กลยุทธ์ทางการเมืองที่จะมั่นใจได้ว่านี่คือ ไม้ตาย สามารถกวาดกระแสความนิยม เรียกคะแนนให้กับ ผู้สมัคร ของพรรคตัวเองได้ จะถูกปล่อยออกมาอย่างต่อเนื่องและจะต้องยิ่งมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น !
เช่นเดียวกับการที่ พรรคก้าวไกล กำลังดำเนินอยู่ในเวลานี้ ด้วยการประกาศจุดยืนในการปราศรัยใหญ่ ที่สามย่านมิตรทาวน์ กทม. เมื่อวันที่ 22 เม.ย.66 ที่ผ่านมา ด้วยการชูเป้าหมายการชนะเลือกตั้งรอบนี้เพื่อทั้ง ไล่ลุง และ เปลี่ยนแปลงประเทศ
ทั้ง พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกฯ ไปจนถึง ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้าที่มาในบทบาท ผู้ช่วยหาเสียง ประกาศบนเวทีปราศรัยใหญ่โค้งสุดท้าย ต่างชูม็อตโต้ ในท่วงทำนองเดียวกันว่า เข้าคูหากาก้าวไกล ให้ประเทศไทยไม่เหมือนเดิม ขอให้เลือก คนใหม่ เพื่อเข้าไปเปลี่ยนแปลงประเทศ และที่สำคัญงานนี้ หัวหน้าพรรคประกาศชัดว่า ลุงไม่มีเรา-มีเราไม่มีลุง
แน่นอนว่าความชัดเจนในสายตาของ คนก้าวไกล ย่อมเป็นจุดแข็ง ที่พวกเขาเลือกแล้วว่าจะต้องเดินไปตามธงนี้ เพื่อเรียกความเชื่อมั่น แม้จะเป็นแนวทางที่ถูกมองว่า สุดโต่ง เพราะต้องการชนะในสนามเลือกตั้ง และประกาศไม่จับมือกับพรรคใดก็ตามที่สนับสนุนฝั่งอนุรักษ์นิยม และรัฐประหาร
การเลือกเดินหน้าในลักษณะเช่นนี้ กำลังกลายเป็น เกมที่ เบียดกันเองกับ พรรคเพื่อไทย อย่างจงใจ เพราะอย่าลืมว่าทั้งสองพรรค ต่างเคยเป็น ฝ่ายค้าน ร่วมกันมาตลอด 4ปีที่ผ่านมา แต่ทั้งนี้อีกด้านหนึ่ง อย่าลืมว่า พรรคก้าวไกลเองก็ต้องพยายาม ดิ้นหนี ยุทธศาสตร์การต่อสู้ในแนวของพรรคเพื่อไทย ที่เปิดตัวเปิดหน้าให้ประชาชน เทคะแนน เลือกพรรคเพื่อไทยอย่าง มียุทธศาสตร์เพื่อให้เข้าสภาฯ ไปสู้กับ 250 ส.ว. ในการโหวตเลือกนายกฯคนที่ 30 ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 272 ซึ่งยังถือเป็น เงื่อนตาย ของทั้งสองพรรค
ดังนั้นหากพรรคก้าวไกล ปล่อยให้พรรคเพื่อไทย เดินหน้าปลุกประชาชนด้วยการชูให้เลือกพรรคเพื่อไทย ตามยุทธศาสตร์ของเพื่อไทย ย่อมหมายความว่า โอกาสที่พรรคก้าวไกล จะส่ง พิธา ขึ้นไปนั่งนายกฯคนที่ 30 แข่งกับ อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร และ เศรษฐา ทวีสิน 2แคนดิเดตจากเพื่อไทย จึงเป็นไปได้ยากเต็มที เพราะต้องเปิดทางให้พรรคเพื่อไทยแทน
นอกจากนี้ ยังกลายเป็นว่าพรรคเพื่อไทยเองยังไม่สามารถ สลัดให้หลุดจาก ข้อกังขา ถึงโอกาสและความเป็นไปได้ที่จะไปจับมือกับ พรรคพลังประชารัฐ ตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง หรือไม่ ? แม้ เศรษฐา จะออกมาปฏิเสธหลายต่อหลายครั้ง แต่กลับมี จดหมายเปิดผนึก จาก บิ๊กป้อม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ออกมาฉบับแล้วฉบับเล่า ว่าเขาพร้อมที่จะเป็น ผู้ประสาน และพา ทุกฝ่าย เพื่อก้าวข้ามความขัดแย้ง ไม่ว่าจะเป็น ฝ่ายอนุรักษ์นิยม และ ฝ่ายประชาธิปไตย
ดังนั้น พรรคก้าวไกล จึงต้องเลือกประกาศจุดยืน ที่พร้อมจะ โดดเดี่ยว เพื่อเรียกคะแนนในห้วงโค้งสุดท้าย อย่างที่เห็น !