ความสนใจเทน้ำหนัก มาที่ วุฒิสมาชิก โดยปริยาย เมื่อเวลานี้ สภาสูง คือ ตัวแปร ที่มีความสำคัญทางการเมืองอย่างชัดเจน !
 
แม้ในสายตา ของ ฝ่ายค้าน จะยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามมาโดย อีกทั้งยังเคลื่อนไหวเพื่อหาทาง ปิดสวิตช์ ตัดอำนาจไม่ให้ 250 ส.ว. ใช้สิทธิ์โหวต นายกฯในรัฐสภา แต่ดูเหมือนว่า จนถึงวันนี้ความพยายามของ พรรคฝ่ายค้าน ยังไม่บรรลุเป้าหมาย มิหนำซ้ำ ยังกลายเป็นว่า ส.ว.จะยิ่งทวีบทบาทและมีส่วนสำคัญในการเปิดเกมรุก ในทางการเมืองกับ สภาล่าง ปิดล้อมพรคฝ่ายค้านที่คนละขั้วกับ 2ป. 
 
ทั้ง ป. บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม  ที่ได้กลายเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ และ ป. บิ๊กป้อม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ 
 
ล่าสุด เสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว.ให้สัมภาษณ์ โดยยอมรับว่า ส.ว.มีการแบ่งข้าง เพื่อสนับสนุน ทั้ง บิ๊กตู่และบิ๊กป้อม จริง ส.ว. มีการแบ่งเป็น 2 ฝั่งจริง และยอมรับตามสภาพว่า ส.ว.ชุดนี้มาจาก คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งใน คสช. มีผู้ผู้ใหญ่หลายคน ดังนั้นฉะนั้น การเสนอชื่อในการเลือกนายกรัฐมนตรีไม่ได้มาจากคนๆเดียว  ขณะนี้อาจมีแนวทางความเห็นหลายกลุ่ม หลายพวก แต่เชื่อว่าในท้ายที่สุด จะมีเสียงแตกออกไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
 
และการที่2ป. อยู่กันคนละพรรคการเมืองนั้น เสรี มองว่า  เมื่อเป็นพรรคแยกกันแล้วก็ต้องแข่งกันทำงาน แต่เวลาแข่งกันแล้ว ขึ้นอยู่กับว่าสามารถที่จะเอาฝ่ายการเมืองของแต่ละพื้นที่มาอยู่ที่พรรคตนเองได้มากน้อยแค่ไหน
 
ดังนั้นหมายความว่า เมื่อพรรคฝ่ายค้าน ยังไม่สามารถปิดสวิตช์ส.ว. ในรัฐบาลชุดนี้ได้แล้ว การโหวตเลือกนายกฯ คนที่ 30หลังการเลือกตั้ง ครั้งหน้า ส.ว.ยังเป็นเหมือนหนามที่ตำใจ ฝั่งตรงข้ามกับ 2ป.  เพราะแม้ เสียงส.ว. ทั้ง 250 คนจะถูกแบ่งออกเป็น 2ฝ่าย แต่ก็ยังคงเป็นขั้วอำนาจในปีกเดียวกันเช่นเดิม 
  
โอกาสที่  แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทย หรือพรรคก้าวไกล หรือแม้แต่ พรรคร่วมรัฐบาล อย่างพรรคประชาธิปัตย์ และ พรรคภูมิใจไทยที่หมายมั่นชู อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค นั่งเก้าอี้นายกฯคนที่ 30 ก็ดูจะยากลำบากเต็มที 
 
ไม่เพียงแต่ ส.ว.จะยังคงถืออำนาจในการโหวตเลือกนายกฯ ในรัฐสภา ได้เท่านั้น แต่ยังน่าสนใจว่า การออกมาเคลื่อนไหวว่าด้วยประเด็นชงให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในมาตรา 158 เพื่อยกเลิกการจำกัดระยะเวลาในการดำรงตำแหน่งนายกฯ เอาไว้ที่ 8 ปี 

 แม้เวลานี้ ส.ว.จะเผชิญหน้ากับแรงกดดันจากทุกทิศ ทุกทางที่พากันคัดค้านกันสุดกำลัง ไม่ให้ส.ว. เดินหน้าไปถึงการรื้อระยะเวลาในการนั่งนายกฯ เพราะไม่เช่นนั้นจะเท่ากับว่า แม้เมื่อส.ว.ชุดนี้ครบวาระ 5ปีพ้นตำแหน่งไปแล้ว แต่ได้ ต่อวีซา เก้าอี้นายกฯ เอาไว้ให้ ป.ประยุทธ์  เอาเรียบร้อยแล้ว !