ในอดีตว่าวเป็นเครื่องมือวัดลม เป็นอุปกรณ์เสี่ยงทายถึงความเจริญก้าวหน้าของท้องถิ่น นิทาน หรือตำนานของไทย เช่น เรื่องแก้วหน้าม้า ว่าวสมัยก่อน พระมหากษัตริย์ให้ความสนใจมากหากว่าวตกลงบ้านใคร เจ้าของบ้านจะได้รับรางวัลเป็นสิ่งตอบแทน ชาวจีนใช้ว่าวทำสงคราม ชาวฝรั่ง เช่น เบ็ญจามิน แฟรงกิน ใช้ว่าวทดลองทางวิทยาศาสตร์ ว่าวจุฬา - ปักเป้า เป็นว่าวที่พระราชาทรงโปรด จัดให้มีการแข่งขันท้องสนามหลวง ว่าวจุฬา แต่ละตัวที่จัดทำขึ้นต้องมีพิธีกรรมหลายอย่าง เช่น การค้นหาไม้ไผ่ที่แก่จัด อยู่กลางกอไผ่ มีอายุที่กำหนดไว้ เมื่อตัดไม้ไผ่แล้วต้องไปแช่น้ำระยะหนึ่ง จึงจะมาตกแต่ง มีการรมควันเพื่อให้ไม้ไผ่ทนทาน ไม่มีมอด แมลงมาชอนไช การตกแต่งโครงว่าว การผูกเชือก การติดกระดาษ ล้วนแต่ใช้ภูมิปัญญาไทย บางครั้งต้องมีการเซ่นไหว้ เพื่อให้มีชัยชนะ สาระ
ความเป็นมาของการจัดงานว่าวนานาชาติสุราษฎร์ธานี หรือ Suratthani Kite Festival เกิดขึ้นมาครั้งแรกจากความมหัศจรรย์ที่ถูกถักทอขึ้นมาเป็นประกายสว่างไสวบนน่านฟ้าเกาะสมุย.ในงาน Samui Festival ครั้งที่ 1 ด้วยการนำว่าวเป็นของดีอำเภอเคียนซา จากความเห็นชอบของท่านนายอำเภอเคียนซาในสมัยนั้นที่เล็งเห็นว่า การเล่นว่าวควรได้รับการส่งเสริมให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ โดยการนำเสนอจากนายอาทร ย้อยญาติ ประธานชมรมว่าวไทยสุราษฎร์ธานี
นายอาทร ย้อยญาติ ประธานชมรมว่าวสุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.)สุราษฎร์ธานี ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท) การท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสุราษฎร์ธานี อำเภอไชยา องค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)ตะกรบไชยา หน่วยงานภาครัฐ เอกชน ผู้ประกอบการประชาชนในจังหวัดสุราษฎร์ธานี และผู้ร่วมสนับสนุนอีกมากมาย ได้ร่วมมือกันจัดงานมหกรรมว่าวนานาชาติ ครั้งที่ 3 “Suratthani Kite Festival 2020” ระหว่างวันที่ 31 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ 2563 ณ พื้นที่บริเวณชายทะเลหาดนายอำเภอ หมู่ที่ 2 ต.ตะกรบ อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี
งานดังกล่าวจะจัดขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือเพื่ออนุรักษ์การเล่นว่าวไทยและประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวในอำเภอไชยาให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น ภายในงานมีกิจกรรมต่างๆมากมาย อาทิเช่น นิทรรศการว่าวไทย, การแสดงโชว์ว่าวไทย และว่าวแฟนซีจากต่างประเทศกว่า 9 ประเทศ ฯลฯ รวมถึงการจัดแสดงผลิตภัณฑ์สินค้า Otop ทั้งนี้ในช่วงค่ำจะมีกิจกรรมแสงสีเสียงอย่างตระการตา ผู้ที่มาเดินทางเที่ยวชมยังสามารถ แวะ แชะ ชิล ชิมชอป กับอำเภอไชยาได้อีก 9 สถานที่ ที่ห้ามพลาด มีทั้งวัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติไชยา สวนโมกขพลาราม เกาะเสร็จ แหล่งทอผ้าบ้านพุมเรียง วันสมุหนิมิต สถานีรถไฟไชยา ปืนใหญ่พญาพุมเรียง และปฏิมากรรม ปูม้ายักษ์ ส่วนในด้านของเมนูอาหาร ของอำเภอไชยา ไข่พระจันทร์ทรงกลด ปลาหมอจุกเคย หอยขาวต้มตะไคร้ ไข่หวานไข่เค็ม และขนมโก๋ไชยา ในส่วนของของฝากติดไม้ติดมือ จะมีผ้าไหมพุมเรียง ข้าวเกษตรอินทรีย์ลุงริน ไข่เค็ม ปูคอนโด ขนมจั้ง ล้วนต่างเป็นของดีของเด่นของขึ้นชื่อ
การจัดงานว่าวครั้งนี้ถือว่าเป็นงานที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมได้เชิญนักกีฬาแข่งขันว่าวและทีมนักแสดงว่าวนานาชาติ 10 ประเทศทั่วโลก ร่วมแสดงว่าวหลากหลายรูปแบบ เพื่อส่งเสริมเผยแพร่ความเป็นเมืองสุราษฎร์ธานี เมืองคนดี วิถีชีวิต วัฒนธรรมประเพณีศิลปะ การแสดง อาหารตลอดจน ส่งเสริมให้เด็ดและเยาวชนรุ่นใหม่ รู้จักและเข้าใจวิถีชีวิตการเล่นว่าว เพื่อเป็นการส่งเสริมกระตุ้นการท่องเที่ยวสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีและใกล้เคียง
รูปแบบและแนวคิดการจัดงาน เป็นการผสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ยกขบวนเหล่าว่าวแฟนซีและว่าวท้องถิ่นมาให้ชมอย่างใกล้ชิดเหนือจินตนาการกับแนวคิด “กินลมชมว่าวเคล้าเสียงคลื่น” ที่พร้อมจะให้ทุกคนได้สัมผัสตลอดระยะเวลา 3 วัน ของการจัดงานพร้อมกิจกรรมมากมายเช่น กิจกรรม DIY ที่ผู้เข้าร่วมงานจะได้ออกแบบและระบายสีว่าวด้วยตนเอง รวมถึงมีพื้นที่สำหรับครอบครัวเล่นว่าวได้สนุกสนานอย่างเต็มที่ ปิดท้ายด้วยการฟังเพลงสบาย ๆ ผ่อนคลายบรรยากาศริมทะเล
++++++++++++++++++++++
ความเป็นมาของการจัดงานว่าวนานาชาติสุราษฎร์ธานี หรือ Suratthani Kite Festival เกิดขึ้นมาครั้งแรกจากความมหัศจรรย์ที่ถูกถักทอขึ้นมาเป็นประกายสว่างไสวบนน่านฟ้าเกาะสมุย.ในงาน Samui Festival ครั้งที่ 1 ด้วยการนำว่าวเป็นของดีอำเภอเคียนซา จากความเห็นชอบของท่านนายอำเภอเคียนซาในสมัยนั้นที่เล็งเห็นว่า การเล่นว่าวควรได้รับการส่งเสริมให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ โดยการนำเสนอจากนายอาทร ย้อยญาติ ประธานชมรมว่าวไทยสุราษฎร์ธานี
นายอาทร ย้อยญาติ ประธานชมรมว่าวสุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.)สุราษฎร์ธานี ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท) การท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสุราษฎร์ธานี อำเภอไชยา องค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)ตะกรบไชยา หน่วยงานภาครัฐ เอกชน ผู้ประกอบการประชาชนในจังหวัดสุราษฎร์ธานี และผู้ร่วมสนับสนุนอีกมากมาย ได้ร่วมมือกันจัดงานมหกรรมว่าวนานาชาติ ครั้งที่ 3 “Suratthani Kite Festival 2020” ระหว่างวันที่ 31 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ 2563 ณ พื้นที่บริเวณชายทะเลหาดนายอำเภอ หมู่ที่ 2 ต.ตะกรบ อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี
งานดังกล่าวจะจัดขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือเพื่ออนุรักษ์การเล่นว่าวไทยและประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวในอำเภอไชยาให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น ภายในงานมีกิจกรรมต่างๆมากมาย อาทิเช่น นิทรรศการว่าวไทย, การแสดงโชว์ว่าวไทย และว่าวแฟนซีจากต่างประเทศกว่า 9 ประเทศ ฯลฯ รวมถึงการจัดแสดงผลิตภัณฑ์สินค้า Otop ทั้งนี้ในช่วงค่ำจะมีกิจกรรมแสงสีเสียงอย่างตระการตา ผู้ที่มาเดินทางเที่ยวชมยังสามารถ แวะ แชะ ชิล ชิมชอป กับอำเภอไชยาได้อีก 9 สถานที่ ที่ห้ามพลาด มีทั้งวัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติไชยา สวนโมกขพลาราม เกาะเสร็จ แหล่งทอผ้าบ้านพุมเรียง วันสมุหนิมิต สถานีรถไฟไชยา ปืนใหญ่พญาพุมเรียง และปฏิมากรรม ปูม้ายักษ์ ส่วนในด้านของเมนูอาหาร ของอำเภอไชยา ไข่พระจันทร์ทรงกลด ปลาหมอจุกเคย หอยขาวต้มตะไคร้ ไข่หวานไข่เค็ม และขนมโก๋ไชยา ในส่วนของของฝากติดไม้ติดมือ จะมีผ้าไหมพุมเรียง ข้าวเกษตรอินทรีย์ลุงริน ไข่เค็ม ปูคอนโด ขนมจั้ง ล้วนต่างเป็นของดีของเด่นของขึ้นชื่อ
การจัดงานว่าวครั้งนี้ถือว่าเป็นงานที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมได้เชิญนักกีฬาแข่งขันว่าวและทีมนักแสดงว่าวนานาชาติ 10 ประเทศทั่วโลก ร่วมแสดงว่าวหลากหลายรูปแบบ เพื่อส่งเสริมเผยแพร่ความเป็นเมืองสุราษฎร์ธานี เมืองคนดี วิถีชีวิต วัฒนธรรมประเพณีศิลปะ การแสดง อาหารตลอดจน ส่งเสริมให้เด็ดและเยาวชนรุ่นใหม่ รู้จักและเข้าใจวิถีชีวิตการเล่นว่าว เพื่อเป็นการส่งเสริมกระตุ้นการท่องเที่ยวสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีและใกล้เคียง
รูปแบบและแนวคิดการจัดงาน เป็นการผสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ยกขบวนเหล่าว่าวแฟนซีและว่าวท้องถิ่นมาให้ชมอย่างใกล้ชิดเหนือจินตนาการกับแนวคิด “กินลมชมว่าวเคล้าเสียงคลื่น” ที่พร้อมจะให้ทุกคนได้สัมผัสตลอดระยะเวลา 3 วัน ของการจัดงานพร้อมกิจกรรมมากมายเช่น กิจกรรม DIY ที่ผู้เข้าร่วมงานจะได้ออกแบบและระบายสีว่าวด้วยตนเอง รวมถึงมีพื้นที่สำหรับครอบครัวเล่นว่าวได้สนุกสนานอย่างเต็มที่ ปิดท้ายด้วยการฟังเพลงสบาย ๆ ผ่อนคลายบรรยากาศริมทะเล
++++++++++++++++++++++