เมื่อปฏิทินเลือกตั้งเคลื่อนไปอยู่วันที่ 24 มีนาคม 2562 การมาถึงของเดือนกุมภาพันธ์จึงไม่ได้มีนัยยะเท่าใดนัก หากจะมีก็เพียงอนาคตทางการเมืองชัดๆ ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ประกาศจะเป็นนายกฯในบัญชีพรรคการเมือง ไม่เป็นนายกรัฐมนตรีคนนอก
ทว่าหากย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 อันเป็นวันเลือกตั้งเมื่อ 5 ปีก่อน เป็นการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นหลังรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ประกาศยุบสภา เพื่อหนีแรงกดดันจากการชุมนุมของกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือกปปส.
แต่ปรากฎว่า เมื่อประกาศยุบสภาและให้มีการเลือกตั้งใหม่ พรรคประชาธิปัตย์ได้ประกาศคว่ำบาตร งดส่งผู้สมัคร ส.ส.ลงเลือกตั้งทุกเขตทั่วประเทศแล้ว คณะกรรมการการเลือกตั้งเสนอให้มีการเลื่อนการเลือกตั้งออกไปจนกว่าจะมีการตกลงกับกลุ่มผู้ชุมนุม แต่ไม่เป็นผล รัฐบาลยังคงดำเนินการจัดการเลือกตั้งในวันเลือกตั้ง 2กุมภาพันธ์ กลุ่มกปปส. ทำการปิดล้อมให้ทำการสมัครรับเลือกตั้งไม่ได้ จนกระทั่งเมื่อมีการปิดการสมัครรับเลือกตั้งแล้ว จึงไม่มีผู้สมัครรับเลือกตั้ง และปิดคูหาเลือกตั้งเพื่อล้มการเลือกตั้ง
หลังจากนั้นรัฐบาลกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือกกต. ต่างก็ไม่ยอมเป็นผู้ดำเนินการออกพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งใหม่ ใน 28 เขตเลือกตั้งที่ไม่มีผู้สมัคร ส.ส. และนำไปสู่การพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญเพื่อหาข้อยุคิ ที่สุดศาลรัฐธรรมนูญ สั่งให้การเลือกตั้งเป็น "โมฆะ"
"การที่พระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2556กำหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไปในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 นั้น เมื่อได้ดำเนินการเลือกตั้งเป็นการทั่วไปในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 ไปแล้ว ปรากฏว่ายังไม่มีการจัดการเลือกตั้งสำหรับ 28 เขตเลือกตั้ง ซึ่งยังไม่เคยมีการสมัครรับเลือกตั้งมาก่อนเลยจึงถือได้ว่าในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 มิได้มีการเลือกตั้งทั่วราชอาณาจักร ส่วนการที่จะดำเนินการจัดการเลือกตั้งสำหรับ 28 เขตเลือกตั้ง หลังวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 นั้น ก็ไม่สามารถกระทำได้ เพราะจะมีผลทำให้การเลือกตั้งมิได้เป็นวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักรเช่นเดียวกัน เป็นผลให้พระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2556 เฉพาะในส่วนที่กำหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไปในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญมาตรา 108 วรรคสอง"
การเลือกตั้งวันที่ 2 กุมภาพันธ์ จึงถือเป็นหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์ที่ต้องจดจำ และถอดบทเรียน ทั้งในฝ่ายที่ยึดครองอำนาจและฝ่ายที่กำลังช่วงชิงอำนาจ หรือต่อรองอำนาจ
สิ่งที่พึงตระหนักก็คือ ประตูประชาธิปไตยกำลังแง้มออกมาแล้ว แม้จะเพียงครึ่งบาน ด้วยกลไกจากรัฐธรรมนูญ และกฎหมายลูกต่างๆ การศึกษาอดีต ก็เพื่อย้ำเตือนไม่ให้กลับไปสู่เงื่อนไขเดิม ที่จะนำไปสู่ความสับสนวุ่นวาย และทำให้ประเทศไทยต้องถอยห่างจากประชาธิปไตย