เมื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ ขยับ ! โหมโรงเปิดตัว บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เข้าสมัครเป็นสมาชิกพรรคอย่างเป็นทางการ  ใช้ฤกษ์ของวันที่ 9 มกราคม ที่ผ่านมา  เท่ากับว่าวันนี้  สถานะของพล.อ.ประยุทธ์ คือ นักการเมืองเต็มตัวแล้ว 

 เส้นทางไปสู่อำนาจ กลับเข้าทำเนียบรัฐบาล หลังการเลือกตั้งในครั้งหน้า จะเป็นเรื่องยากหรือง่ายดายล้วนแล้วกำลังรอการพิสูจน์ ด้วยผลการเลือกตั้งที่ถูกคาดการณ์ว่าจะมีขึ้นในวันที่ 7 พฤษภาคมนี้ 

 การที่พรรครวมไทยสร้างชาติและพล.อ.ประยุทธ์ ประกาศทิศทางชัดเจน  แต่ดูเหมือน ฟาก พรรคพลังประชารัฐ ที่มี พี่ใหญ่ อย่าง บิ๊กป้อม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ นั่งเป็นหัวหน้าพรรค กำลังเป็นหนึ่งในหลายพรรคการเมืองที่ได้รับผลกระทบ อย่างหนักหน่วง
 
เมื่อปรากฏว่ามีส.ส.ของพรรคเก็บผ้า ย้ายออกจากพรรคเพื่อไปสวมเสื้อพรรคใหม่ อย่าง รวมไทยสร้างชาติ ด้วยกันหลายสิบชีวิต อีกทั้งยังมีรายงานว่า จากนี้ไปจนถึงช่วงเดือนกุมภาพันธ์ จะได้เห็นคนของพรรคพลังประชารัฐ พากันลาออกอีกล็อตใหญ่ 
 
แน่นอนว่าความเคลื่อนไหวภายในพรรคพลังประชารัฐ อยู่ในความสนใจของคอการเมืองมาโดยตลอดว่าจะเลือกเล่นเกมต่อจากนี้อย่างไร เพราะแม้นาทีนี้พรรคจะเผชิญกับปัญหาเลือดไหลออก แต่อีกด้านหนึ่ง ต้องยอมรับว่าพรรคพลังประชารัฐที่มี บิ๊กป้อม นั่งคุมบังเหียนนั้น สามารถยืดหยุ่น  ไปจนถึงการเปิดปฏิบัติการ จับขั้ว กับพรรคการเมืองใด ก็ได้เพื่อจัดตั้งรัฐบาล หลังเลือกตั้ง 
 
แม้พรรคพลังประชารัฐ จะถูกมองว่า เป็น พรรคพี่ เพราะ พี่ใหญ่ เป็นแม่ทัพ ส่วนพรรครวมไทยสร้างชาติ เป็นเสมือน พรรคน้อง ด้วยมี พล.อ.ประยุทธ์ ไปเป็นสัญลักษณ์ให้กับพรรค จนทำให้หลายฝ่ายประเมินว่า แท้จริงแล้ว ทั้งบิ๊กป้อม และบิ๊กตู่ ใช้กลยุทธ์ แยกกันเดิม ร่วมกันตี แค่ แยก แต่ไม่ได้ แตกหัก อย่างแน่นอน และอาจจะเป็นการดีที่เลือกกลยุทธ์เช่นนี้เพื่อลดความสุ่มเสี่ยงทางการเมือง ด้วยกันทุกฝ่าย 

 เพียงแต่เวลานี้ดูเหมือนว่าพรรคพลังประชารัฐเองกำลังแบกรับกับ ศึกใน ที่เกิดขึ้น ซึ่งกลายเป็นเรื่องเรื้อรังที่แก้กันไม่จบ นั่นคือความขัดแย้งระหว่างกลุ่มก๊วนที่ขึ้นตรงกับ บิ๊กป้อม และกลุ่มการเมือง กลุ่มต่างๆ ที่ดำรงอยู่อย่างเป็นปัจเจก 

 ยิ่งล่าสุดมีรายงานข่าวความเคลื่อนไหวจากกลุ่มการเมืองที่ไม่พอใจ ก๊วนที่ขึ้นตรงกับบิ๊กป้อม อาทิ กลุ่มของร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่เพิ่งย้ายกลับเข้าพรรค ที่ว่ากันว่า กลุ่มสามมิตร ไม่ปลื้มที่จะทำงานด้วย 

 จากความไม่พอใจระหว่างกลุ่มก๊วนภายในพรรคพลังประชารัฐ อาจกลายเป็นความขัดแย้ง จนนำไปสู่ เงื่อนไข ที่ทำให้ หลายคนใช้เป็น เหตุ เพื่อย้ายออกจากพรรค ในเร็วๆนี้ ตามมา 

 ดังนั้นปัญหาของพรรคพลังประชารัฐ ใช่ว่าจะไม่กระทบต่อการเป็นไปของพรรค  เพราะกว่าจะที่พรรคจะเดินไปถึงวันเลือกตั้ง ความแข็งแกร่งของพรรคคืออำนาจต่อรองที่มีความสำคัญที่สุด !