ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดยโสธร ว่าชาวบ้านทุ่งนางโอก ตำบลทุ่งนางโอก อำเภอเมือง จังหวัดยโสธรได้ประกอบอาชีพการจักสานไม้ไผ่มาตั้งแต่บรรพบุรุษจนถึงปัจจุบันจนสามารถสร้างรายได้ให้กับครอบครัว แบบพอเพียงและยั่งยืนจนชาวบ้านมีความเป็นอยู่ที่ดีมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
นางเทียนทอง แสงใสแก้ว หรือ(แม่ก่ำ)อยู่บ้านเลขที่ 39 หมู่ที่ 3 ตำบลทุ่งนางโอก อำเภอเมืองจังหวัดยโสธร กล่าวว่าชาวบ้านทุ่งนางโอกประกอบอาชีพการเกษตรคือทำนาทำได้เฉพาะนาปีเท่านั้นเนื่องจากไม่มีแหล่งน้ำขนาดใหญ่หรือระบบชลประทานที่จะสามารถทำการเกษตรนอกฤดูกาลได้หลังจากการทำนาเสร็จชาวบ้านได้ประกอบอาชีพการจักสานไม้ไผ่ซึ่งการจักสานไม้ไผ่นี้ทำมาตั้งแต่บรรพบุรุษสืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบันจะทำเป็นตั้งแต่เด็กเล็กจนโตเพราะช่วงว่างจากการทำกว่าจะฤดูการเก็บเกี่ยวก็จะทำการจักสานไม่ไผ่กัน ประเภทของสินค้าในการจักสานนั้นประกอบไปด้วยกระติบข้าวหรือก่องข้าวเหนียวจะมีขนาดต่างๆตั้งแต่เล็กจนใหญ่อีกทั้งทำตามความต้องการของผู้สั่งซื้อว่าจะเอาขนาดเท่าใดในส่วนของการจักสานไม้ไผ่นั้นก็ไม่ยากเราก็ตัดต้นไม้ไผ่ที่ปลูกไว้ตามปลายนา ตามที่ว่างเปล่าภายในสวนก็ตัดมาแล้วผ่าแล้วทำเป็นริ้วๆเขาเรียกตอกเมื่อได้ตอกแล้วก็นำมาสานเป็นกล่องข้าวกระติบข้าวแค่นี้ก็เสร็จเรียบร้อยสามารถจำหน่ายได้แต่ปัจจุบันนี้การทำกระติบข้าวก็ได้สร้างลวดลายขึ้นข้างก่องข้าวเพื่อจะเพิ่มมูลค่าของก่องข้าวหรือกระติบข้าวให้สวยงามและมีราคาเพิ่มมากขึ้นส่วนราคานั้น มีตั้งแต่ ราคา 30 บาทจนถึง 2,000 บาทดังนั้นการทำกระติบข้าวขายของชาวบ้านทุ่งนางโอกจึงเป็นรายได้ที่ดีสร้างรายได้ครอบครัวแบบพอเพียงและยั่งยืนทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น
นางเทียนทอง แสงใสแก้ว หรือ(แม่ก่ำ)อยู่บ้านเลขที่ 39 หมู่ที่ 3 ตำบลทุ่งนางโอก อำเภอเมืองจังหวัดยโสธร กล่าวว่าชาวบ้านทุ่งนางโอกประกอบอาชีพการเกษตรคือทำนาทำได้เฉพาะนาปีเท่านั้นเนื่องจากไม่มีแหล่งน้ำขนาดใหญ่หรือระบบชลประทานที่จะสามารถทำการเกษตรนอกฤดูกาลได้หลังจากการทำนาเสร็จชาวบ้านได้ประกอบอาชีพการจักสานไม้ไผ่ซึ่งการจักสานไม้ไผ่นี้ทำมาตั้งแต่บรรพบุรุษสืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบันจะทำเป็นตั้งแต่เด็กเล็กจนโตเพราะช่วงว่างจากการทำกว่าจะฤดูการเก็บเกี่ยวก็จะทำการจักสานไม่ไผ่กัน ประเภทของสินค้าในการจักสานนั้นประกอบไปด้วยกระติบข้าวหรือก่องข้าวเหนียวจะมีขนาดต่างๆตั้งแต่เล็กจนใหญ่อีกทั้งทำตามความต้องการของผู้สั่งซื้อว่าจะเอาขนาดเท่าใดในส่วนของการจักสานไม้ไผ่นั้นก็ไม่ยากเราก็ตัดต้นไม้ไผ่ที่ปลูกไว้ตามปลายนา ตามที่ว่างเปล่าภายในสวนก็ตัดมาแล้วผ่าแล้วทำเป็นริ้วๆเขาเรียกตอกเมื่อได้ตอกแล้วก็นำมาสานเป็นกล่องข้าวกระติบข้าวแค่นี้ก็เสร็จเรียบร้อยสามารถจำหน่ายได้แต่ปัจจุบันนี้การทำกระติบข้าวก็ได้สร้างลวดลายขึ้นข้างก่องข้าวเพื่อจะเพิ่มมูลค่าของก่องข้าวหรือกระติบข้าวให้สวยงามและมีราคาเพิ่มมากขึ้นส่วนราคานั้น มีตั้งแต่ ราคา 30 บาทจนถึง 2,000 บาทดังนั้นการทำกระติบข้าวขายของชาวบ้านทุ่งนางโอกจึงเป็นรายได้ที่ดีสร้างรายได้ครอบครัวแบบพอเพียงและยั่งยืนทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น