นจากเด็กๆ หลายคน เขาบอกบางทีในสถาบันศึกษาไม่ว่าจะเป็นระดับไหนก็ตามมีการบูลลี่กัน ถ้าใครไม่มาร่วมก็จะถูกกีดกันไม่ให้เข้าร่วมชมรมเข้ากลุ่มอะไรแบบนี้ คิดว่านั่นคืออันตราย ตนเพียงแต่ยกตัวอย่างเฉยๆ ที่ได้ฟังจากนักศึกษามา บางคนไม่ได้อยากจะมีส่วนร่วม แต่ถูกบูลลี่ ถูกกีดกันอะไรหลายๆอย่าง ขอให้ทุกคนหารือด้วยเหตุและผลก็แล้วกัน ส่วน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ กล่าวว่า การที่มีนักเรียนในโรงเรียนหลายแห่งแสดงสัญลักษณ์ชู 3นิ้ว และผูกโบว์ขาว เชิงการเมืองว่า “อ๋อ ลูกเสือๆ” พร้อมระบุห่วงเด็กๆ ต้องมีคนสร้างความเข้าใจให้กับเด็กๆ ขณะที่ แหล่งข่าวจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.)เปิดเผยว่า ทางกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธา นี(บก.ภ.จว.ปทุมธานี) รวบรวมพยานหลักฐานเสนอศาลจังหวัดธัญบุรีออกหมายจับ 1.น.ส.ปนัสยา หรือรุ้ง สิทธิจิรวัฒนกุล 2.นายภาณุพงศ์หรือไมค์ จาดนอก 3.นายอานนท์ นำภา 4.นายณัฐชนน ไพโรจน์ 5.นายธนวัฒน์ จันผลึก 6. นายสิทธิ์นนท์ หรือไฟช้อน ทรงศิริ ในข้อหา 1.ร่วมกันกระทำให้ปรากฎแก่ประชาชน ด้วยวาจา หนังสือหรือวิธีอื่นใดอันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้าง กระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน 2.ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆอันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรตามประมวลกฎหมายอาญา 3. ร่วมกันกระทำการหรือดำเนินการใดๆซึ่งอาจก่อให้เกิดสภาวะที่ไม่ถูกสุขลักษณะซึ่งอาจเป็นแหล่งให้โรคติดต่อ อันตรายหรือโรคระบาดแพร่ออกไป,ร่วมกันฝ่าฝืนหรือไม่ปฎิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ 4.ร่วมกันทำการโฆษณาใช้เครื่องขยายเสียงด้วยกำลังไฟฟ้าโดยไม่ได้รับอนุญาต 5.และข้อหาอื่นๆที่สอบสวนพบในภายหลัง รวมทั้งผู้อนุญาตตลอดจนผู้สนับสนุนให้มีการจัดการชุมนุมปราศรัยขึ้นในครั้งนี้ เพื่อให้รับโทษตามกฏหมายจนกว่าคดีจะถึงที่สุด 6.และข้อหาอื่นที่สอบสวนพบในภายหลังรวมทั้งผู้อนุญาตตลอดจนผู้สนับสนุนให้มีการจัดอภิปรายขึ้นในครั้งนี้ เพื่อให้รับโทษตามกฎหมายจนกว่าคดีจะถึงที่สุด ที่รัฐสภาได้มีการประชุมวุฒิสภา(ส.ว.) โดยมี นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม ทั้งนี้ก่อนเข้าสู่วาระการประชุมได้เปิดโอกาสให้สมาชิกได้หารือ ถึงปัญหาต่างๆ โดย นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา กล่าวว่า หนักใจ เมื่อทราบข่าวม็อบประชาชนปลดแอกที่มีบางพรรคการเมืองเทคโอเวอร์นำมวลชนจำนวนมากเข้าร่วมเวที โดยนำประชาชนมาจากย่านสายไหม มีนบุรี และบางซื่อ ร่วมชุมนุมพร้อมสนับสนุนรถห้องน้ำติดเครื่องปรับอากาศ 4คัน รถน้ำ และเครื่องดื่มแบบบาร์ พร้อมเวทีแสง สี เสียง ขณะที่อีกพรรคการเมืองนำคนจากโรงงาน 2,000คน มาร่วมชุมุนม รวมทั้งชาวบ้านจากวัดย่านมีนบุรี สมุทรปราการ ปทุมธานี จำนวน 3,000 คน และพบการทะเลาะกันของการ์ดและชายชุดดำ ซึ่งทางรัฐบาลควรใช้มาตรการทางกฎหมายดำเนินการผู้ละเมิดดังกล่าวและเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นของกลุ่มเยาวชน โดยมีนายกฯ เข้าร่วม ด้าน นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ สมาชิกวุฒิสภา กล่าวต่อว่า ขอให้กำลังนายกฯในการแก้ปัญหา และต้องดำเนินการตามกฎหมายกับผู้อยู่เบื้องหลังการจาบจ้วงสถาบัน และอยู่เบื้องหลังการชุมนุม พร้อมยืนยันว่าส.ว.ส่วนใหญ่ไม่ขัดข้องเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ แต่ขอให้ชัดเจนว่าจะแก้ประเด็นใด แต่ไม่เห็นด้วยกับการแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา 256 เพื่อยกร่างใหม่ทั้งฉบับ ขณะที่ นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิ การ(กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาฯ แถลงว่า ในการประชุมกมธ.วันที่ 19 ส.ค.นี้ จะมีการพิจารณา 2 เรื่องคือ 1.พิจารณากรณีข่าวการตบทรัพย์ ของอนุกมธ. แผนบูรณาการ 2 ในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 64 โดยจะเชิญ นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อธิบดีกรมทรัพ ยากรน้ำบาดาล ที่ออกมาเปิดเผยว่าอนุกมธ.ฯ ที่มี น.ส.แนนบุณย์ธิดา สมชัย ส.ส.อุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธาน ได้มีการเรียกรับเงินจำนวน 5 ล้านบาท เพื่อแลกกับการให้ผ่านงบประมาณ พร้อมเชิญ น.ส.แนนบุณย์ธิดา รวมทั้งอีกหลายคนในอนุกมธ.ฯ เช่น นายอนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ นางนันทนา สงฆ์ ประชา นายจักรัตน์ พั้วช่วย นายศรัณย์วุฒิ ศรณย์เกตุ เป็นต้น รวมถึงรมว.ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม เรื่องนี้ตนและคณะกมธ.จะไม่ปล่อยไปง่าย ๆ เนื่องจากมีการตบทรัพย์เกิดขึ้นในรัฐสภา ถือเป็นเรื่องใหญ่ ที่จะต้องทำให้กระจ่าง “มีการคาดเดาว่าเป็นผู้ชาย 1 คน ผู้หญิง 1 คน ดังนั้นอธิบดีฯ ต้องชี้แจงให้ชัดว่าเป็นใคร เปิดเผยออกมาเลยว่า 2 ส.ส.เป็นใคร หากอธิบดีฯยอมเปิดเผยทาง “กลุ่มเพื่อนสิระ” จะมอบเงินให้จำนวน 100,000 บาท ให้ทันที ที่กล้าเปิดโปงส.ส.ที่กระทำผิด แต่หากไม่กล้าเปิดเผยก็ต้องรับผิดชอบในคำพูด เพราะทำให้สภาฯเสื่อมเสีย” วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) มีมติเห็นชอบแต่งตั้ง นายอนุชา บูรพชัยศรี เลขานุการรมว.ศึกษาธิการ เป็นโฆษกประจำสำนักนายกฯ คนใหม่ แทน นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ที่ไปเป็นรมช.แรงงาน ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม แถลงภายหลังการประชุมครม.ว่า ในที่ประชุมครม.มีการพิจารณาเรื่องสำคัญหลายประการ ซึ่งทางสำนักงานโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีจะชี้แจงให้ทราบ และวันนี้ได้มีการตั้งข้าราชการเมือง ทั้งการเมืองและข้าราชการประจำบางกระทรวง และวันนี้ขอแนะนำโฆษกประจำสำนักนายกฯ คนใหม่คือ นายอนุชา บูรพชัยศรี ซึ่งจะทำงานในรูปแบบนิวนอร์มอล ในเรื่องรวมไทยสร้างชาติ มีการปรับองค์ประกอบภายในให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ทั้งการพบปะสื่อ การสื่อสารทางออนไลน์จะปรับให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันใช้คำภาษาง่ายๆ ที่ทุกคนเข้าใจ รวบรวมข้อมูลต่างๆ ทั้งที่ทำไปแล้วให้ทุกคนทราบว่ารัฐบาลได้ทำอะไรไปแล้วบ้าง ประชาชนจะได้อะไรต่อไป เป็นการวางปัจจุบันไปถึงอนาคต ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างพล.อ.ประยุทธ์ยืนแถลงข่าว นายอนุชาได้มายืนร่วมฟังการแถลงข่าวร่วมกับรองโฆษกประจำสำนักนายกฯ อีก 2 คน ด้วย และเริ่มปฏิบัติหน้าแล้วในวันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวถึงเรื่องการศึกษาว่า อยากให้นำข้อมูลการศึกษาปฏิรูปทั้งระบบเร่งรัดให้การศึกษาสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน จะต้องพัฒนาทั้งเด็กและครู สถาบันการศึกษา ยกระดับมาตรฐานการประเมินผล ซึ่งต้องทันสมัย เป็นไปตามโลกยุคปัจจุบัน เปิดอุปสรรคและหาวิธีปลดล็อกต่างๆ หากใครมาตรฐานดีอยู่แล้วสามารถปรับการเรียนการสอนได้ เพื่อให้เด็กมีเวลาว่างพบปะเยียมเยี่ยมประชาชน ชุมชนรอบสถาบันการศึกษา ตรงนี้คิดว่าเป็นสิ่งที่ดี เพื่อจะให้เขาได้เห็นว่ามีความยากง่ายต่อการดำรงชีวิตในวันข้างหน้าของเขาเอง