ใต้สุดแดนสยาม ดินแดงแห่งมนเสน่ห์ ที่หากใครได้มาเยือนแล้วจะหลงมิรู้ลืม เพราะมีทั้งบรรยากาศที่สวยงาม มิตรภาพของคนในพื้นที่น่ารัก และเป็นกันเอง สมกับคำขวัญประจำอำเภอเบตง จังหวัดยะลา ที่ว่า “เมืองในหมอก ดอกไม้งาม ใต้สุดสยาม เมืองงามชายแดน”
สำหรับประวัติอำเภอเบตง เกิดขึ้นเมื่อครั้งรัชการที่ 5 ได้ตั้งขึ้นครั้งแรกโดยใช้ชื่อว่า “อำเภอยะรม” ณ บ้านฮางุส หมู่ที่ 1 ตำบลเบตง และต่อมาได้มีการย้ายที่ทำการอำเภอไปบ้านกำปงมัสยิด หมู่ที่ 6 ตำบลเบตง พร้อมเปลี่ยนชื่อเป็น “อำเภอเบตง” (Betong) จนกระทั่งปัจจุบัน
ส่วนบรรพบุรุษชองชาวเบตงส่วนใหญ่เป็นชาวจีนในหลายมณฑลและกลุ่มจีนพรรคคอมมิวนิสต์มาลายาที่อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานที่นี่จึงทำให้ปัจจุบันสังคมเมืองเบตงส่วนใหญ่จะพบเห็นวิถีความเป็นอยู่แบบชาวจีนที่เป็นอัตลักษณ์ทางชาติพันธุ์ (identity ethics) ทั้งภาษา วัฒนธรรมรวมถึงอาหารจีนที่หลากหลาย
กอปรกับ เมืองเบตงยังมีพื้นที่ติดกับประเทศมาเลเซียซึ่งทำให้ส่วนใหญ่ชาวเบตงตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันต่างยึดอาชีพทำการค้าขายส่งออกนำเข้าสินค้าไปยังประเทศมาเลเซียและประเทศสิงคโปร์ “เบตง” จึงกลายเป็นเมืองหน้าด่านที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจชายแดนใต้ของประเทศไทยและยังเป็น “เมืองท่องเที่ยวหลักสำคัญ” ที่ในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวจากประเทศมาเลเซียและประเทศสิงคโปร์เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเฉลี่ยปีละประมาณ 250,000 คน ด้วยความโดดเด่นทางศักยภาพในพื้นที่ทั้งด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว
ทั้งนี้พลโท ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4 เปิดเผยว่า คณะรัฐบาล นำโดย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มีนโยบายการพัฒนามิติด้านเศรษฐกิจ ณ อำเภอเบตง ทั้ง โครงการก่อสร้างสนามบินเบตง โครงการจัดตั้งหมู่บ้านไก่เบตง หมู่บ้านปลากือเล๊าะห์ ซึ่งกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า จึงได้ขับเคลื่อนบูรณการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเตรียมแผนงานโครงการเพื่อผลักดันนโยบายรัฐบาลไปสู่การปฏิบัติตามแผนการพัฒนาเมืองต้นแบบสามเหลี่ยมเศรษฐกิจ “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ควบคู่ไปกับการพัฒนาศักยภาพพื้นที่เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนตามแนวทางประชารัฐ ให้ตรงตามความต้องการและสอดคล้องกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ และสภาพพื้นที่อันจะทำให้พี่น้องประชาชนสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยืน
“ด้วยวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลในการเพิ่มขีดความสามารถทางเศรษฐกิจ ณ อำเภอเบตง ที่เปรียบดั่ง “ประตูชัยสุดชายแดนใต้” เป็นการเตรียมพร้อมเพื่อก้าวเข้าสู่การเป็นประเทศในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC (ASEAN Economic Community) ที่ในอนาคต “เบตง” อาจเป็น “ศูนย์กลางการค้าเมืองท่าชายแดนใต้ระหว่างประเทศ” ได้ ซึ่งนับว่าเป็นนโยบายสำคัญการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย ที่ยังสามารถสนับสนุนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ทั้งมิติทางเศรษฐกิจ ความมั่นคงและการต่าง ประเทศไปพร้อมกัน”
ณัฐพล ศรีภิรมย์
กอปรกับ เมืองเบตงยังมีพื้นที่ติดกับประเทศมาเลเซียซึ่งทำให้ส่วนใหญ่ชาวเบตงตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันต่างยึดอาชีพทำการค้าขายส่งออกนำเข้าสินค้าไปยังประเทศมาเลเซียและประเทศสิงคโปร์ “เบตง” จึงกลายเป็นเมืองหน้าด่านที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจชายแดนใต้ของประเทศไทยและยังเป็น “เมืองท่องเที่ยวหลักสำคัญ” ที่ในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวจากประเทศมาเลเซียและประเทศสิงคโปร์เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเฉลี่ยปีละประมาณ 250,000 คน ด้วยความโดดเด่นทางศักยภาพในพื้นที่ทั้งด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว
ทั้งนี้พลโท ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4 เปิดเผยว่า คณะรัฐบาล นำโดย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มีนโยบายการพัฒนามิติด้านเศรษฐกิจ ณ อำเภอเบตง ทั้ง โครงการก่อสร้างสนามบินเบตง โครงการจัดตั้งหมู่บ้านไก่เบตง หมู่บ้านปลากือเล๊าะห์ ซึ่งกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า จึงได้ขับเคลื่อนบูรณการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเตรียมแผนงานโครงการเพื่อผลักดันนโยบายรัฐบาลไปสู่การปฏิบัติตามแผนการพัฒนาเมืองต้นแบบสามเหลี่ยมเศรษฐกิจ “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ควบคู่ไปกับการพัฒนาศักยภาพพื้นที่เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนตามแนวทางประชารัฐ ให้ตรงตามความต้องการและสอดคล้องกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ และสภาพพื้นที่อันจะทำให้พี่น้องประชาชนสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยืน
“ด้วยวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลในการเพิ่มขีดความสามารถทางเศรษฐกิจ ณ อำเภอเบตง ที่เปรียบดั่ง “ประตูชัยสุดชายแดนใต้” เป็นการเตรียมพร้อมเพื่อก้าวเข้าสู่การเป็นประเทศในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC (ASEAN Economic Community) ที่ในอนาคต “เบตง” อาจเป็น “ศูนย์กลางการค้าเมืองท่าชายแดนใต้ระหว่างประเทศ” ได้ ซึ่งนับว่าเป็นนโยบายสำคัญการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย ที่ยังสามารถสนับสนุนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ทั้งมิติทางเศรษฐกิจ ความมั่นคงและการต่าง ประเทศไปพร้อมกัน”
ณัฐพล ศรีภิรมย์