เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 23 ก.ค.2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกโซเชียนมีเดียและเพจต่างๆ ทั่วทั้ง จ.ขอนแก่น ได้มีการเผยแพร่ภาพจากผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ "Northzone Thanawa" ที่ได้มีการ โพสต์ภาพและข้อความเตือนภัยว่า “เตือนภัย!!แบงค์ปลอมกำลังระบาดในขอนแก่น วันนี้พ่อค้าขายขนม (ร้านไข่เต่า ข้างร้านตำกะเทย ถนนหน้าเมือง) มีผู้หญิงอายุ ระมาณ 23-25 ขับมอเตอร์ไซค์มาซื้อขนมไข่เต่า 30 บาท แล้วจ่ายแบงค์พันมา ด้วยความที่พ่อค้ามัวทอดมันอยู่จึงไม่ได้สังเกตุ แล้วก็ได้ทอนเงินไป 970 บาท และมารู้ภายหลังจากปิดร้านแล้ว !ฝากเตือนไปยังพ่อค้าแม่ค้าในขอนแก่นให้ระวังกันด้วยนะครับ คาดว่าเขาคงเอาไปซื้อหลายร้าน ปล. ก่อนรับเงินแบงค์ใหญ่ๆมาควรเช็คให้ละเอียดก่อนรับหรือทอนเงินครับ” พร้อมกับโพสต์ภาพธนบัตรใบละ 1,000 บาทที่ผู้โพสระบุว่าเป็นแบงก์ปลอม ทำให้มีชาวเน็ตออกมาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่เตือนพ่อค้าแม่ค้าว่าให้ระวังและตรวจสอบให้ดีก้อนรับเงินมา โดยเฉพาะใบละ 1,000 , 500 หรือแม้แต่ใบละ 100 บาท ในเวลาต่อมาผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุพบกับนายสรชา วิจิตพจน์ อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 167/7 ถ.เหล่านาดี ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.ขอนแก่น พ่อค้าขายกล้วยทอดและขนมไข่เต่า ตั้งอยู่ริมถนนหน้าเมือง เขตเทศบาลนครขอนแก่น โดยนายสรชา บอกว่า ขณะกำลังยืนขายกล้วยทอดอยู่นั้นได้มีหญิงสาวอายุประมาณ 20 – 25 ปี ขับขี่รถจักรยานยนต์มาขอซื้อกล้วยทอด 30 บาทโดยไม่ได้ลงจากรถและสวมหมวกกันน๊อคอยู่ เมื่อตนยื่นถุงกล้วยทอดให้หญิงสาวได้นำธนบัตรใบละ 1,000 บาทมาจ่าย ด้วยความเร่งรีบกลัวมันที่อยู่ในกระทะจะไหม้จึงไม่ได้ตรวจสอบและรีบทอนเงินจำนวน 970 บาทไป จากนั้นหญิงดังกล่าวก็ขับออกไปอย่างรวดเร็ว "เมื่อกลับถึงบ้านนำเงินออกมานับพบว่าเป็นแบงก์1,000 ปลอม เพราะว่าเนื้อกระดาษไม่เหมือนธนบัตรทั่วไป อีกทั้งเมื่อส่องไฟดูก็พบว่าลายธนบัตรซ้อมกันและสะท้อนกลับมาจึงรู้ว่าเป็นแบงค์ปลอม รู้สึกเซ็งมาก จึงให้ลูกสาวโพสต์เฟซบุ๊กเตือนภัยจะได้ไม่เกิดขึ้นกับใครอีก ส่วนตัวคิดว่าหญิงสาวตั้งใจที่จะนำแบงก์ปลอมมาซื้อเพราะเห็นว่าในมือยังกำเงินอยู่ เพราะหากตนทักท้วงก็จะนำเงินนั้นมาจ่าย คาดว่าแบงค์ปลอมกำลังระบาดในเมืองขอนแก่น จึงอยากให้พ่อค้าแม่ค้าระมัดระวัง สงสารคนหาเช้ากินค่ำในช่วงที่เศรษฐกิจไม่ดี ในส่วนของตนแต่ละวันจะขายได้วันละ 1,000 – 2,000 บาท แต่เมื่อเจอแบงค์ปลอมก็ทำให้รายได้ลดลง วันนี้ในช่วงเย็นจะเข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองขอนแก่นต่อไป"