ยกเคสหลากการรักษากับ 3 ตัวอย่าง รายแรกหญิงวัย 31 เป็นคนไข้รายแรกที่ใช้ยาฟาวิพิราเวียร์ รายที่สองผู้ป่วยชายสูงวัย ใช้ยาฟาวิฯ แต่อาการรุนแรงมาก-พบหมอช้าไป รายที่สาม หญิงวัย 57 แม้อาการมากและมีความเสี่ยง แต่หายได้ด้วยมารักษาเร็ว ย้ำประชาชนอย่าประมาท ไม่ปกปิกข้อมูล รักษาเร็วโอกาสหายสูง เมื่อวันที่ 11 พ.ค.63 ที่กระทรวงสาธารณสุข ผศ.นพ.พจน์ อินทลาภาพร โรงพยาบาลราชวิถี กล่าวถึงการดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ว่า ปัจจุบันโรงพยาบาลราชวิถีดูแลผู้ป่วยตั้งแต่อาการน้อย ปานกลาง ถึงรุนแรง จำนวนผู้ป่วยทั้งหมด 69 ราย มีอาการปอดอักเสบ 33 ราย ปอดอักเสบชนิดรุนแรง 10 ราย รักษาหาย 64 ราย เสียชีวิต 4 ราย ซึ่งอยู่ในกลุ่มปอดอักเสบรุนแรง ทั้งนี้ ได้ยกตัวอย่างเคสที่สำคัญ 3 เคส ที่ได้จากการดูแลผู้ป่วยเพื่อเป็นแนวทางในการรักษาผู้ป่วยในประเทศไทย ได้แก่ ผู้ป่วยหญิงอายุ 31 ปี มีอาการไข้หนาวสั่น 11 วัน ต่อมาเริ่มมีอาการไอและเหนื่อยมากขึ้นนาน 5 วัน จึงเข้ารับการรักษาตัวในรพ.เอกชนแห่งหนึ่ง 2 วัน และขอกลับบ้าน หลังกลับบ้าน 1 วัน อาการไม่ดีขึ้นจึงเข้ารักษาตัวในรพ.ของรัฐ และถูกส่งต่อมาที่รพ.ราชวิถี พบปอดอักเสบจากโควิด-19 ได้รับการรักษาด้วยการใช้ยาฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) Darunavir/Ritonavir Chloroquine Azithromycin หลังจากนั้น 3 วัน ผลตรวจ PCR ไม่พบไวรัส ซึ่งเป็นผู้ป่วยคนแรกที่ใช้ยาฟาวิพิราเวียร์ ทำให้ได้ข้อสรุปว่ายาดังกล่าวน่าจะมีประโยชน์และพิจารณาเข้าสู่แนวทางการรักษาในไทย และได้ข้อสรุปเบื้องต้นอีกว่า แม้ว่าอายุน้อยความเสี่ยงที่จะมีอาการรุนแรงจะน้อยกว่า แต่รายนี้ก็มีอาการปอดอักเสบและมารักษาช้า สำหรับตัวอย่างเคสที่ 2 เป็นชายไทยอายุ 55 ปี ป่วยมาแล้ว 13 วัน ไม่มีโรคประจำตัว มีอาการปอดอักเสบ ก่อนเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล โดยให้การรักษาด้วยยาฟาวิพิราเวียร์ จากนั้น 4 วันต่อมาเสียชีวิต ลักษณะปอดอักเสบรุนแรง ระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว ระบบหายใจล้มเหลว และยังตรวจพบไวรัสในร่างกาย เนื่องจากอายุมากและมาพบแพทย์ล่าช้า จึงแนะนำประชาชนว่าหากมีอาการแล้วไม่ควรปกปิด และรีบพบแพทย์ทันที ส่วนตัวอย่างเคสที่ 3 เป็นหญิงไทยอายุ 57 ปี พบลูกสาวกลับจากเกาหลีและเป็นผู้ป่วยยืนยันโควิด-19 โดยไม่มีโรคประจำตัว อยู่ 4 วันแรก สบายดีผลเอกซเรย์ปอดปกติ เมื่อเข้าสู่วันที่ 5 หลังตรวจพบเชื้อ เริ่มมีอาการไข้ ไอ และเหนื่อย พบปอดอักเสบ โดยให้ยาฟาวิพิราเวียร์และยาตามสูตร จากนั้นไข้ขึ้นต่อเนื่องตลอด 7 วัน จนกระทั่งรักษาแล้วไข้ลดและหายดี ผลเอกซเรย์ปอดดีขึ้น จึงสรุปได้ว่าแม้อายุมากและมีความเสี่ยงอาการรุนแรง แต่หากเข้ามารักษาเร็ว ไม่มีโรคประจำตัว ก็สามารถรักษาหายและได้กลับบ้าน อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยทุกเคสถือเป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้แพทย์ที่ดูแลผู้ป่วยสามารถวิเคราะห์วางแผนในการดูแลรักษาหากผู้ป่วยเข้ารับการรักษาโดยเร็วแม้ว่ามีอาการค่อนข้างรุนแรงก็ยังสามารถหายได้ แต่หากมาช้าและอายุมากความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตมีสูง