เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 9 มี.ค.63 ที่กองบังคับการกองพันทหารเสนารักษ์ที่ 22 (พัน.สร.22 ) กองบัญชาการช่วยรบที่ (บชร.) 2 ต.หนองไผ่ล้อม อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา พร้อมนายแพทย์นรินทร์รัชต์ พิชญคามินทร์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) นครราชสีมาและผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่ตรวจสถานที่เตรียมให้การพักพิงแรงงานชาวไทยที่เดินทางกลับจากประเทศเกาหลีใต้ เพื่อคัดกรองแรงงานทั้งในและนอกระบบโดยกักตัวไว้ 14 วัน ตามกระบวนการเฝ้าระวัง ควบคุมและป้องกันการแพร่เชื้อโควิด-19 โดยมีคณะนายทหารกองทัพภาคที่ 2 ค่ายสุรนารี ให้การต้อนรับและชี้แจงข้อมูลที่เกี่ยวข้อง นายวิเชียร ผวจ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า การเตรียมรับแรงงานชาวไทยกำหนดไว้ 2 ส่วน คือ 1.กลุ่มที่กลับมาแล้วจะทำอย่างไร ขอชี้แจงทำความเข้าใจ ขณะนี้มีแรงงานทั้งสิ้น 93 คน ได้เดินทางกลับมาตั้งแต่วันที่ 6 มีนาคม ที่ผ่านมา ทุกคนผ่านการตรวจคัดกรองที่สนามบินสุวรรณภูมิ ไม่พบอาการเป็นไข้ เจ็บคอ เมื่อกลับมาถึงภูมิลำเนาเดิม ฝ่ายปกครอง กำนันผู้ใหญ่บ้านและอาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน (อสม.) ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและร้องขอให้กักตัวเองอยู่ที่บ้านพัก 14 วัน และทุกวัน ช่วงเวลาเช้าเย็นจะมีการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายพร้อมสอบถามสารทุกข์สุขดิบ หากออกนอกพื้นที่ ก็จะมีระบบติดตามตัว เพื่อทำความเข้าใจ ซึ่งเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชนไม่ให้ตื่นตระหนกและ 2.กลุ่มที่กำลังเดินทางกลับมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง ตนและ สสจ.นครราชสีมา ได้เดินทางไปตรวจสถานที่ 3 จุด 1.ศูนย์การเรียนรู้บุ่งตาหลั่วเฉลิมพระเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งมีบ้านพักรับรอง 20 หลัง แยกสัดส่วนชัดเจนแต่เป็นสถานที่ออกกำลังกายของชาวเมืองโคราช จึงไม่เหมาะสม 2. พัน.สร.22 บชร.2 สถานที่กักกันเฝ้าระวังโรคที่มีความพร้อมที่สุด โดยเป็นอาคารโรงนอนทหาร 2 ชั้น รองรับได้จำนวน 80 คน เตียงนอนมีระยะห่าง 3 เมตร มีห้องน้ำแยกชาย–หญิง มีโรงอาหารและพื้นที่บริเวณที่ปลอดภัย ท่ามกลางการดูแลอำนวยความสะดวกของทหารเสนารักษ์ ฯ หากมีผีน้อยเดินทางเข้ามาก็สามารถพร้อมใช้งานสถานที่กักกันแห่งนี้ได้ทันทีและโรงนอนทหารกองพันทหารเสนารักษ์ที่ 3 กำลังปรับปรุงห้องน้ำติดตั้งฝักบัวอาบน้ำ โรงอาหารให้แยกสัดส่วนอย่างชัดเจน พร้อมจัดหาเครื่องนอนรองรับจำนวน 80 คน คาดจะแล้วเสร็จพร้อมใช้งานภายใน 1-2 วัน ทั้งนี้คณะกรรมการได้สำรวจตัวเลือกเพิ่มเติมซึ่งไม่สามารถคาดการณ์จะเดินทางมาเมื่อไรและมีจำนวนเท่าใด ซึ่งแต่ละกลุ่มต้องอยู่ 14 วัน และ อีก 1 วัน ทำความสะอาดอาคารสถานที่โดยมีสำรองที่ค่ายลูกเสืออ่างห้วยบ้านยาง ต.โคกกรวด อ.เมือง จ.นครราชสีมา สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา นครราชสีมา รวมทั้งอาคารเรียนของสถานศึกษาที่ตั้งอยู่ห่างจากชุมชน “สิ่งที่วิตกกังวลคือความตื่นตระหนกที่รับข้อมูลเฟคนิวส์ ซึ่งมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ขอให้รอฟังข่าวที่ถูกต้องชัดเจนจากรัฐบาลและผู้ที่เดินทางกลับมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยงจะต้องไม่สร้างปัญหาใดๆ เพื่อให้ชาวโคราชสามารถดำรงชีพได้ตามปกติ โคราชต้องกลับมาเหมือนเดิมและสามารถผ่านพ้นวิกฤตการณ์นี้ได้” ผวจ.นครราชสีมา ด้าน นพ.นรินทร์รัชต์ ฯ สสจ.นครราชสีมา ชี้แจงสถานการณ์ล่าสุดว่า มีผู้เข้าข่ายต้องเฝ้าระวังตั้งแต่วันที่ 26 มกราคม จนถึงขณะนี้มีจำนวนทั้งสิ้น 108 ราย ผลตรวจไม่พบเชื้อโควิด-19 แต่อย่างใดและผู้ที่กลับมาจากต่างประเทศไม่ใช่ผู้ป่วยเป็นผู้ที่เข้าข่ายสงสัยเฝ้าระวัง เนื่องจากเดินทางมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง