ปัญหาองค์ประชุมล่มในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้กลายเป็นประเด็นร้อนที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในวงการการเมืองไทย และเป็นสิ่งที่บั่นทอนศรัทธาของประชาชนต่อสถาบันนิติบัญญัติอย่างต่อเนื่อง แม้โดยหลักการแล้ว องค์ประชุมสภาคือจำนวนขั้นต่ำของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ที่ต้องมาเข้าร่วมประชุมเพื่อให้สามารถดำเนินกิจการตามวาระได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และโดยพื้นฐานถือเป็นความรับผิดชอบของส.ส.ทุกคน ไม่ว่าจะสังกัดพรรคร่วมรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน

ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญกำหนดให้การประชุมสภาต้องมีสมาชิกมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ แต่ในทางปฏิบัติ ภาระในการรักษากติกานี้มักถูกโยนให้เป็นของพรรคร่วมรัฐบาล เนื่องจากเป็นผู้เสนอและผลักดันกฎหมายสำคัญของประเทศ หากองค์ประชุมไม่ครบ การพิจารณากฎหมายเหล่านั้นก็จะหยุดชะงัก ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการบริหารประเทศและการแก้ไขปัญหาของประชาชน

กระทั่งในบางกรณี รัฐบาลอาจต้องพ้นสภาพไป หากเป็นกฎหมายด้านการเงินที่ไม่ผ่านความเห็นชอบของสภาฯ ในวาระแรก นายกรัฐมนตรีก็อาจต้องยุบสภาและลาออกไปตามธรรมเนียมทางการเมือง ขณะที่ฝ่ายค้านซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบถ่วงดุลฝ่ายบริหาร การเข้าร่วมประชุมจึงเป็นหัวใจสำคัญของการทำหน้าที่นี้ แต่การใช้กลยุทธ์ “วอล์กเอาต์” หรือการไม่เข้าร่วมแสดงตนเพื่อล้มองค์ประชุม เพื่อขัดขวางการพิจารณากฎหมายที่ไม่เห็นด้วย หรือเพื่อแสดงออกทางการเมือง มักถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการใช้กลไกของรัฐสภาไปในทางที่ขัดต่อเจตนารมณ์ของการเป็นผู้แทนราษฎร และอาจถือว่าเป็นการ “เล่นเกมการเมือง” ที่ทำให้ประเทศชาติเสียโอกาสในการเดินหน้า

การไม่เข้าร่วมประชุมของส.ส.ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม สะท้อนถึงการขาดความรับผิดชอบต่อหน้าที่หลัก และการลดทอนความสำคัญของการออกกฎหมาย ซึ่งเป็นรากฐานของการพัฒนาประเทศ ดังนั้น การถกเถียงว่าใครต้องรับผิดชอบองค์ประชุมมากกว่ากันจึงเป็นเรื่องที่ไม่สร้างสรรค์ เพราะหน้าที่นี้เป็นหน้าที่ร่วมกันในฐานะผู้มีอำนาจนิติบัญญัติ

สิ่งที่ควรเกิดขึ้นคือการสร้าง “จริยธรรมร่วม” ว่าด้วยการเข้าประชุม โดยกำหนดให้การเข้าร่วมประชุมเป็นวาระแห่งชาติ พรรคการเมืองทุกพรรคควรร่วมกันประกาศเป็นฉันทามติว่าจะไม่ใช้การล้มองค์ประชุมเป็นเครื่องมือทางการเมือง เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่าสภาจะเดินหน้าได้ในทุกสถานการณ์ พร้อมทั้งสร้างวัฒนธรรมความรับผิดชอบ ผู้นำพรรคและวิปรัฐบาล-ฝ่ายค้าน ควรสร้างกลไกตรวจสอบภายในพรรคให้เข้มงวด เพื่อให้ส.ส.ทุกคนตระหนักถึงหน้าที่ในการเข้าร่วมประชุมและแสดงตน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวาระสำคัญ เช่น การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ

แม้อาจดูเป็นไปได้ยากหรือดูเหมือนเป็นความคิดในอุดมคติ แต่การร่วมมือกันเพื่อฟื้นฟูศรัทธาของประชาชนคือสิ่งที่จำเป็นที่สุดในเวลานี้ เพราะประเทศชาติบอบช้ำมามากพอแล้วจากการเมืองที่เล่นเกมเหนือประชาชน

#สภาล่ม #เกมการเมือง #สภาผู้แทนราษฎร #การเมือง