รศ.ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์

ที่ปรึกษาอธิการบดีมหาวิทยาลัยสวนดุสิต

กลางสัปดาห์ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยสวนดุสิตได้เปิดตัว “สถาบันศิโรจน์ผลพันธิน” อย่างเป็นทางการเมื่อวันพุธที่ 7 พฤษภาคม 2568 เพื่อเป็นศูนย์กลางในการถ่ายทอดและต่อยอดองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการสถาบันการศึกษา โดยมุ่งพัฒนาผู้นำรุ่นใหม่ให้มีศักยภาพขับเคลื่อนองค์กรสู่ความเป็นเลิศและความยั่งยืนในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้สถาบันศิโรจน์ผลพันธินได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.ศุภชัย พานิชภักดิ์  อดีตผู้อำนวยการองค์การการค้าโลก (WTO) อดีตเลขาธิการ UNCTAD และอดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็น “องค์ปาฐกคนแรก” ในงานปาฐกถาพิเศษศิโรจน์ผลพันธิน ครั้งที่ 1 หัวข้อ “บทบาทอุดมศึกษาไทยกับการพัฒนาประเทศ” โดยมีผู้เข้าร่วมฟังปาฐกถาทั้ง On-Site และ Online กว่าพันคน ทั้งผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษา นักวิชาการชั้นนำ และสื่อมวลชนทุกแขนง

สำหรับมุมมองต่อการศึกษาไทยที่จะสะท้อนผ่านการปาฐกถาพิเศษของศาสตราจารย์พิเศษ ดร.ศุภชัย พานิชภักดิ์ ที่น่าสนใจและ
สำคัญ ๆ มีหลายประเด็นด้วยกัน สามารถแยกเป็นประเด็น ๆ สำหรับผู้ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนเพื่อเป็นแนวคิดสู่การปฏิบัติในการพัฒนาคน สังคม และประเทศให้ “รอด” บนความผันแปรที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและตลอดเวลา ดังนี้

‘การศึกษารากฐานแห่งการพัฒนามนุษย์และสังคม’ มองว่า "ถ้าวางแผนพัฒนาประเทศ 100 ปี ให้ลงทุนด้านการศึกษา" คำกล่าวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการศึกษาในฐานะการลงทุนระยะยาวที่จะสร้างอนาคตที่ยั่งยืน การศึกษาไม่ใช่เพียงการถ่ายทอดความรู้ แต่เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนา "คน" ซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีค่าที่สุด ดังที่ ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ เคยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการ "พัฒนาทรัพยากรมนุษย์" ผ่านการศึกษา เพราะการศึกษาช่วยให้เราเข้าใจโลกและปัญหาต่างๆ ได้ดีขึ้น สอดคล้องกับคำกล่าวของ มารี กูรี (Marie Curie) ที่ว่า "Nothing in life is to be feared. It is only to be understood" ชี้ให้เห็นว่า การจะเข้าใจปัญหาต่าง ๆ ได้ต้องอาศัยการศึกษาและการนำความรู้ไปใช้ในการคิดวิเคราะห์ นอกจากนี้ John F. Kennedy ก็เคยกล่าวว่า "การเป็นผู้นำและการเรียนรู้เป็นสิ่งที่ขาดกันไม่ได้" แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการศึกษาในการสร้างผู้นำที่มีคุณภาพ

‘ศาสตร์พระราชากับการเรียนรู้ตลอดชีวิต’ แม้โลกจะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แต่หลักการ "ศาสตร์พระราชา" ยังคงมีคุณค่าและสามารถปรับใช้ได้ เป็นหลักการที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานความเข้าใจธรรมชาติมนุษย์และสังคม ศาสตร์พระราชาสนับสนุน "การเรียนรู้ตลอดชีวิต" ส่งเสริมให้ใฝ่รู้ ใฝ่ศึกษา ทดลอง ปรับปรุงตนเอง เพื่อเท่าทันโลกและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ควรดำเนินไปอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงชีวิต เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตอย่างมีคุณค่าและเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ หัวใจของการศึกษาและการเรียนรู้คือความสามารถในการปรับตัวให้ทันการเปลี่ยนแปลง สอดคล้องกับคำกล่าวของ Charles Darwin ที่ว่าผู้ที่อยู่รอดคือผู้ที่ปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงได้ดีที่สุด

‘การศึกษาตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ชาติ’ แผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ของประเทศไทย ให้ความสำคัญกับการพัฒนา "คน" และการศึกษาเป็นอย่างมาก มุ่งสร้างทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพ มีความรู้ สมรรถนะ และทักษะที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งความสามารถในการปรับตัวให้ดำเนินชีวิตในสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงได้ (Adaptive Skills) มุ่งพัฒนาคนในทุกมิติและทุกช่วงวัยให้เป็น "คนดี เก่ง และมีคุณภาพ" ทั้งนี้จุดเริ่มต้นสำคัญของการพัฒนา "คน" คือการศึกษาตั้งแต่ปฐมวัย โดยเฉพาะในยุคโลกาภิวัตน์ใหม่ที่จำเป็นต้องสร้าง "คน" ที่มีความอดทนต่อความไม่แน่นอนและมีวิสัยทัศน์กว้างไกล นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล James J. Heckman เคยกล่าวว่า โปรแกรมการพัฒนาการในวัยเด็กแรกเกิดสร้างประโยชน์มากมาย และการศึกษายังช่วยลดความเหลื่อมล้ำในสังคมได้ การลงทุนที่ดีที่สุดคือการสนับสนุนการพัฒนาเด็กปฐมวัยที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะสำหรับเด็กและครอบครัวที่ด้อยโอกาส

‘บทบาทของสถาบันอุดมศึกษา’ ในยุคที่เทคโนโลยีขับเคลื่อนโลก การพัฒนาอุดมศึกษาไทยให้เข้มแข็งเป็นภารกิจสำคัญ อุดมศึกษาไทยต้องไม่ใช่แค่ผลิตบัณฑิตที่มีความรู้เฉพาะทาง แต่ต้องสร้าง "คน" ที่มีคุณภาพรอบด้าน ทั้งความรู้ ทักษะ และจิตวิญญาณ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการบูรณาการความรู้ที่หลากหลายเพื่อสร้างพลเมืองที่รู้เท่าทันโลก สถาบันอุดมศึกษาควรมีบทบาทสำคัญในการนำการเปลี่ยนแปลง ทำหน้าที่เป็น "Excellent Centre" และ "Social Laboratory" เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง บ่มเพาะกำลังคน และเป็นพื้นที่ทดลองสร้างสรรค์นวัตกรรมการศึกษา เพื่อตอบสนองความท้าทายในอนาคต

‘การศึกษาในยุคดิจิทัลบนความสมดุลระหว่าง STEM และศิลปศาสตร์’ ในยุคแห่งเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) ระบบการศึกษาจำเป็นต้องปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง โดยมีการบูรณาการความรู้แบบ STEM Education ที่ผสมผสานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์เข้าด้วยกัน อย่างไรก็ตาม การเน้นเพียงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอาจไม่เพียงพอ ควรมีการบูรณาการศาสตร์ด้าน Arts หรือ Liberal Arts เข้าไปในระบบการศึกษาควบคู่กับ STEM กลายเป็น STEAM Education (วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ ศิลปศาสตร์ คณิตศาสตร์) เพื่อความเป็น "มนุษย์" การเน้นแต่วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีโดยขาดศิลปศาสตร์อาจนำไปสู่ปัญหาสังคม สังคมที่ขาดจิตวิญญาณ แม้จะเจริญก้าวหน้าทางวัตถุ ทั้งนี้การศึกษาที่สมดุลสร้างสังคมที่เจริญทั้งวัตถุและจิตใจ การพัฒนาประเทศต้องมีความสมดุลระหว่างวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และศิลปศาสตร์ การศึกษาที่บูรณาการศิลปศาสตร์ที่หลากหลายมุ่งสร้าง "คน" ที่มีความรู้รอบด้าน มีทักษะหลากหลาย เข้าใจตนเองและผู้อื่น ซึ่งจำเป็นในโลกที่ซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงเร็วตามหลัก "ศิลปศาสตร์แบบพหุปัญญา"

การศึกษาเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาคนทุกช่วงวัย การลงทุนในการศึกษาตั้งแต่ปฐมวัยและการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตช่วยพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพ สามารถปรับตัวรับมือกับการเปลี่ยนแปลง และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนา เพราะว่า “การศึกษาเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืน” การลงทุนทางการศึกษาถือว่าคุ้มค่าที่สุดสำหรับอนาคตของประเทศชาติและมนุษยชาติ ครับ...