"โฆษกประชาชาติ" จี้ "บิ๊กตู่"ใช้วิกฤตไวรัสเป็นโอกาสดับไฟใต้หลังบีอาร์เอ็นประกาศหยุดปฏิบัติการ แนะสั่งการให้เป็นพื้นที่พิเศษ ใช้มาตรการเข้มข้นเก็บตัวอยู่บ้าน-เยียวยาไปพร้อม ต้อง 'ซื้อใจ' ให้ชาวบ้านสัมผัสได้ นายสุพจน์ อาวาส โฆษกพรรคประชาชาติ เปิดเผยว่า การแก้ไขการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอาชา นายกรัฐมนตรี เป็นไปแบบกะท่อนกะแท่นในภาพรวม เพราะการดึงการบังคับบัญชาสั่งการไว้ที่ตัวเองแบบสัมบูรณ์ภายใต้คลื่นลมที่ถาโถมจากเพื่อนพ้องน้องพี่และบริวารเป็นเรื่องยากแบบเห็นๆ แต่อย่างไรก็ตาม ก็ขอเสนอให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะประธานศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดฯ หรือ ศคบ.กำหนดเป็นนโยบายให้สามจังหวัดชายแดนใต้เป็นพื้นที่ที่จะต้องแก้ไขที่ผิดแผกแตกต่างกับท้องที่อื่น ต้องให้ท้องที่และท้องถิ่นซึ่งรู้จักและเข้าใจบริบทของพื้นที่เป็นกลไกไปพร้อมๆกับมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดและการเยียวยาช่วยเหลือปากท้องไปพร้อมๆกัน มีหลักและกติกาที่ผ่อนปรน "สามจังหวัดชายแดนใต้เกิดความรุนแรง ไม่มีความสงบมาเป็นเวลา16 ปี หมดเงินงบประมาณและสูญเสียชีวิตไปเป็นจำนวนมาก แต่น่าเสียดายที่ไม่ได้ยินนายกรัฐมนตรีและภาคธุรกิจพูด หรือ ทำอะไรเพื่อแก้ไขให้กับพื้นทีดังกล่าว คงมองเพียงว่าเป็นพื้นที่เหมือนกับภูมิภาคอื่นๆ ความจริงเป็นจังหวะที่ดีที่สุดที่จะดับไฟใต้ เพราะกลุ่มขบวนการแบ่งแยกดินแดน สำนักงานเลขากลางปาตานี-มาเลย์แนวร่วมปฏิบัติการแห่งชาติ หรือ BRNได้ออกแถลงการณ์เมื่อ 26 มีนาคมและ 3 เมษายน 2563 ว่าจะหยุดการปฏิบัติการ หรือหยุดยิง ชั่วคราว เนื่องจากการระบาดของเชื้อไวรัสที่คุกคามมนุษยชาติทั้งโลก รวมถึง ปาตานี และท่าที (position) ดังกล่าว ถือเป็นโอกาสและมีความเหมาะสมที่จะสร้างความสงบและนำสันติภาพมาสู่ชายแดนใต้" นายสุพจน์ กล่าวว่า การติดเชื้อโควิดและการเสียชีวิตของชาวบ้านซึ่งส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลามมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เนื่องจาก ความเชื่อและการปฏิบัติทางศาสนา ขณะเดียวกันชาวบ้านที่เก็บตัวอยู่กับบ้านได้ก็ต้องมีข้าวกิน เด็กตัวเล็กตัวน้อยถ้าไม่มีข้าวกินจะอยู่อย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ ต้องแสดงความจริงใจ สั่งการ หรือ มอบหมายให้หน่วยงานรัฐ เช่น ผู้ว่าราชการจังหวัด ศอ.บต. กองทัพ ฯลฯ ดูแลชาวบ้านให้ดี และการแจกเงินของกระทรวงการคลัง หรือ ของกินของใช้ก็ขอให้นึกถึงพี่น้องในสามจังหวัดชายแดนใต้และมั่นใจอย่างยิ่งว่าพี่น้องประชาชนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ต้องการอภิสิทธิ์ หรือ ข้อยกเว้นใดๆแต่ขอให้มีการดูแล หรือ ให้บริการอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม "ระดม หรือ รวมตัวกันไปแจกให้ถึงบ้านเลย ไม่ต้องวางหลักเกณฑ์อะไรให้ยุ่งยาก ชาวบ้านกำลังจะอดตายอยู่แล้ว นี่คือการซื้อใจเพื่อเอาชนะใจที่ดีที่สุด ภาคเอกชนก็น่าจะช่วยได้ไม่น้อย" ความจริงใจของรัฐบาลสำคัญมาก อย่าออกมาตรการทีมีแต่ห้ามทำโน่นทำนี่ 15-16 ปี ก็ใช้อำนาจภายใต้พ.ร.ก.ฉุกเฉินมากพอแล้ว แต่ไฟใต้ก็ไม่ดับ หมดเงินงบประมาณไปไม่รู้กี่แสนล้านบาท ทำไมจะมาเสียดายเอาตอนนี้ และขอให้ด้วยรู้ว่าชาวบ้านกำลังเดือดร้อนแสนสาหัสมากขึ้นทุกวัน กลัวทั้งไวรัสคร่าชีวิตและกลัวอดตาย" นายสุพจน์ กล่าวต่อว่า ศอ.บต. ต้องแสดงบทบาทการเป็นศูนย์อำนวยการและบริหาร 5 จังหวัด รวมถึง เป็นข้อเหวี่ยงให้กับการทำงาน กล่าวคือ ต้องประสาน ส่งเสริม สนับสนุน สิ่งขาด ฯลฯ เพื่อให้การทำงานของจังหวัดเกิดความสมบูรณ์ศอ.บต. มิใช่หน่วยปฏิบัติและต้องไม่ทำแบบเดียวกับจังหวัด และ สำคัญที่สุด ต้องเป็นตัวแทนรัฐบาลส่วนกลางที่ทำงานแบบมืออาชีพ ที่ต้องทราบว่า ชาวบ้าน พื้นที่ ต้องการอะไรเพื่อแก้ปัญหาให้ตรงจุด และต้องแนะนำจังหวัด ในการแก้ปัญหา ที่สำคัญต้องป้องกันหรือยุติมิให้ 'โครงการของ ศอ.บต.' ไปสร้างปัญหาให้กลับจังหวัดต่างๆและที่สำคัญที่สุด คือ ต้องทำแบบการเมือง ไม่มีการทหารเข้ามาเกี่ยวข้อง หรือ เน้นเฉพาะ 'มิติพัฒนา' ด้าน สังคม ศาสนา วัฒนธรรม หรือ เศรษฐกิจประจำถิ่น ( local economy) หรือ ใช้ทุนทางสังคม (social capital) เป็นตัวนำ ส่งเสริมการปลูกและพัฒนาพันธุ์พืชประจำถิ่น เช่นทุเรียน มังคุด ยางพารา กล้วยหิน ฯลฯ เป็นฐานรายได้ และต้องไม่ลืมว่า คน สาม หรือ ทั้งห้าจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปกติอยู่แบบพอเพียงอยู่ โดยมีศาสนาและความเชื่อเป็น 'โซ่ข้อกลาง' ในการพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิต" นายสุพจน์ กล่าวต่อว่า รัฐบาล ต้องเพิ่มความจริงใจ ต่อเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะ มาเลเชีย เพราะได้รับผลกระทบหนักมากกว่าไทยและรัฐบาลไทย น่าจะมีการช่วยเหลือบ้าง เพราะจะได้ใช้เป็นใบเบิกทางเพื่อให้การพูดคุยสันติภาพในอนาคตและจะทำให้บรรยากาศ การพูดคุยดีขึ้นด้วยและต้องน้อมนำเอาเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้อย่างจริงจัง ควรตัดงบของความมั่นคง ของภาคใต้ เพื่อมาช่วยกระตุ้น ให้ชาวบ้าน มีข้าวสาร อาหารแห้ง ฯลฯ บริโภค และช่วงนี้ถือเป็นโอกาสดีที่รัฐบาลควรชื้อน้ำมันมาสำรอง เนื่องจากราคาถูก และ เตรียมแปรรูปสินค้าหรือโภคภัณฑ์ทางการเกษตร เช่น ข้าวสาร มันสัปหลัง น้ำตาล ฯลฯ ไว้ส่งออกหลัง COVID