เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 6 ต.ค.62 ที่ศาลาประชาคมชุมชนที่ 5 บ้านหัวถนน หมู่ 7 ต.หัวทะเล อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายอำนาจ ซารัมย์ อายุ 62 ปี ประธานชุมชนที่ 5 ฯ พร้อมนางสุวรรณ อ่อนศรี อายุ 48 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหัวถนน ฯ ได้นัดประชุมหารือกับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างโครงการรถไฟทางคู่ ชุมทางถนนจิระ-ขอนแก่น ซึ่งเป็นรูปแบบทางคู่ขนานกับพื้นดินและปิดจุดตัดถนนข้ามทางรถไฟ โดยก่อสร้างทางต่างระดับซึ่งเป็นสะพานรูปเกือกม้าความยาว 1 กิโลเมตร ความสูง 10 เมตรและสร้างลูกกรงเหล็กเป็นแนวกั้นป้องกันการข้ามจุดตัดทางรถไฟ เบื้องต้นได้เตรียมรวบรวมรายชื่อผู้ที่ได้รับผลกระทบและการเคลื่อนไหวให้หน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินการเยียวยาช่วยเหลือความเดือดร้อน นายอำนาจ ฯ เปิดเผยว่า ลักษณะกายภาพของที่ตั้งบ้านหัวถนนถือเป็นพื้นที่ชายขอบรอยต่อระหว่างเขตเมืองที่มีทางรถไฟเป็นแนวแบ่งเขตการปกครองและเป็นชุมชนดั้งเดิมมีประชากรกว่า 1 พันคน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมและรับจ้างทั่วไป รวมทั้งเป็นที่ตั้งของโรงเรียนบุญวัฒนา 2 และมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยวิทยาเขตนครราชสีมา (มจร.) และเป็นเส้นทางเชื่อมต่อถนนสาย ฉ หรือทางหลวงชนบท นม.1111 ทางเลี่ยงเมืองด้านทิศตะวันออก เมื่อประมาณช่วงต้นปีที่ผ่านมา การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้เปิดใช้รถไฟทางคู่ โดยปิดจุดตัดถนนข้ามทางรถไฟและให้ใช้สะพานเกือกม้าแทนช่องทางเดิม ได้ส่งผลกระทบต่อการเดินเท้าและใช้รถจักรยานปั่นข้ามไปอีกฝั่งที่มีระยะทางไม่เกิน 50 เมตร พระสงฆ์ไม่สามารถเดินมารับบิณฑบาตได้ ผู้สูงวัยและนักเรียนที่ไม่มียานพาหนะ เช่นรถจักรยานยนต์หรือรถยนต์ต้องรอให้มีคนมารับขึ้นรถนำไป มิเช่นนั้นต้องเดินเท้าหรือปั่นจักรยานขึ้นสะพานเกือกม้าข้ามที่ทั้งสูงชันและเพิ่มระยะทางประมาณ 1 กม. จึงมีการลักลอบตัดลูกกรงเหล็ก เพื่อไม่ต้องใช้สะพานเกือกม้าข้าม ในแต่ละวันพบการเดินเท้าหรือจูงรถจักรยานปั่นข้ามนับ 100 คน ซึ่งสุ่มเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุ ตนในฐานะตัวแทนชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบขอให้ รฟท. เยียวยาความเดือดร้อน หากรื้อถอนสะพานหรือสร้างทางลอดข้ามไม่ได้ก็ควรสร้างสะพานลอยคนข้าม มิเช่นนั้นวิถีชีวิตชาวบ้านจะมีปัญหาในอนาคตอย่างหลีกเลี่ยงมิได้ ด้านนางสุวรรณ ฯ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ฯ กล่าวว่า รฟท.ไม่ได้ตีเส้นจัดแบ่งเส้นทางจราจรและติดตั้งป้ายเตือน ทางลงจากสะพานเกือกม้าเข้าหมู่บ้านเป็นช่วงคอขวด หากไม่ชินเส้นทางและการเลี้ยวตัดเข้าช่องทางหลักกะทันหัน มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุสูงมาก หลังเปิดใช้สะพานเกือกม้าไม่ถึง 1 ปี มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นหลายครั้งทั้งบนและทางลงสะพาน ตนได้เก็บรวบรวมข้อมูลมีผู้เสียชีวิตรวม 3 ศพ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหามาตรการแก้ไขลดปัญหา โดยติดตั้งไฟสัญญาณหรือป้ายเตือนด้วย