วัดหลวงจัดประเพณีชักเรือ แห่พระ วัดหลวง อ.บางแพ จ.ราชบุรี จัดประเพณีชักเรือ แห่พระ สืบสานอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น แห่งเดียวในราชบุรี ชาวบ้านร่วมกันชักลากเรือทางบกแทนการล่องไปตามลำน้ำในสมัยโบราณ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักสนุกสนาน สร้างสีสันเกิดความรักความสามัคคีของคนในท้องถิ่น เวลา 15.00 น. ( 15 ต.ค. 62 ) พระครูสุธีธรรมวงศ์ เจ้าอาวาสวัดหลวง ต.วังเย็น อ.บางแพ จ.ราชบุรี ได้ร่วมกับชาวบ้านในชุมชน จัดประเพณีชักเรือ แห่พระ เพื่อสืบสานและอนุรักษ์ประเพณีท้องถิ่นที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน ชาวบ้านได้ร่วมแรงร่วมใจกันมาช่วยประดิษฐ์เรือ ผูกผ้าสีให้มีสีสันสวยงาม เรือบางลำมีการใช้ใบตาลที่อยู่ในท้องถิ่นมามุงหลังคา ใช้ทางมะพร้าวถักลวดลายโค้งรวมทั้งผ้าขาวม้ามาประดิษฐ์เป็นซุ้มเพื่อตกแต่งเรือสีสันสวยงามชักลากไปตามถนน ให้ประชาชนได้ร่วมบุญกุศลของประเพณีชักเรือ แห่พระที่จัดขึ้นปีละ 1 ครั้ง สำหรับประเพณีชักเรือ แห่พระ ไม่ปรากฏอย่างชัดเจน เป็นแต่เพียงประเพณีที่ปฏิบัติสืบทอดกันมาเป็นเวลาช้านาน สันนิษฐานว่าได้รับอิทธิพลความเชื่อทางศาสนา และประเพณีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี โดยปรากฏหลักฐานเป็นพระพุทธรูปที่ใช้กระบวนแห่เป็นพระพุทธรูปศิลปะอยุธยาตอนกลาง-ตอนปลาย เดิมที่นั่นมักจัดกระบวนแห่กันในลำคลองอีจาง (ด้านหน้าอุโบสถ) ซึ่งจะจัดขึ้นในวันแรม 2 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี เนื่องด้วยเป็นฤดูน้ำมาก เหมาะแก่การจัดกระบวนแห่ครื้นเครงในทางน้ำ บ้างร้องรำทำเพลง บ้างแข่งขันกันพายเรือ ไปตามประสาแต่ในปัจจุบัน ลำคลองตื้นเขิน และมีการสร้างสะพานกีดขวางลำน้ำ จึงได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบกระบวนจากทางน้ำมาเป็นทางบกตราบมาจนถึงทุกวันนี้ สำหรับเรือย่าโขน เดิมที่ใช้ในกระบวนแห่ทางน้ำ เป็นเรือรูปสัตว์ แกะสลักเป็นรูปนกเจ่า (นกแก้ว) เป็นสมบัติคู่กับวัดหลวงมาช้านาน กลางลำเรือทอดบุษบก ขนาดกลางไว้ 1 หลัง สำหรับประดิษฐานพระพุทธรูปสองพี่น้อง ปัจจุบันเก็บรักษาไว้ที่วัดบางแพใต้ และได้จำลองดัดแปลงเรือลำใหม่ ชื่อว่า “เรือย่าศรีบุญพามี” ประกอบเข้ากับล้อและเชือกสำหรับลากจูงเข้ามาทดแทน ประวัติหลวงพ่อศักดิ์สิทธิ์ พระพุทธรูปสำคัญในเทศกาล เป็นพระพุทธรูปปางโปรดสัตว์ เรียกอีกอย่างว่า “ ปางอุ้มบาตร” ศิลปะสมัยอยุธยาตอนกลาง – ตอนปลาย หล่อจากทองสำริด ฐานเป็นไม้มีห่วงสำหรับสอดคานหาม เพื่อสะดวกต่อการยก เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ 1 ในสององค์ (องค์พี่) เรียกว่า หลวงพ่อสองพี่น้อง (องค์น้องอยู่ที่วัดบางแพใต้และได้สูญหายไป) ในปัจจุบันได้หล่อจำลององค์หลวงพ่อศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 2 องค์ เพื่อทดแทน องค์จริงที่นำไปเก็บรักษาไว้ อย่างไรก็ตามบรรยากาศประเพณีชักเรือแห่พระเป็นไปอย่างคึกคัก ทุกคนที่มาร่วมบุญต่างช่วยกันชักลากดึงเรือ เคลื่อนออกจากวัดไปตามถนนสายต่าง ๆ แล้วจึงแห่กลับเข้าวัดเพื่อให้ประชาชนชั่วไปได้ร่วมบุญ โดยมีผู้เฒ่า ผู้แก่ ร่วมถึง หนุ่ม สาว และเด็ก ๆ หลายคนได้เข้ามาร่วมงานกันเป็นจำนวนมาก ทั้งนุ่งโจงกระเบน เสื้อลายดอกไม้สีสันสดใสกระชากใจวัยรุ่น ใส่รองเท้าผ้าใบ สไตล์วัยรุ่นมีความคิดสร้างสรรค์นำผ้าสีแดง ผูกแต่งสร้างเป็นเรือ พร้อมมีไม้พายประดิษฐ์ สองมือถือเรือจำลองเต้นไปตามจังหวะแตรงวง และเสียงเพลง ทุกคนต้องเดินไปพร้อม ๆ กันด้วยความสามัคคี บางลำสวยงามตามแนวคิดสร้างสรรค์ โดยมีผู้มาร่วมงานประเพณีชักเรือ แห่พระกันอย่างสนุกสนาน วัดหลวงบางแพ ถือเป็นวัดแห่งเดียวในราชบุรี ที่มีประเพณีชักเรือ แห่พระ ถือเป็นการอนุรักษ์ประเพณีมีมาแต่โบราณให้คงอยู่ไว้คู่กับลูกหลานได้รู้จักเรียนรู้ และร่วมกันรักษาไว้สืบทอด