การประชุมครม. ล่าสุดเมื่อวันที่ 5 ส.ค.68 ที่ผ่านมา นอกจาก “พรรคเพื่อไทย” จะเปิดปฏิบัติการ “ล้างบาง” ฝั่ง  “พรรคภูมิใจไทย” ด้วยการอนุมัติโยกย้าย “บิ๊กมหาดไทย” ที่ถูกมองว่า เป็นคนของ “เครือข่ายสีน้ำเงิน” จนเกิดเป็นสงครามภาคต่อ ระหว่าง “แดง”  กับ “น้ำเงิน” แล้ว

อีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่เหนือกว่า “ศึกล้างแค้น” เอาคืน หลังจากที่ พรรคเพื่อไทย “ยึด” กระทรวงมหาดไทย จากมือภูมิใจไทย มาได้คือแนวทางการตอบโต้ เอาผิดทั้งทางแพ่งและอาญา กับ “2พ่อลูก” คือ “สมเด็จ ฮุน เซน” ประธานวุฒิสภากัมพูชา กับ “พล.อ.ฮุน มาเนต” นายกฯกัมพูชา ด้วยการเตรียมระดับ ยื่นฟ้องศาล !!

แต่ที่น่าสนใจ คือรัฐบาลไทย กลับไม่ได้ยื่นฟ้องไปยัง “ศาลโลก” เสียอย่างนั้น !!

ทั้งที่ กัมพูชาเป็นฝ่ายใช้กำลังทหารและอาวุธยุทโธปกรณ์รุกรานอธิปไตยของไทย ส่งผลทำให้มีประชาชน และทหารบาดเจ็บ เสียชีวิต รวมทั้งยังยิงระเบิดเข้าใส่ประชาชน บ้านเรือนคนไปจนถึงโรงพยาบาลที่ผ่านมา 

โดยล่าสุด “ภูมิธรรม เวชยชัย” รองนายกฯและรมว.มหาดไทย ในฐานะรักษาการนายกฯ เปิดเผยว่า  ในการประชุมครม.ล่าสุดมีข้อสั่งการให้เตรียมยกร่างคำฟ้อง โดบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดูเนื่องจากเป็นการก่ออาชญากรรมที่ร้ายแรง แต่ไม่ใช่เป็นการฟ้องศาลโลก  มอบหมายให้สภาความมั่นคงแห่งชาติ กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย รวมถึงคณะกรรมการกฤษฎีกา เข้าไปดูว่าจะสามารถ ใช้ช่องทางใดในการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากทางกัมพูชา

ขณะที่หลายฝ่ายต่างเรียกร้องและขอความชัดเจนว่า “ศาล” ที่ภูมิธรรม ระบุว่าจะฟ้องเอาผิดกัมพูชานั้นคือศาลอะไรกันแน่ !?

โดย “สมชาย แสวงการ”  อดีตสว. ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กตั้งคำถามว่า “ เห็นทำท่าขึงขังสั่งจะฟ้องเขมร แต่ไม่รู้เอาจริงมั้ย หรือแค่เล่นละครหลอกคนไทยรายวัน? ถ้าเอาจริงๆ ต้องยื่นดำเนินคดีต่อ ICC ฟ้อง ฮุนเซน ฮุนมาเนต ข้อหาอาชญากรสงคราม #กล้ามั้ย”

เช่นเดียวกับ “หมอวรงค์ เดชกิจวิกรม” ประธานพรรคไทยภักดี ชี้ว่า เมื่อกัมพูชาเป็น อาชญากรสงคราม (War Crime) รัฐบาลไทยก็สามารถฟ้องได้ที่ศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC :  International Criminal Court) ซึ่งกัมพูชาถือได้ว่าลงสัตยาบัน และเป็นรัฐภาคีต่อ ICC แล้ว

คำถามที่กดดันไปยังรัฐบาล โดยเฉพาะ รักษาการนายกฯ คือภูมิธรรม ที่ประกาศแล้วว่าจะเดินหน้าฟ้องทั้งอาญาและทางแพ่งเพื่อเรียกค่าเสียหายจากฮุน เซน และพล.อ.ฮุน มาเนต เวลานี้กำลัง “จี้” ให้รัฐบาลเพื่อไทย ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ ว่าไม่จริงใจต่อการแก้ไขปัญหา ระหว่างชายแดนไทย-กัมพูชา เพราะมีปมประเด็นว่าด้วยเรื่อง ความสัมพันธ์ ของ “สองตระกูล” ทั้งฮุน เซน และ “ชินวัตร” คือตัวแปร

แม้ก่อนหน้านี้ “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกฯ ในฐานะเพื่อนรักของฮุน เซน ได้ออกมาบอกแล้วว่าคงไม่มีการพูดคุยกันแล้ว เพราะทำกับลูกสาวตนเองขนาดนี้ แต่อย่าลืมว่า ยังมีคนอีกไม่น้อยที่ไม่เชื่อในสิ่งที่ทักษิณ พูด

ดังนั้นเวลานี้จึงมีเสียงกดดันให้ภูมิธรรม ระบุให้ชัดเจนว่า ไทยจะฟ้องกัมพูชาที่ศาลใด กันแน่ ?

 แม้แต่ “มาริษ เสงี่ยมพงษ์” รมว.ต่างประเทศ ยังบอกว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าจะยื่นเรื่องไปศาลไหน ยังศึกษาอยู่ แต่เราจะยื่นฟ้ององค์กรระหว่างประเทศแน่นอน 

อย่าลืมว่า ยิ่งรัฐบาลไทย ภายใต้การนำโดยคนของพรรคเพื่อไทย ยังไม่ชัดเจนในคำตอบว่า จะจัดการกัมพูชา ด้วยการยกระดับด้วยกลไกไหน ยิ่งจะกลายเป็นการกระทบต่อความเชื่อมั่นสำหรับ “ฝ่ายการเมือง” มากขึ้นทุกที !