เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 27 ธ.ค.62 พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.,พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย , พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ และ พล.ต.ต.ชูฉัตร ธารีฉัตร รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ปิติ นิธินนทเศรษฐ์ ผบก.ตม.1, พ.ต.อ.ภัคพงศ์ สายอุบล รอง ผบก.ตม.1 และ พ.ต.อ.ชัชวาลย์ ทิพย์พิชัย ผกก.สส.บก.ตม.1 ร่วมกันแถลงข่าว เจ้าหน้าที่ ตม.1 บุกทลายสปาเกย์หรูครบวงจร กลางกรุง แฝงมั่วเซ็กส์
สืบเนื่องจากเมื่อปลายเดือน ต.ค.62 เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.สส.บก.ตม.1 ได้เข้าทำการจับกุมร้านนวดสปา THE PRINCE ซึ่งร้านดังกล่าวเปิดบริการเป็นร้านนวดสปา แต่แฝงให้บริการทางเพศ โดยสามารถจับกุมพนักงานนวดชายชาวต่างชาติได้จำนวนหลายราย เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนฯ จึงได้สืบสวนขยายผลต่อ จนสืบทราบว่า พนักงานนวดชายจำนวนหนึ่ง ได้หลบมาทำงานในลักษณะเดียวกันอยู่ที่ร้าน V CLUB 7 (วีคลับเซเว่น) ย่านซอยอารีย์ 4 เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนฯ จึงได้ตรวจสอบและหาข้อมูลของร้านดังกล่าว จากทางเว็บไซต์ www.vclub7.net พบว่า ทางร้านได้มีการโฆษณาเผยแพร่ภาพเกี่ยวกับการให้บริการอย่างครบวงจร มีข้อความเชิญชวนให้ลูกค้ามาลองสัมผัสการนวดสปา ที่จะพบกับความสุขและความผ่อนคลายอย่างมีระดับ มีการแจ้งรายละเอียดคอร์สพร้อมห้องนวดสปาหลากหลายให้เลือกสรร พร้อมทั้งโพสต์รูปพนักงานนวดผู้ชาย มีทั้งคนไทยและคนต่างชาติ หุ่นหล่อล่ำ หน้าตาดี ใส่เฉพาะกางเกงใน เน้นโชว์สรีระรูปร่าง ความวาบหวิว เพื่อเป็นการดึงดูดใจลูกค้าให้มาใช้บริการ โดยเปิดให้บริการกับลูกค้าทั่วไป เน้นลูกค้าผู้ชายชาวต่างชาติเป็นส่วนใหญ่
เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.สส.บก.ตม.1 จึงได้ทำการวางแผนเข้าทำการจับกุม โดยให้สายลับเข้าไปใช้บริการนวดสปาที่ร้าน V CLUB 7 (วีคลับเซเว่น) และนัดแนะกับสายลับว่าเมื่อเข้าไปใช้บริการ หากพบพนักงานนวดที่ลักษณะคล้ายคนต่างด้าวให้ส่งสัญญาณเข้าทำการจับกุมทันที เมื่อสายลับส่งสัญญาณ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนฯ จึงได้นำกำลังเข้าตรวจสอบภายในร้านนวดสปาดังกล่าว พบว่า เป็นอาคารสามหลังเชื่อมต่อกันได้ มีทางเข้า-ออกสลับซับซ้อนหลายช่องทาง
ภายในมีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบวงจร เช่น ห้องพักแบบโฮสเทล เคาน์เตอร์บาร์ ห้องออกกำลังกาย ห้องอบซาวน่า ห้องนวดสปา พื้นที่สำหรับนั่งพักผ่อนและสำหรับนั่งรับประทานอาหารที่ติดกับสวนหย่อมและสระว่ายน้ำ บริเวณชั้นล่างจะมีเวทีเป็นชั้นๆ สำหรับพนักงานนวดชาย นั่งรอให้ลูกค้าเลือกเพื่อไปให้บริการนวด ส่วนใหญ่ไม่สวมเสื้อ ใส่เพียงกางเกงชั้นในตัวเดียว จากการตรวจค้นบริเวณห้องนวดชั้นบนของอาคาร พบพนักงานชายเปลือยกายกำลังให้บริการแก่ลูกค้า และยังพบถุงยางอนามัยทั้งที่ใช้แล้วและยังไม่ได้ใช้อีกจำนวนหลายชิ้น อยู่บนที่นอนและถังขยะภายในห้องนวด
จากการตรวจสอบพนักงานนวดชายทั้งหมด มีทั้งคนไทยและคนต่างชาติ มากกว่า 30 คน และจากการตรวจเอกสารหลักฐานการได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรของพนักงานนวดชายชาวต่างชาติ พบว่าเป็นคนต่างชาติกระทำความผิด จำนวน 11 ราย แยกเป็น สัญชาติกัมพูชา 1 ราย เมียนมา 4 ราย ลาว 4 ราย และเวียดนาม 2 ราย ในข้อหา เป็นคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง ทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต” และข้อหา “เป็นคนต่างด้าวทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้ ภายหลังการแจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิของผู้ถูกจับทั้ง 11 ราย ให้ทราบแล้ว ได้นำตัวผู้ถูกจับส่งพนักงานสอบสวน กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.สตม. และได้ร้องทุกข์กล่าวโทษกับนายจ้างเจ้าของร้านดังกล่าวต่อพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะเข้าจับกุม พบนายบ็อบบี้ ที่เป็นนายแบบชื่อดังชาวเวียดนาม ที่ผันตัวเข้ามาทำอาชีพแบบนี้ ในเมืองไทย โดยจะมีรายได้ต่อชั่วโมงๆละ 5,000 บาท โดยจะมีส่วนแบ่งเข้าถึงตัว บ๊อบบี้ 3,500 บาท แบ่งให้ที่ร้าน 1,500 บาท และมีรายได้สูงสุดต่อวัน ถึง 50,000 บาท ต่อวัน
โดยตัว นายบ็อบบี้ จะเป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยว และต้องจองเท่านั้น โดยจะมีไฮโซ ชาวเกย์ คนไทยมาใช้บริการด้วย และคนที่มาใช้บริการต้องเป็นสมาชิก และลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นต่างชาติและไฮโซคนไทยเท่านั้น