“บวรวัฒนธรรม Model” เป็นหนึ่งในโครงการที่กระทรวงวัฒนธรรมจะของบประมาณจากรัฐบาลในการฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19
นายกฤษศญพงษ์ ศิริ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวภายหลังการประชุมติดตามการดำเนินงานโครงการพัฒนาต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมตามรอยศาสตร์พระราชาเพื่อชุมชนเข้มแข็งอย่างยั่งยืน (บวร On Tour) ของชุมชนคุณธรรมน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ขับเคลื่อนด้วยพลังบวร ระยะที่ 2 ผ่านระบบวีดิโอคอนเฟอร์เรนซ์ ว่า กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ได้เสนอโครงการส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืนด้วย “บวรวัฒนธรรม Model” เป็นหนึ่งในโครงการที่จะของบประมาณจากรัฐบาลในการฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 โดยได้มอบหมายให้สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด (สวจ.) ทั่วประเทศ บูรณาการกับชุมชนคุณธรรมในแต่ละพื้นที่ 23,000 แห่ง เสนอแผนงานความต้องการหรือฐานความคิดจากชุมชนซึ่งเป็นต้นน้ำ ในการที่จะขับเคลื่อนการทำงานสู่กลางน้ำ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และไปถึงปลายน้ำ เพื่อให้เห็นผลสัมฤทธิ์ องการดำเนินงานลงสู่ชุมชนฐานรากของประเทศอย่างแท้จริง
ปลัดวธ. กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ วธ.จะเน้นหัวใจหลักของการดำเนินงาน คือ การใช้พลังบวร คือ บ้าน วัด หรือศาสนสถาน และ โรงเรียน หรือ สถานศึกษา ในการทำงานบูรณาการร่วมกัน รวมถึงสร้างเครือข่ายในพื้นที่ให้เกิดขึ้น นำไปสู่เป้าหมายหลัก คือ พัฒนาคนในชุมชนให้มีคุณธรรมเป็น ชุมชนคุณธรรม เพื่อก้าวสู่ สังคมคุณธรรม โดยมีตัวชี้วัด คนในชุมชนมีความรัก ความสามัคคี มีน้ำใจ ใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต นำไปสู่การแก้ปัญหาต่างๆ ให้ลดลง ทั้งยาเสพติด อาชญากรรม ลักขโมย เป็นต้น นอกจกนี้ ให้ใช้ทุนทางวัฒนธรรมที่มีอยู่ในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นภูมิปัญญา สถานที่ท่องเที่ยว วิถีชีวิตของชาวบ้านที่ดำเนินตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ผลิตภัณฑ์ชุมชน โดยทั้งหมดนี้สามารถนำมาพัฒนาต่อยอด ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม สร้างงาน สร้างการดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้าไปเที่ยวสัมผัสในชุมชนต่างๆ อีกทั้งยังสามารถสร้างความภาคภูมิในในการเป็นเจ้าบ้านที่ดีให้กับคนในชุมชนนั้นๆ ด้วย
“ขณะนี้ สวจ. 29 จังหวัด ได้ยื่นเสนอโครงการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดร่วมพิจารณาแล้ว ซึ่งพบว่าได้รับความสนใจมาก เมื่อโครงการในพื้นที่ต่างๆ ผ่านการพิจารณาแล้ว ให้ส่งมายังสำนักงานปลัดวธ. พิจารณาอีกขั้นหนึ่ง เพื่อรวบรวมโครงการ ก่อนที่จะส่งไปยังสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติพิจาณา เพื่อของบประมาณในการดำเนินงาน โดยตั้งเป้าจาก 23,000 แห่ง จะต้องสร้างโมเดลต้นแบบของชุมชนคุณธรรมที่ขับเคลื่อนการทำงานได้เห็นผลจริงและยั่งยืน ให้ได้อย่างน้อยจังหวัดละ 1 แห่ง ในปี 2563” นายกฤษศญพงษ์ กล่าว
แฟ้มภาพ เพจเฟซบุ๊กเสน่ห์ชุมชนพลังบวร
ปลัดวธ. กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ วธ.จะเน้นหัวใจหลักของการดำเนินงาน คือ การใช้พลังบวร คือ บ้าน วัด หรือศาสนสถาน และ โรงเรียน หรือ สถานศึกษา ในการทำงานบูรณาการร่วมกัน รวมถึงสร้างเครือข่ายในพื้นที่ให้เกิดขึ้น นำไปสู่เป้าหมายหลัก คือ พัฒนาคนในชุมชนให้มีคุณธรรมเป็น ชุมชนคุณธรรม เพื่อก้าวสู่ สังคมคุณธรรม โดยมีตัวชี้วัด คนในชุมชนมีความรัก ความสามัคคี มีน้ำใจ ใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต นำไปสู่การแก้ปัญหาต่างๆ ให้ลดลง ทั้งยาเสพติด อาชญากรรม ลักขโมย เป็นต้น นอกจกนี้ ให้ใช้ทุนทางวัฒนธรรมที่มีอยู่ในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นภูมิปัญญา สถานที่ท่องเที่ยว วิถีชีวิตของชาวบ้านที่ดำเนินตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ผลิตภัณฑ์ชุมชน โดยทั้งหมดนี้สามารถนำมาพัฒนาต่อยอด ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม สร้างงาน สร้างการดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้าไปเที่ยวสัมผัสในชุมชนต่างๆ อีกทั้งยังสามารถสร้างความภาคภูมิในในการเป็นเจ้าบ้านที่ดีให้กับคนในชุมชนนั้นๆ ด้วย
“ขณะนี้ สวจ. 29 จังหวัด ได้ยื่นเสนอโครงการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดร่วมพิจารณาแล้ว ซึ่งพบว่าได้รับความสนใจมาก เมื่อโครงการในพื้นที่ต่างๆ ผ่านการพิจารณาแล้ว ให้ส่งมายังสำนักงานปลัดวธ. พิจารณาอีกขั้นหนึ่ง เพื่อรวบรวมโครงการ ก่อนที่จะส่งไปยังสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติพิจาณา เพื่อของบประมาณในการดำเนินงาน โดยตั้งเป้าจาก 23,000 แห่ง จะต้องสร้างโมเดลต้นแบบของชุมชนคุณธรรมที่ขับเคลื่อนการทำงานได้เห็นผลจริงและยั่งยืน ให้ได้อย่างน้อยจังหวัดละ 1 แห่ง ในปี 2563” นายกฤษศญพงษ์ กล่าว
แฟ้มภาพ เพจเฟซบุ๊กเสน่ห์ชุมชนพลังบวร