ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยไม่มีการลงมติ ตามมาตรา 152 คือ อาวุธหนัก ที่ พรรคฝ่ายค้าน เตรียมเอาไว้จัดหนัก รัฐบาล เพื่อเป็นการทิ้งทวน ก่อนการยุบสภาฯมาถึงและเกมการเมืองเดินเข้าสู่สังเวียนการเลือกตั้ง 
 
แม้การอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามมาตรา 152 จะไม่มีการโหวตเพื่อลงคะแนน ไว้วางใจ ให้รัฐมนตรีและตัว นายกรัฐมนตรี ผ่านด่านในสภาฯไปได้หรือไม่ เหมือนการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจทั่วไป ตามมาตรา 151 ก็ตาม แต่ย่อมไม่ได้หมายความว่า ศึกนัดสุดท้าย ที่ ฝ่ายค้าน และ ฝ่ายรัฐบาล จะประมือกันในสภาฯ นั้นจะจืดชืด ไร้พิษสงไปเสียทีเดียว 
 
ล่าสุด ชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร  ระบุว่าได้บรรจุญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามมาตรา 152 ที่พรรคร่วมฝ่ายค้านได้ยื่นญัตติ โดยมอบหมายให้ สุชาติ ตันเจริญ  รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงาน ประสานฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล และคณะรัฐมนตรี ในการกำหนดวัน และระยะเวลาในการอภิปราย โดยเชื่อว่า จะสามารถเปิดการอภิปรายได้ในช่วงปลายเดือนนี้ หลัง 21 ม.ค.เป็นต้นไป
 
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อการซักฟอกรัฐบาล มีขึ้นในห้วงเวลาที่ใกล้เคียงกับการเลือกตั้ง ย่อมจะกลายเป็นความได้เปรียบ เสียเปรียบในทางการเมือง ด้วยการที่พรรคฝ่ายค้าน จะใช้โอกาสนี้ เปิดเกมถล่มในสภาฯ ในประเด็นร้อนแรง ที่พัวพันตั้งแต่ตัว บิ๊กตู่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมไปจนถึง แกนนำ ของแต่ละพรรคร่วมรัฐบาล 

 จากนั้นจึงค่อย ดึงเกมออกไปถล่มกันต่อในระดับพื้นที่ ระหว่างการเดินสายหาเสียง เท่ากับว่านี่คือ ภาคต่อ ที่พรรคฝ่ายค้าน ต้องการ ขยายแผล  เพื่อตัดคะแนนนิยมไปตลอดห้วงของการหาเสียง 

 เมื่อฝ่ายค้านรู้ดีว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามมาตรา 152 ย่อมไม่มีผลโค่น ทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ ว่าที่แคนดิเดตนายกฯของพรรครวมไทยสร้างชาติ กลางสภาฯ แต่ย่อมไม่ได้หมายความ โอกาสจะหมดลงไปด้วย 

 นอกจากนี้ยังน่าสนใจว่า ในศึกซักฟอกครั้งนี้ อาจไม่เพียงแต่เป็นการประดาบกันระหว่าง ฝ่ายค้าน กับ รัฐบาล เท่านั้น หากแต่ในจังหวะนี้ยังจะกลายเป็นการเปิดทางให้ พรรคร่วมรัฐบาล ด้วยกันเอง เปิดหน้า ถล่มกันเอง เพื่อชำระแค้น จากการเมืองในระดับพื้นที่ ไปในคราวเดียวกัน !