ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ผู้ชวยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความในเพจเฟซบุ๊กชื่อ นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ระบุว่า...
ร้านหมูกะทะ ความเหมือนที่แตกต่าง กระทรวงแรงงาน โปรดอ่าน!!! -สมมุติว่า มีร้านหมูกระทะ 2 ร้าน แต่ละร้านมีลูกจ้างร้านละ 10 คน ร้านหนึ่งไม่ส่งเงินประกันเข้ากองทุนประกันสังคม ไม่เสียภาษี อยู่ๆกันไปอย่างนั้น อีกร้านหนึ่งส่งเงินเข้ากองทุนประกันสังคมและเสียภาษีถูกต้อง วันนี้ เมื่อมีโรคระบาด ทั้ง 2 ร้าน มีลูกค้าลดลงเหลือลูกค้าประมาณ 10 % ทั้งนายจ้างและลูกจ้างเดือดร้อนเหมือนกันหมดทั้ง 2 ร้าน แต่ร้านที่ไม่ส่งเงินเข้ากองทุนลูกจ้างสามารถลงทะเบียนเพื่อขอรับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลได้ เดือนละ 5,000 บาทรวม 3 เดือน ส่วนร้านที่ลูกจ้างและนายจ้างส่งเงินเข้ากองทุนประกันสังคมไม่สามารถขอรับความช่วยเหลือจากรัฐบาลได้เพราะเป็นลูกจ้างในระบบ(ตามม.33) ทั้งที่ ได้รับความเดือดร้อนเหมือนกัน ร้านหมูกะทะ ที่ลูกจ้างและนายจ้างปฏิบัติถูกต้องตามกฏหมายจะสามารถได้รับความช่วยเหลือได้ต่อเมื่อ 1.รัฐสั่งปิด 2. มีลูกจ้างติดโรคระบาด หรือเป็นกลุ่มเสี่ยง -ผมจึงเรียกร้องมาตลอดว่า สถานการณ์วันนี้ ขอให้ถือว่า"มีเหตุจำเป็นที่นายจ้างไม่ให้ทำงาน" เพื่อให้ลูกจ้างได้รับการดูแลจากกองทุน ประกันสังคม62% ของค่าจ้าง เป็นเวลา 3 เดือนตามม.79/1 พรบ.ประกันสังคม (อาจยากไปสำหรับผู้ไม่เกี่ยวข้อง) แต่หากลูกจ้างกลุ่มนี้ ซึ่งหลายประเภท นับล้านคน เช่น ร้านค้า,ร้านอาหาร,โรงแรม(โรงแรม ผู้ว่าราชการหลายจังหวัดสั่งปิดแล้ว ได้รับการช่วยเหลือเงินจากกองทุนไปบ้างแล้ว ) ผมยกตัวอย่างร้านหมูกะทะเพื่อให้เห็นภาพชัดเจนเท่านั้น หรือ อาชีพที่สอนนักท่องเที่ยวดำน้ำ(diving) ซึ่งตกงานไป 100% เพราะไม่มีนักท่องเที่ยว คนเหล่านี้ส่งเงินประกันสังคมทุกเดือนตอนนี้ ตกงานกันหมดแล้ว ประกันสังคมมีเงินเป็นแสนล้าน เป็นเงินของลูกจ้าง-นายจ้าง ที่เขาสะสมมาทั้งนั้น แต่เขาไม่ได้รับการดูแล หากเป็นอย่างนี้ เกรงว่า จะมีการเคลื่อนย้ายของประชากรอีกละลอกหนึ่ง นโยบายของรัฐที่ให้อยู่บ้านก็จะไม่ประสบความสำเร็จ กระทรวงแรงงานต้องตื่นได้แล้ว คนในระบบที่ทำตามกฎหมายจะตายกันหมดแล้ว/