ดอกรวงผึ้ง เป็นดอกไม้ไทยพบมากในภาคเหนือ มีชื่อประจำถิ่นว่า” น้ำผึ้ง” หรือ “สายน้ำผึ้ง” ที่มีกลิ่นหอมออกดอกเหลืองอร่ามทั้งต้น และจะบานในช่วงเวลา 7ถึง 10 วันเท่านั้น ดอกรวงผึ้งยังมีความสำคัญคือเป็นพันธ์ไม้ประจำพระองค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ดอกรวงผึ้งมีสีเหลืองซึ่งเป็นสีพระจำวันพระราชสมภพผลิดอกในช่วงเดือนพระราชสมภพ เป็นประจำทุกปี ลักษณะของดอกรวงผึ้งมีสีเหลืองเข้มและมีคุณค่าทางจิตใจต่อประสพนิกรชาวไทย กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร(กอ.รมน) มอบหมายให้ครูต้นแบบของ กอ.รมน.ถอดแบบเพื่อทำเป็นดอกไม้ประดิษฐ์จากกระดาษ เพื่อใช้ประชาชนได้นำไปใช้ในโอกาสอันเป็นมงคล พร้อมจัดให้ผู้สนใจเข้ามาร่วมเรียนรู้เพื่อประดิษฐ์ดอกรวงผึ้ง พลโท พิชัย เข็มทอง ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 1 พลโท พิชัย เข็มทอง ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 1 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กล่าวถึงการจัดกิจกรรมการประดิษฐ์ดอกรวงผึ้งจากกระดาษในครั้งนี้ว่า “ในวโรกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเมื่อเดือน พฤษภาคม 2562 ทางกอ.รมน.ร่วมกับครูต้นแบบที่เคยได้ร่วมประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ในงานถวายพระเพลิงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 นำต้นรวงผึ้งมาแกะแบบ เพื่อนำมาทำดอกไม้ประดิษฐ์จากกระดาษเพื่อเฉลิมฉลองในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ เพื่อแสดงความจงรักภักดี เมื่อประชาชนโดยทั่วไปได้ทราบข่าว ก็เรียกร้องให้ต้องการให้เปิดสอน ทาง กอ.รมน.จึงได้ทำการเปิดสอนการประดิษฐ์ดอกรวงผึ้งจากกระดาษ มีผู้สนใจร่วมมาเรียน ประมาณ 200 ถึง 300 คน กิจกรรมในครั้งนี้ทำให้เกิดความรักความสามัคคี ปลูกฝังในเรื่องการร่วมมือกัน และทุกคนอยากมาแสดงความจงรักภักดี ต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประชาชนส่วนใหญ่ที่มาร่วมกันประดิษฐ์ดอกรวงผึ้งไม่มีโอกาสได้เข้าร่วมในงานพระราชพิธี จึงร่วมเฉลิมฉลองโดยการนำดอกไม้ที่ประดิษฐ์ด้วยตนเอง นำมาดัดแปลงไปติดที่เสื้อ กิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมที่ทำถวายพระองค์ท่านในโอกาสพิเศษเช่นวันเฉลิมพระชนมพรรษา ไม่ได้ทำเพื่อการค้า และครูต้นแบบที่เป็นผู้แกะแบบและสอนการประดิษฐ์ ก็ยินดีที่จะสอนให้ฟรีโดยไม่คิดค่าตอบแทน เพียงขอให้ประชาชนได้แสดงความจงรักภักดีผ่านการทำดอกไม้ถวายพระองค์ท่าน” ผศ.อุษา ศรีสุวรรณ ครูต้นแบบ กอ.รมน. ผศ.อุษา ศรีสุวรรณ ครูต้นแบบ กอ.รมน. ได้ถอดแบบดอกรวงผึ้ง ทำเป็นดอกไม้ประดิษฐ์และเปิดสอนให้กับประชาชนทั่วไปโยไม่คิดค่าใช้จ่าย และกล่าวถึงกิจกกรมในครั้งนี้ว่า “ กอ.รมน.มอบหมายให้ครูต้นแบบ ที่มีประมาณ 5 ถึง 6 คนทำการแกะแบบ โดยเริ่มแกะแบบจากหลักพฤกษ์ศาสตร์ก่อน รวงผึ้งเป็นไม้ดอกที่มีกลีบติดกัน 5 กลีบ เป็นแฉกๆเรียกว่า Yellow Start การประดิษฐ์พยายามเลียนแบบให้เหมือนธรรมชาติมากที่สุด ลักษณะเด่นของดอกรวงผึ้งเมื่อเรามองไปจะพบว่ามีเกสรเยอะมาก และในครั้งรู้สึกภาคภูมิใจและปลื้มปิติที่เห็นประชาชนคนไทยมีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เริ่มต้นจากจิตสำนึกของเราในการที่สืบทอดสิ่งที่พระมหากษัตริย์ของเราตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย กรุงศรีอยุธยา กรุงธนบุรี และกรุงรัตนโกสินทร์ ได้ทรงบำเพ็ญประโยชน์อย่างมหาศาลให้แก่ประเทศ ความเป็นปึกแผ่นและความสงบ ร่มเย็นนั้นได้จากพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ จนถึงบัดนี้ สิ่งนี้ต้องอยู่ในจิตใจของเราทุกคนและปลูกฝังให้บุคคลในครอบครัวและคนที่เรารู้จัก เราอยู่ในหน่วยงานใดก็ตามเราต้องแสดงออกถึงความจงรักภักดีนี้ให้ปรากฏ ยึดมั่น ถือมั่น สิ่งนี้ การกระทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้องเราต้องดูขอบเขตว่าเรากระทำได้แค่ไหน และไม่เข้าร่วม ไม่เห็นดีเห็นงามกับสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ทำในสิ่งที่เราทำได้ในส่วนจิตใจที่จงรักภักดี” กิจกรรมการประดิษฐ์ดอกรวงผึ้งจากระดาษในครั้งนี้ เป็นกิจกรรมที่ประชาชนทุกคนร่วมใจกันทำเพื่อแสดงถึงความจงรักภักดีที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพร้อมใจกันร่วมประดับดอกรวงผึ้งเพื่อแสดงถึง ความจงรักภักดี ผ่านดอกไม้สีเหลือง นอกจากกิจกรรมที่รวมใจประชาชยเพื่อน้อมถวายความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแล้ว ทาง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร โดยศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 1 ยังช่วยแก้ไขปัญหาในการประกอบอาชีพของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจาการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ผ่านการจัดกิจกรรมสานเสวนาในพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศ พลโท พิชัย เข็มทอง ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 1 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ได้กล่าวถึงรายละเอียดของการจัดเวทีกรรมสานเสวนากลุ่มอาชีพว่า “เวทีสานเสวนากลุ่มอาชีพเป็นกิจกรรมที่เกิดจากแผนพัฒนาการเมืองและปรองดอง สร้างความสมานฉันท์ให้คนในชาติ สร้างประชาธิปไตยภาคพลเมืองด้วยการปรึกษาหารือที่เรียกว่า “ Deliberative Democracy” การเมืองที่สามารถจับต้องได้ง่ายที่สุดคือการประกอบอาชีพ ดังนี้ ทางกอ.รมน.จัดเวทีสานเสวนากลุ่มอาชีพต่างๆขึ้น เพื่อให้เกิดการรวมกลุ่ม รับฟังปัญหา และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่นำไปสู่มติของการแก้ไขปัญหาร่วมกัน การเลือกลงพื้นนั้นให้แต่ละจังหวัดพิจารณาจากความเดือดร้อนเร่งด่วนก่อน โดยดูจากสถิติการเข้ามาของบประมาณสำหรับช่วยเหลือว่ากลุ่มใดเข้ามามากแสดงว่าเป็นปัญหาที่ต้องการการแก้ไขอย่างเร่งด่วน กลุ่มที่มีปัญหามากที่สุดอันดับ 1 ชาวนา 2 ชาวสวน 3กลุ่ม ยางพารา เวทีสานเสวนาได้จัดให้มีขึ้นเมื่อปี 2563 ตามยุทธศาสตร์ขาติ เวทีสานเสวนากลุ่มอาชีพทำให้มองเห็นปัญหาเรื่องทัศนคติระหว่างประชาชน กับข้าราชการ หน่วยงานภาครัฐยังติดเรื่องการพูดให้ชาวบ้านฟังมีลักษณะอำนาจนิยม ทางภาคประชาชนก็ยังไม่กล้าที่จะพูดเสนอแนะยังติดการเป็นผู้ฟังมากกว่า ทัศนคติคือสิ่งแรกที่ทาง กอ.รมน.เข้ามาปรับ การสร้างประชาธิปไตยต้องเริ่มจากการปรับทัศนะคติ ว่าเราจะสร้างประชาธิปไตยเราต้องเริ่มจากความเท่าเทียมก่อน รับฟังความคิดเห็นของคนอื่นๆในกลุ่มอาชีพเดียวกัน โดยมีทางกอ.รมน.เป็นผู้อำนวยความสะดวก รับฟังความคิดเห็นของชาวบ้านเป็นหลัก พร้อมหาแนวทางแก้ไข กอ.รนม.หวังว่าเวทีสานเสวนาทุกเวทีต้องมีการตกผลึกในการแก้ไขปัญหาของกลุ่ม และกลุ่มยอมรับมติของกลุ่มหลังจากที่เข้าร่วมเวทีสานเสวนาปรึกษาหารือ ถ้าคนในกลุ่มอาชีพเดียวกันไม่ยอมรับมติกลุ่มก็จะแตกและการจัดเวทีสารเสวนาก็จะล้มเหลว ปัญหาก็จะไม่ถูกแก้ไข” “กอ.รมน.ให้ความสำคัญในเรื่องความเท่าเทียมกันของทุกประชาชนทุกคน เปิดโอกาสให้ประชาชนทุกคนแสดงความคิดเห็น นี่คือประชาธิปไตยที่พี่น้องประชาชนสร้างขึ้นเองจากวิถีการดำเนินชีวิต การประกอบอาชีพของแต่ละกลุ่มที่มีลักษณะเฉพาะ มีบริบทที่แตกต่างกัน เป็นการสร้างการยอมรับในการอยู่รวมกันในสังคมที่มีความหลากหลาย การสร้างประชาธิปไตยนั้นต้องเริ่มจากทัศนคติเป็นอันดับแรก เริ่มจากภาคราชการก่อนที่ยังมีลักษณะ อมาตยาธิปไตย หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า “Bureaucratic polity “ ซึ่งหมายถึงการที่ข้าราชการเป็นผู้กำหนดทุกอย่างในสังคม การสร้างประชาธิปไตยต้องเริ่มจากการสร้างให้เกิดการยอมรับความคิดเห็นของทุกคนในสังคมก่อน ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากที่สุดในการเริ่มต้น ในภาคประชาชนเราต้องเริ่มจาดการยกระดับจากประชาชนที่ไม่รับรู้อะไรมาสู่ประชาชนที่เริ่มเรียกร้องสิทธิ พลเมือง ที่มีความสำนึกในหน้าที่ การเป็นสังคมประชาธิปไตยต้องเริ่มจากการยกระดับสำนึกในหน้าที่ในการรับผิดชอบต่อปัญหาในสังคมร่วมกัน ง่ายๆโดยเริ่มจากการประกอบอาชีพเช่นการปลูกพืช ที่มีความรับผิดชอบต่อผู้บริโภคโดยการไม่ใช้สารเคมี แบ่งปันน้ำในการเพาะปลูก การทำประมงที่คำนึงถึงความสมดุลในธรรมชาติเช่นไม่จับปลามากเกินไปจนเกินการขาดแคลน พันธ์ปลาตามธรรมชาติ สำนึกเหล่านี้ต้องเกิดจากความรู้สึกเรื่องการรับผิดชองต่อสังคมของประชาชนเองไม่ใช่เกิดจากการที่ราชการเข้าไปบอก ในเรื่องการประเมินผลการจัดเวทีสานเสวนาตอนนี้ ได้ร่วมมือกับสถาบันบัณฑิตพัฒน บริหารศาสตร์ เข้ามาประเมินผลการทำงานในปี 63 การจัดเวทีสานเสวนาที่ผ่านเป็นระยะเริ่มต้น ยังไม่มีความแน่ใจว่ากรวมกลุ่มของประชาชนในกลุ่มอาชีพต่างๆนั้นสามารถแก้ไขปัญหาของกลุ่มได้จริง เพราะการแก้ไขปัญหาต้องใช้ระยะเวลาและต้องมีการเสียสละประโยชน์ของตนเอง ยึดมั่นในมติของกลุ่มมากกว่าความคิดเห็นของตัวเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำได้ยาก กอ.รมน.พยายาม สร้างให้เกิดความเท่าเทียมในสังคม สร้างจิตสำนึกที่ว่าทุกคนมีสิทธิ์เท่ากัน หนึ่งคนคือหนึ่งเสียง การจัดเวทีสานเสวนา มุ่งหวังให้กลุ่มอาชีพต่างๆพึ่งตนเองได้ ลดความขัดแย้งภายในกลุ่ม สามารถสร้างความสามัคคีระดับประเทศ เวที สานเสวนา ไม่ใช่เวทีที่จัดตั้ง แต่เป็นเวทีทำให้เกิดการรวมกลุ่มในการแก้ปัญหา ประสานงาน และอำนวยความสะดวกในเรื่องการแก้ไขปัญหาให้ กลุ่มอาชีพต่างๆ ปลูกจิตสำนึกในเรื่องสิทธิพลเมืองและความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งเป็นหลักพื้นฐานของ สังคมประชาธิปไตย “ อีกหนึ่งตัวอย่างของ เวทีสานเสวนาคือที่ ต.แควอ้อม อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม กอ.รมน.ลงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือ อำนวยการประสานงาน ให้ความรู้ เพื่อแก้ไขปัญหาให้เกษตรกรผู้ปลูกลิ้นจี่ พ.ท. ชาศรี ศักดิ์บัญทิตฆศ์  หัวหน้าฝ่ายงานข่าว กอ.รมน.จ.สมุทรสงคราม พ.ท. ชาศรี ศักดิ์บัญทิตฆศ์ หัวหน้าฝ่ายงานข่าว กอ.รมน.จ.สมุทรสงคราม กล่าวถึงการลงพื้นที่ ต.แควอ้อม อ.อัมพวา จ.สมุทรสงครามในครั้งนี้ว่า “การลงพื้นที่ อ.อัมพวาในครั้งนี้เนื่องจากที่ อ .อัมพวา เป็นแหล่งปลูกผลไม้ที่มีชื่อเสียง มีทั้งลิ้นจี่ ส้มโอ มะพร้าวอ่อนและมะพราวแกง ปัญหาของการปลูกลิ้นจี่ พันธ์ค่อม พันธ์พื้นเมืองของ จ.สมุทรสงคราม คือเรื่องภูมิอากาศ ลิ้นจี่จะดอกที่อุณหภูมิ 18 ถึง 19 องศาในระยะเวลามากกว่า 10 วันติดต่อกัน หลังออกดอกต้องมีแมลงผสมเกสรให้ติดผล สภาพอากาศร้อนทำให้ลิ้นจี่ไม่ออกผลผลิตบางครั้ง 3 ปี ถึงจะออกดอก บางครั้งเมื่อติดผลแล้วในช่วงเดือนมีนา ถึงเมษาโดนฝน ผลผลิตได้รับความเสียหาย ทำให้ราคาตกต่ำ เกษตรกรประสบปัญหาการขาดทุน ทางกอ.รมน.ได้เข้าไปช่วยเหลือเรื่องให้มีการผลิตปุ๋ยชีวภาพใช้เองโยมีการเชิญวิทยากรที่มีความรู้เรื่องการผลิตปุ๋ยชีวภาพมาให้ความรู้และมอบอุปกรณ์ในการทำปุ๋ยให้กับกลุ่มผู้ปลูกลิ้นจี่เพื่อเป็นการลดต้นทุนให้เกษตรกร ส่งเสริมการเลี้ยงผึ้งในการช่วยผสมเกสร ให้ความรู้ใน ผลิตสารไล่แมลงศัตรูพืชใช้เอง นายสาโรช  ควรศิริ   ผู้ใหญ่บ้าน ม.6 ต.แควอ้อม อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม นายสาโรช ควรศิริ ผู้ใหญ่บ้าน ม.6 ต.แควอ้อม อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม กล่าวถึงสิ่งที่ได้รับจากการร่วมเวทีสานเสวนาว่า “ในพื้นที่มีการปลูกลิ้นจี่ พันธ์ค่อม พันธ์พื้นเมืองของ จ.สมุทรสงคราม ลิ้นจี่พันธ์ค่อมเป็นที่ยอมรับว่ามีรสชาติดี เนื้อแห้ง กรอบ เม็ดมีขนาดเล็ก เมื่อสุกเต็มที่ผลจะมีสีแดงเข้ม จำหน่ายได้ราคาสูง แต่การปลูกลิ้นจี่มีปัญหาอยู่หลายอย่าง เช่นเรื่องอากาศต้องมีอุณหภูมิ 18 ถึง 19 องศาระยะเวลา 2 สัปดาห์ติดกันลิ้นจี่ถึงจะออกดอก เกษตรประสบปัญหาเรื่องปุ๋ยมีราคาสูง การจ้างแรงงานในการเก็บผลผลิตมีราคาสูง ทาง กอ.รมน.ได้เข้าช่วยเหลือโดยนำวิทยากรมาสอนการทำปุ๋ยหมักชีวภาพพร้อมมอบอุปกรณ์สำหรับการทำปุ๋ย เป็นการช่วยลดต้นทุนการผลิตให้เกษตรกร การใส่ปุ๋นชีวภาพเป็นการบำรุงดินเมื่อดินมีคุณภาพดีจะทำให้ลิ้นจี่ติดผลง่าย กอ.รมน.เข้ามาช่วยเกษตรกรลดราจ่ายเพิ่มรายได้” บทสรุปของการจัดเวทีสานเสวนาในครั้งนี้ กลุ่มเกษตรมีความเห็นว่าควรจะปรับเปลี่ยนการปลูกพืชแบบเชิงเดี่ยวมาเป็นแบบสวนผสม เพื่อให้มีรายได้ตลอดทั้งปี รวมกลุ่มกันผลิตปุ๋ยชีวภาพลดต้นทุน และรวมกลุ่มกันในการเก็บผลผลิต กิจกรรมต่างๆที่ทางกอ.รมน.จัดขึ้นทั้งการรวมกลุ่มการประดิษฐ์ดอกรวงผึ้งจากกระดาษ เพื่อถวายความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว การจัดเวทีสานเสวนากลุ่มอาชีพในจังหวัดต่างๆ เป็นกิจกกรมที่สร้างความรักความสามัคคี ให้กับประชาชน จากกลุ่มเล็กๆสู่ความสามัคคี ของประเทศ ขอขอบคุณข้อมูลจากรายการเดินหน้าปฏิรูป ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง5 ทุกวันพุธและวันพฤหัสบดี เวลา 21.00-22.00 น.