ชาวตำบลกระสังบุรีรัมย์กว่า 40 ครัวเรือน พลิกผืนนาปลูกผักบุ้งปลอดสารพิษโดยใช้มูลสัตว์และแกลบขายช่วงหน้าแล้ง ใช้น้ำน้อยโตเร็วเพียง 15 วัน เก็บผลผลิตส่งขายตลาดและร้านค้าได้ สร้างรายได้ด่วนวันละ 500-1,000 บาท/ราย หลายคนปลูกผักบุ้งขายเป็นอาชีพเสริมหลังทำนาส่งลูกเรียนจบปริญญา
วันที่ 26 มี.ค.60 ชาวบ้านบ้านม่วงเหนือ หมู่ 2 และบ้านม่วงพัฒนา หมู่ 16 ต.กระสัง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ กว่า 40 ครัวเรือน ได้หันมาปลูกผักบุ้งเป็นอาชีพเสริมหลังฤดูทำนา เพราะเป็นพืชที่ใช้น้ำน้อยและมีอายุสั้น โดยเฉพาะช่วงที่มีอากาศร้อนเอื้อต่อการเติบโตของผักบุ้งได้มี ใช้เวลาปลูกเพียง 15 วัน สามารถเก็บผลผลิตขายได้ ต่างจากพืชชนิดอื่นที่ต้องใช้ระยะเวลาตั้งแต่ 1-2 เดือนจึงจะเก็บผลผลิตได้
อีกทั้งการปลูกผักบุ้งยังเป็นพืชที่ดูแลง่าย โดยชาวบ้านจะใช้ปุ๋ยจากมูลสัตว์ผสมแกลบ ซึ่งหาได้เองจากท้องถิ่นไม่ต้องใช้ปุ๋ยเคมีหรือยาฆ่าแมลงทำให้ผักบุ้งปลอดสารเป็นที่ต้องการของตลาด
โดยแต่ละวันชาวบ้านจะมีออเดอร์ส่งตลาดและลูกค้าขาประจำทั้งร้านอาหาร ร้านเนื้อย่างทุกวันๆ ละกว่า 40 กิโลกรัมต่อราย บางรายนำไปวางขายเองตามตลาด มีราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 5 - 20 บาท แต่หากเป็นช่วงเทศกาลที่มีความต้องการผักบุ้งจำนวนมาก จะส่งผลให้ผักบุ้งมีราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 50 - 60 บาท ทำให้ชาวบ้านที่ปลูกผักบุ้งขายมีรายได้เสริมเข้าครัวเรือนเฉลี่ยวันละ 500 - 1,000 บาทต่อราย บางรายยึดอาชีพปลูกผักบุ้งขายมานานกว่า 10 ปี จนสามารถส่งลูกเรียนจนจบปริญญาตรีได้
นายประเสริฐ แบรัมย์ อายุ 50 ปี ชาวบ้านบ้านม่วงเหนือ บอกว่า ได้ปลูกผักบุ้งขายเป็นอาชีพเสริมมากว่า 10 ปีแล้ว โดยแต่ละวันต้องเก็บผักบุ้งส่งให้กับร้านค้าประจำวันละ 40 กิโลกรัม โดยทางร้านจะรับซื้อประจำในราคากิโลกรัมละ 20 บาท ไม่ว่าช่วงนั้นราคาผักบุ้งจะถูกหรือแพงกว่านี้ก็ตาม ทำให้มีรายได้จากการปลูกผักบุ้งขายวันละ 800 บาท
ด้านนายประยูร พะนมรัมย์ ผู้ใหญ่บ้านม่วงเหนือ กล่าวว่า หลังเสร็จสิ้นจากการทำนาแล้วชาวบ้านในหมู่บ้าน และบ้านม่วงพัฒนาจะหันมาปลูกผักบุ้งขายเป็นอาชีพเสริมกว่า 40 ครัวเรือน เพราะเป็นพืชที่มีอายุสั้นและใช้น้ำน้อยและผักบุ้งของชาวบ้านที่ปลูกยังปลอดสารเพราะใช้ปุ๋ยจากมูลสัตว์ผสมแกลบ ทำให้เป็นที่ต้องการของตลาดโดยแต่ละวันชาวบ้านจะมีออเดอร์ส่งผักบุ้งให้ลูกค้าขาประจำไม่น้อยกว่ารายละ 40 กิโลกรัม หากเป็นช่วงเทศกาลไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด
โดยแต่ละวันชาวบ้านจะมีออเดอร์ส่งตลาดและลูกค้าขาประจำทั้งร้านอาหาร ร้านเนื้อย่างทุกวันๆ ละกว่า 40 กิโลกรัมต่อราย บางรายนำไปวางขายเองตามตลาด มีราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 5 - 20 บาท แต่หากเป็นช่วงเทศกาลที่มีความต้องการผักบุ้งจำนวนมาก จะส่งผลให้ผักบุ้งมีราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 50 - 60 บาท ทำให้ชาวบ้านที่ปลูกผักบุ้งขายมีรายได้เสริมเข้าครัวเรือนเฉลี่ยวันละ 500 - 1,000 บาทต่อราย บางรายยึดอาชีพปลูกผักบุ้งขายมานานกว่า 10 ปี จนสามารถส่งลูกเรียนจนจบปริญญาตรีได้
นายประเสริฐ แบรัมย์ อายุ 50 ปี ชาวบ้านบ้านม่วงเหนือ บอกว่า ได้ปลูกผักบุ้งขายเป็นอาชีพเสริมมากว่า 10 ปีแล้ว โดยแต่ละวันต้องเก็บผักบุ้งส่งให้กับร้านค้าประจำวันละ 40 กิโลกรัม โดยทางร้านจะรับซื้อประจำในราคากิโลกรัมละ 20 บาท ไม่ว่าช่วงนั้นราคาผักบุ้งจะถูกหรือแพงกว่านี้ก็ตาม ทำให้มีรายได้จากการปลูกผักบุ้งขายวันละ 800 บาท
ด้านนายประยูร พะนมรัมย์ ผู้ใหญ่บ้านม่วงเหนือ กล่าวว่า หลังเสร็จสิ้นจากการทำนาแล้วชาวบ้านในหมู่บ้าน และบ้านม่วงพัฒนาจะหันมาปลูกผักบุ้งขายเป็นอาชีพเสริมกว่า 40 ครัวเรือน เพราะเป็นพืชที่มีอายุสั้นและใช้น้ำน้อยและผักบุ้งของชาวบ้านที่ปลูกยังปลอดสารเพราะใช้ปุ๋ยจากมูลสัตว์ผสมแกลบ ทำให้เป็นที่ต้องการของตลาดโดยแต่ละวันชาวบ้านจะมีออเดอร์ส่งผักบุ้งให้ลูกค้าขาประจำไม่น้อยกว่ารายละ 40 กิโลกรัม หากเป็นช่วงเทศกาลไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด