วันที่ 1 กย.62 ผู้สื่อข่าว รายงานว่า นางวาสนา ทองสุข ผู้บริหารปางช้างแม่แตง เชียงใหม่ บอกถึงเรื่องช้างงานหรือช้างบ้าน ที่มามีวิถีชีวิตเกี่ยวข้องใกล้ชิดกับคนนั้นแต่เดิมก็คือช้างบ้านที่เคยอยู่ในป่ามีบรรพบุรุษอยู่ในป่าแต่ชาวบ้านได้ไปคล้องช้างตัวที่มีอายุน้อยๆมาฝึกเพื่อใช้งานหลักของการจับช้างคล้องช้างจะต้องจับลูกช้างที่มีอายุ 3 ปีขึ้นไปเพราะลูกช้างหย่านม จากแม่แล้ว ถ้าจับลูกช้างที่มีอายุน้อยกว่า 3 ปีมาเลี้ยงไว้ใช้งานช้างเหล่านี้จะมีชีวิตอยู่ไม่นานเนื่องจากช้างที่อายุประมาณ 1-2 ปีจะต้องอาศัยน้ำนมจากแม่ช้างเป็นอาหารสำคัญในการช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโตแข็งแรงและมีภูมิต้านทานโรค มีแรงมีแร่ธาตุแคลเซียมบำรุงกระดูก ให้แข็งแรงขึ้น ลูกช้างที่มีอายุน้อยกว่า 3 ปี หากถูกนำมาใช้งานก่อนเวลาอันควรมักจะเป็นโรคกระดูกกร่อนและไม่สามารถทำงานหนักได้เลยดังที่เราได้เห็นตัวอย่างหลายๆครั้งกับลูกช้างที่ต้องเสียชีวิตไป ดังนั้นเมื่อมีพิธีคล้องช้างหมอช้างจึงต้องระมัดระวังในเรื่องนี้เป็นอย่างมากจะไม่มีการจับลูกช้างที่ยังไม่หย่านมออกมาจากป่าตั้งแต่สมัยโบราณโบราณสืบมา เมื่อช้างป่าถูกจับออกมาแล้วจะถูกฝึกสอนเพื่อช่วยมนุษย์ทำงานช้างเป็นสัตว์ที่ฉลาด สามารถฝึกให้ทำงานได้สารพัด และอยู่กับคนเลี้ยงได้ดี อย่างสนิทสนมกัน ช้างบางเชือกจึงรักเจ้าของมากเป็นพิเศษ
ผู้มีหน้าที่เลี้ยงช้าง เรียกว่า ควาญช้าง ควาญช้าง เมื่อมีความชำนาญและอาวุโสขึ้น มีการสืบทอดวิชาความรู้ในเรื่องช้าง จนมีควาญช้างเกิดขึ้นมาใหม่ๆ ผู้อาวุโสที่มีความชำนาญเรื่องช้าง เราจะยกให้เป็น หมอช้าง เป็นตำแหน่งสูงของควาญช้าง หมอช้างก็จะต้องรู้ เข้าใจถึงช้าง การทำพิธี พลีกรรมต่างๆ หมอช้างจะเป็นผู้นำในพิธีนั้นเสมอช้างเมื่ออยู่กันคนบ้าน กลายเป็นช้างบ้าน ที่แสนรู้ จะมีอาการ ดุร้ายน้อยมาก และจะดุต่อเมื่อมีอาการตกมัน ซึ่งจะเกิดขึ้นกับช้างที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายนั่นเอง
เมื่อมาเป็นช้างบ้าน อยู่กับคน ควาญช้างก็จะให้มีการผสมพันธุ์เพื่อขยายประชากรช้าง เมื่อมีการขยายประชากรช้าง จำนวนมากๆ ก็ต้องจัดตั้งเป็น ปางช้าง หรือแค้มป์ช้าง เพื่อจัดระบบระเบียบการดูแลทั้งช้างและคนจึงเป็นที่มาของการหารายได้เพื่อนำมาเลี้ยงช้าง คนเลี้ยงช้าง จึงเลี้ยงช้าง เพื่อให้ช้างได้เลี้ยงช้างด้วยกัน เมื่อมีจำนวนเพิ่มขึ้น ช้างกินอาหารวันละมากๆ จนกระทั่งปลูกหญ้า ผลิตอาหารให้ช้างไม่เพียงพอ ต้องมีการจ้างชาวสวน ชาวไร่ เกษตรกรปลูกหญ้า ผลิตและหาอาหารมาส่งให้ปางช้าง ซึ่งนับเป็นการสร้างรายได้ให้กับคนอีกทางหนึ่ง ช้างโต หนึ่งตัว กินอาหารวันละ สองถึงสามร้อยกิโลกรัมต่อวัน ต่อมาจึงได้มีการฝึกให้ช้างเเสดงโชว์ ตามความสามารถ ความฉลาดของช้างแต่ละเชือก เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ชมแลกกับรายได้ เพื่อนำมาเลี้ยงช้าง และคนเลี้ยงช้างนั่นเอง จึงเป็นวงจรชีวิตทั้งคนเเละสัตว์ที่ได้เกื้อกูลกัน แต่ผลได้ของโลกใบนี้คือ ได้ประชากรช้างเพิ่มขึ้นมาอย่างมีประสิทธิภาพ ช้างออกลูกเมื่ออยู่กับควาญช้าง จะสมบูรณ์ เสี่ยงการตายน้อยมาก
นางวาสนา ทองสุข บอกอีกว่า การนำช้างออกมาทำงาน หรือแสดงความสมารถ จะใช้วิธีที่ มีความปราณี กับช้างสูงมาก มีความรัก ความผูกพันธ์ระหว่างช้างกับควาญเป็นอย่างดียิ่ง ท่ามกลางความห่วงใยของเจ้าของช้าง จึงมีการดูแล แบ่งเวลาการใช้ช้างอย่างชัดเจน มีการตรวจสุขภาพให้ช้างของตน ตรวจทั้งควาญช้าง และช้าง ช้างจึงต้องมีควาญช้างประจำของแต่ละเชือก วันบายวัน หนึ่งต่อหนึ่ง คือการดูแลขอลควาญช้างและเจ้าขอลช้าง ในปัจจุบันนี้ อุปกรณบังคับช้าง เฝ้าระวังช้างในเวลาเกิดอารมณ์ดุร้าย แน่นอน ช้างมีสัญชาติญาณสัตว์ป่าเสมอ อาจมีอารมณ์ไม่พอใจคนบางคนที่เข้ามาใกล้ ซึ่งเหตุการณ์นี้ไม่ต่างชีวิตประจำวันของคน แต่คนเราเอง บางคนยังต้องระมัดระวังระแวงคนด้วยกันมากกว่าช้างอีกก็มีให้เห็น ช้างสื่อภาษาความรู้สึกกับคนใกล้ชิด กับควาญช้างได้ แต่คนทั่วๆำป ช้างไม่อาจเข้าใจได้ทุกๆคน นักวิจัยหลายท่าน ได้ยอมรับว่า ช้างจะไว้วางใจคนก็แค่ ควาญประจำตัวกัยเจ้าของช้างที่ใกล้ชิดคอยดูแลให้อาหารเท่านั้น ควาญช้างแต่โบราณจึงต้องมีอุปกรณ์การบังคับช้างไว้ข้างกาย ดุจ ตำรวจต้องพกปืน เพื่อดูแลความสงบเรียบร้อย คนขี่ม้า ต้องใช้แซ่ เพื่อบังคับสั่งม้าที่ขี่
สัตว์เลี้ยงแทบทุกชนิดของคน จึงต้องมีอุปกรณ์ใช้ประกอบการออกคำสั่งและบังคับ เมื่อต้องป้องกันเหตุร้ายใดๆ คนเลี้ยงช้าง จึงนับได้ว่า เป็นผู้มีความอดทนสูง มีจิตใจเป็นธรรม เข้าใจชีวิตของช้างที่มาจากป่า เส้นแบ่งระหว่างช้างป่าที่ควรอนุรักษ์ กับช้างบ้าน จึงแบ่งกันได้อย่างชัดเจน ไม่มีการจับช้างออกมาจากป่าอีกแล้วในเมืองไทย หมอช้างก็วางมือมาเป็นครูสอนคนรุ่นใหม่ให้เรียนรู้กับช้าง หมอช้าง มาเป็นผู้นำพิธีกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวกับช้างคนเลี้ยงช้าง ก็รัก หวงแหนช้าง เพราะช้างคือสมบัติที่มีชีวิตของคนเลี้ยงช้าง ข้าวสักคำ น้ำสักอึกที่คนเลี้ยงช้างดื่มกิน จะนึกถึงช้างที่อยู่ด้วยเสมอมา กลุ่มคนที่มองคนเลี้ยงช้างในมุมลบ ที่เกิดขึ้นน้อยมากควรคิดได้และศึกษาเรื่องราวความจริงของคนเลี้ยงช้างให้มาก ก่อนที่จะไม่มีช้าง ให้ได้ชื่นชมความสามารถอีกต่อไป.
ผู้มีหน้าที่เลี้ยงช้าง เรียกว่า ควาญช้าง ควาญช้าง เมื่อมีความชำนาญและอาวุโสขึ้น มีการสืบทอดวิชาความรู้ในเรื่องช้าง จนมีควาญช้างเกิดขึ้นมาใหม่ๆ ผู้อาวุโสที่มีความชำนาญเรื่องช้าง เราจะยกให้เป็น หมอช้าง เป็นตำแหน่งสูงของควาญช้าง หมอช้างก็จะต้องรู้ เข้าใจถึงช้าง การทำพิธี พลีกรรมต่างๆ หมอช้างจะเป็นผู้นำในพิธีนั้นเสมอช้างเมื่ออยู่กันคนบ้าน กลายเป็นช้างบ้าน ที่แสนรู้ จะมีอาการ ดุร้ายน้อยมาก และจะดุต่อเมื่อมีอาการตกมัน ซึ่งจะเกิดขึ้นกับช้างที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายนั่นเอง
เมื่อมาเป็นช้างบ้าน อยู่กับคน ควาญช้างก็จะให้มีการผสมพันธุ์เพื่อขยายประชากรช้าง เมื่อมีการขยายประชากรช้าง จำนวนมากๆ ก็ต้องจัดตั้งเป็น ปางช้าง หรือแค้มป์ช้าง เพื่อจัดระบบระเบียบการดูแลทั้งช้างและคนจึงเป็นที่มาของการหารายได้เพื่อนำมาเลี้ยงช้าง คนเลี้ยงช้าง จึงเลี้ยงช้าง เพื่อให้ช้างได้เลี้ยงช้างด้วยกัน เมื่อมีจำนวนเพิ่มขึ้น ช้างกินอาหารวันละมากๆ จนกระทั่งปลูกหญ้า ผลิตอาหารให้ช้างไม่เพียงพอ ต้องมีการจ้างชาวสวน ชาวไร่ เกษตรกรปลูกหญ้า ผลิตและหาอาหารมาส่งให้ปางช้าง ซึ่งนับเป็นการสร้างรายได้ให้กับคนอีกทางหนึ่ง ช้างโต หนึ่งตัว กินอาหารวันละ สองถึงสามร้อยกิโลกรัมต่อวัน ต่อมาจึงได้มีการฝึกให้ช้างเเสดงโชว์ ตามความสามารถ ความฉลาดของช้างแต่ละเชือก เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ชมแลกกับรายได้ เพื่อนำมาเลี้ยงช้าง และคนเลี้ยงช้างนั่นเอง จึงเป็นวงจรชีวิตทั้งคนเเละสัตว์ที่ได้เกื้อกูลกัน แต่ผลได้ของโลกใบนี้คือ ได้ประชากรช้างเพิ่มขึ้นมาอย่างมีประสิทธิภาพ ช้างออกลูกเมื่ออยู่กับควาญช้าง จะสมบูรณ์ เสี่ยงการตายน้อยมาก
นางวาสนา ทองสุข บอกอีกว่า การนำช้างออกมาทำงาน หรือแสดงความสมารถ จะใช้วิธีที่ มีความปราณี กับช้างสูงมาก มีความรัก ความผูกพันธ์ระหว่างช้างกับควาญเป็นอย่างดียิ่ง ท่ามกลางความห่วงใยของเจ้าของช้าง จึงมีการดูแล แบ่งเวลาการใช้ช้างอย่างชัดเจน มีการตรวจสุขภาพให้ช้างของตน ตรวจทั้งควาญช้าง และช้าง ช้างจึงต้องมีควาญช้างประจำของแต่ละเชือก วันบายวัน หนึ่งต่อหนึ่ง คือการดูแลขอลควาญช้างและเจ้าขอลช้าง ในปัจจุบันนี้ อุปกรณบังคับช้าง เฝ้าระวังช้างในเวลาเกิดอารมณ์ดุร้าย แน่นอน ช้างมีสัญชาติญาณสัตว์ป่าเสมอ อาจมีอารมณ์ไม่พอใจคนบางคนที่เข้ามาใกล้ ซึ่งเหตุการณ์นี้ไม่ต่างชีวิตประจำวันของคน แต่คนเราเอง บางคนยังต้องระมัดระวังระแวงคนด้วยกันมากกว่าช้างอีกก็มีให้เห็น ช้างสื่อภาษาความรู้สึกกับคนใกล้ชิด กับควาญช้างได้ แต่คนทั่วๆำป ช้างไม่อาจเข้าใจได้ทุกๆคน นักวิจัยหลายท่าน ได้ยอมรับว่า ช้างจะไว้วางใจคนก็แค่ ควาญประจำตัวกัยเจ้าของช้างที่ใกล้ชิดคอยดูแลให้อาหารเท่านั้น ควาญช้างแต่โบราณจึงต้องมีอุปกรณ์การบังคับช้างไว้ข้างกาย ดุจ ตำรวจต้องพกปืน เพื่อดูแลความสงบเรียบร้อย คนขี่ม้า ต้องใช้แซ่ เพื่อบังคับสั่งม้าที่ขี่
สัตว์เลี้ยงแทบทุกชนิดของคน จึงต้องมีอุปกรณ์ใช้ประกอบการออกคำสั่งและบังคับ เมื่อต้องป้องกันเหตุร้ายใดๆ คนเลี้ยงช้าง จึงนับได้ว่า เป็นผู้มีความอดทนสูง มีจิตใจเป็นธรรม เข้าใจชีวิตของช้างที่มาจากป่า เส้นแบ่งระหว่างช้างป่าที่ควรอนุรักษ์ กับช้างบ้าน จึงแบ่งกันได้อย่างชัดเจน ไม่มีการจับช้างออกมาจากป่าอีกแล้วในเมืองไทย หมอช้างก็วางมือมาเป็นครูสอนคนรุ่นใหม่ให้เรียนรู้กับช้าง หมอช้าง มาเป็นผู้นำพิธีกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวกับช้างคนเลี้ยงช้าง ก็รัก หวงแหนช้าง เพราะช้างคือสมบัติที่มีชีวิตของคนเลี้ยงช้าง ข้าวสักคำ น้ำสักอึกที่คนเลี้ยงช้างดื่มกิน จะนึกถึงช้างที่อยู่ด้วยเสมอมา กลุ่มคนที่มองคนเลี้ยงช้างในมุมลบ ที่เกิดขึ้นน้อยมากควรคิดได้และศึกษาเรื่องราวความจริงของคนเลี้ยงช้างให้มาก ก่อนที่จะไม่มีช้าง ให้ได้ชื่นชมความสามารถอีกต่อไป.