เสือตัวที่ 6
กลุ่มอาชญากรรม BRN ปฏิบัติการเข่นฆ่าผู้คนอย่างเหี้ยมโหดผิดมนุษย์เป็นเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมาจวบจนปัจจุบัน นับวันยิ่งเลวร้ายมากขึ้นจนยากที่จะให้อภัยได้ ทุกชีวิตที่เกิดมาล้วนได้รับฉันทามติให้ดำรงชีวิตของตนอย่างอิสระที่ไม่มีผู้ใดจะมีอำนาจตัดสินให้พวกเขาเสียชีวิตลงไปได้อย่างพลการ ปัจจุบัน กลุ่ม BRN กำลังกระทำการที่ขัดแย้งกับหลักการศาสนาของชาวมุสลิมทั่วโลกที่มุ่งเน้นสันติภาพ สันติสุขของการอยู่ร่วมกันของเพื่อนร่วมโลก ปรากฏการณ์ความเลวร้ายรุนแรงในพื้นที่ปลายด้ามขวานตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา เกิดจากกลุ่มก่อการร้ายที่มุ่งพยายามแบ่งแยกการปกครองจากรัฐ โดยเฉพาะกลุ่ม BRN ที่เป็นกลุ่มก่อการร้ายกลุ่มหลัก ปฏิบัติการขัดขวางความเจริญด้วยการเหนี่ยวรั้งทำลายการพัฒนาทุกรูปแบบของรัฐผ่านการขับเคลื่อนโครงการต่างๆ ของรัฐเพื่อให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่มีความกินดีอยู่ดีมีมาตรฐานการดำเนินชีวิตที่ดีขึ้นจนทัดเทียมคนในพื้นที่อื่นๆ ของประเทศ ด้วยการปลุกปั่นบ่มเพาะคนในพื้นที่ให้เกลียดชังคนส่วนอื่นของประเทศอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ให้หลงเข้าร่วมทำลายความสงบสุขของคนในพื้นที่ตลอดมาด้วยการกล่าวอ้างบิดเบือนคำสอนทางศาสนา หล่อหลอมกล่อมเกลาให้พี่น้องมุสลิมในพื้นที่เข้าใจผิดว่ากำลังถูกกดขี่ ข่มเหง และได้รับความไม่เป็นธรรมต่างๆ จากรัฐ บิดเบือนใส่ร้ายว่ารัฐขัดขวางการดำเนินศาสนกิจของพี่น้องมุสลิมปลายด้ามขวาน เพื่อน้อมนำไปสู่หลักการการทำสงครามญิฮาดโดยบิดเบือนความหมายที่แท้จริง ซึ่งการกระทำดังกล่าวของรัฐเหล่านั้นกลับตรงกันข้าม เพราะแท้จริงแล้วรัฐได้ให้การส่งเสริมสิทธิเสรีภาพการนับถือและดำเนินชีวิตตามหลักศาสนาของคนในพื้นที่อย่างเต็มที่
ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ อันนำไปสู่การฆ่าประชาชนผู้บริสุทธิ์อย่างโหดเหี้ยมในช่วงเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา เป็นเหตุการณ์ที่นำมาซึ่งความเศร้าสลดแก่ประชาชนชาวไทยครั้งแล้วครั้งเล่า ด้วยการกระทำต่อผู้อ่อนแอ ผู้พิการ คนชรา ผู้หญิง เด็ก และนักบวชในศาสนาพุทธอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกลุ่มบุคลดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้นกับความขัดแย้ง โดยกลุ่มอาชญากรรม BRN ได้สร้างสถานการณ์อันเลวร้ายด้วยการใส่ร้ายเจ้าหน้าที่รัฐว่าเป็นผู้สังหารอุสตาดหรือครูสอนศาสนาอิสลามในพื้นที่ อ.สุไหงโกลก เพื่อใช้เป็นข้ออ้างและสร้างความชอบธรรมในการสังหารนักบวชในศาสนาพุทธ และพี่น้องไทยพุทธผู้บริสุทธิ์ ทั้งที่กลุ่มผู้อ่อนแอเหล่านี้ไม่ใช่คู่ขัดแย้งกับ BRN และเป็นผู้บริสุทธิ์ที่ไม่มีอาวุธต่อสู้กับ BRN ซึ่งผู้อ่อนแอเหล่านั้นจะต้องได้รับการปกป้องในทุกกรณีจากเหตุการณ์ความรุนแรงในทุกรูปแบบ อันเป็นแผนการอันชั่วร้ายขององค์กรอาชญากรรม BRN ที่ต้องการสร้างสถานการณ์ให้เลวร้ายลงเพื่อบีบบังคับให้รัฐยอมเปิดโต๊ะเจรจาและยอมรับเงื่อนไขของพวกเขา นั่นคือการยอมให้เอกราชปาตานีในที่สุด
สำนักจุฬาราชมนตรี ซึ่งเป็นสถาบันสูงสุดของผู้นับถือศาสนาอิสลามในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ได้ออกแถลงการณ์ประณามการกระทำอันโหดเหี้ยมผิดมนุษย์ดังกล่าวอย่างชัดเจนและเป็นการประณามกลุ่ม BRN ที่รุนแรงที่สุดเท่าที่สำนักจุฬาราชมนตรีเคยออกแถลงการณ์มา โดยประกาศด้วยถ้อยคำที่ชัดเจนที่สุด ว่า ไม่มีเหตุผล ข้ออ้างใดๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าข้ออ้างทางการเมือง ชาติพันธุ์ ศาสนา หรือประวัติศาสตร์ในการก่ออาชญากรรมอันโหดเหี้ยมเช่นนี้ ในแถลงการณ์ดังกล่าวยังกล่าวถึงบริบทของพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ว่าพื้นที่ที่มีชาวมุสลิมผู้นับถือศาสนาอิสลามเป็นชนกลุ่มใหญ่ หาใช่เป็นชนกลุ่มน้อยไม่ การพยายามกล่าวอ้างเป็นการต่อสู้ตามหลักญิฮาดซึ่งเป็นการต่อสู้ของชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมที่ถูกกดขี่จากคนส่วนใหญ่ของรัฐผู้รุกรานนั้นจึงไม่เป็นความจริง และการฆ่าชีวิตที่เกิดมาโดยประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้า (อัลลอฮ์) นอกจากจะผิดกฎหมายบ้านเมืองและต้องได้รับโทษทางอาญาของรัฐขั้นสูงสุดแล้ว ยังถือเป็นความผิดทางศาสนาอย่างร้ายแรง ด้วยพระองค์อัลเลาะห์ (ช.บ.) ได้ตรัสไว้ในบทอัลอิสรออ์ โองการที่ 33 ความตอนหนึ่งว่า พวกเจ้า จงอย่าฆ่าชีวิตซึ่งอัลเลาะห์ทรงตราห้ามไว้ และถูกฆ่าอย่างอยุติธรรม เพราะเราได้ให้อำนาจแก่ผู้ปกครองของเขา ฉะนั้น อย่าได้ล่วงเกินขอบเขตในเรื่องการฆ่า แท้จริงเขา (ผู้ถูกอธรรม) จะได้รับความช่วยเหลือ การฆ่าคนใดคนหนึ่ง โดยปราศจากสาเหตุที่เที่ยงธรรม ถือว่าเป็นบาปใหญ่ ประหนึ่งว่าเป็นการฆ่ามนุษย์ทั้งมวล และการไว้ชีวิตหนึ่งชีวิตใดนั้น ถือว่าเป็นการกระทำที่ดี ประหนึ่งว่าเป็นการไว้ชีวิตมนุษย์ทั้งมวล และการก่อความวุ่นวายนั้น ร้ายแรงยิ่งกว่าการประหัตประหารเสียอีก มุสลิมได้รับการอนุญาตให้ตอบโต้ผู้ก่อการร้ายกลับไป อายะฮฺเหล่านี้ มิได้อนุญาตให้มีการก่อการร้าย และให้มีความระมัดระวังในการต่อสู้
กลุ่มอาชญากรรม BRN ได้บิดเบือน ตัดตอนคำสอนของพระองค์อัลเลาะห์ (ช.บ.) เพื่อการต่อสู้แบ่งแยกการปกครองจากรัฐสร้างความเลวร้ายอย่างไร้มนุษยธรรมมาโดยตลอด จนกระทั่งล่าสุด สำนักจุฬาราชมนตรี ออกแถลงการณ์ประณาม BRN อย่างชัดเจนและรุนแรงที่สุด ทั้งยังกล่าวแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัว ญาติพี่น้องของผู้บาดเจ็บ ผู้สูญเสีย และยังสนับสนุนให้หน่วยงานของรัฐเร่งนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายโดยเร็ว รวมทั้งให้กำลังใจประชาชนในพื้นที่ให้ช่วยกันดูแลสอดส่องความผิดปกติและเป็นหูเป็นตาให้แก่เจ้าหน้าที่ เพื่อสร้างมาตรการคุ้มครองความปลอดภัยให้กับทุกคนอย่างเท่าเทียนกัน นอกจากนั้น ยังเรียกร้องให้กลุ่มอาชญากรรม BRN ยุติความรุนแรงในทุกรูปแบบ และหันมาใช้สันติวิธีในการแก้ปัญหาอันเรื้อรังนี้อย่างจริงจังด้วยเจตจำนงอันบริสุทธิ์แน่วแน่และความหวังอันเต็มเปี่ยม เพื่อสังคมไทยได้เดินต่อไปข้างหน้าและสร้างความเจริญให้กับคนในพื้นที่ทุกหมู่เหล่าอย่างเท่าเทียมเช่นที่ผ่านมาต่อไป
การกระทำของกลุ่ม BRN ที่เข่นฆ่าผู้คนนับไม่ถ้วนทั้งพี่น้องชาวไทยมุสลิมเองและชาวไทยพุทธในหลายสิบปีที่ผ่านมา จึงเป็นการก่ออาชญากรรมอย่างชัดเจน เป็นการกระทำผิดกฎหมายของรัฐซึ่งการฆ่าคนมีโทษทางอาญาสูงสุด ทั้งยังเป็นการกระทำอันผิดหลักคำสอนทางศาสนาอิสลามที่บัญญัติไว้อย่างชัดเจนจนกระทั่งองค์กรสูงสุดของศาสนาอิสลามในระเทศไทยคือสำนักจุฬาราชมนตรีได้ออกแถลงการณ์ประณามการกระทำอันชั่วร้ายของกลุ่ม BRN ซึ่งที่จริงแล้ว กลุ่มอาชญากรรม BRN เป็นเพียงคนกลุ่มเล็กๆ ที่มีแนวคิดผิดปกติเป็นอันตรายต่อการดำเนินชีวิตอันเป็นปกติสุขของคนในพื้นที่ ดังนั้นหากภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาชนร่วมใจกันผนึกกำลังกันอย่างจริงจังจริงใจต่อกันและมุ่งมั่นร่วมกันแล้ว ก็ย่อมเอาชนะ BRN ได้ไม่ยาก