8 ปีอันยาวนาน สำหรับ พรรคเพื่อไทย ในฐานะ ฝ่ายค้าน คือแรงกดดันที่ทำให้พรรคเพื่อไทย ต้องปรับยุทธศาสตร์การต่อสู้ เพื่อดิ้นหนีสถานะเดิม  ให้ได้ 
 แต่การวางยุทธศาสตร์ เพื่อต่อสู้ทางการเมืองสำหรับพรรคเพื่อไทยแล้ว ยังต้องมองและประเมินด้วยกันทั้งการได้มาซึ่งชัยชนะในสนามเลือกตั้ง และโอกาสที่จะเดินไปถึงทำเนียบรัฐบาล ในฐานะ รัฐบาล ไม่ว่าจะด้วยการเป็น พรรคแกนนำรัฐบาล และแม้แต่การเป็น พรรคร่วมรัฐบาล
 
 สถานการณ์ของพรรคเพื่อไทย วันนี้ย่อมยังไม่สามารถฟันธงได้ว่า จะเผชิญกับ วิกฤต หรือ โอกาส เพราะทุกอย่างย่อมเป็นไปได้ทั้งหมด ! 
 

หากการต่อสู้ของพรรคเพื่อไทย เดินหน้าไปตามลำพัง ชูจุดขายอยู่ที่การเป็น รัฐบาลพรรคเดียว ไม่จับมือกับพรรคใดพรรคหนึ่ง โดยเฉพาะพรรคที่มีลักษณะกลางๆ ไม่ซ้ายหรือขวา รวมถึงพรรคที่จะไม่ยึดโยงกับการชู บิ๊กตู่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  ให้กลับมาเป็นนายกฯ รอบที่3 น่าจะเป็น คำตอบ ให้กับพรรคเพื่อไทยได้ 

 กระแสข่าวที่ดังมาตั้งแต่ปลายปี จนถึงวันนี้ยังคงวนเวียนอยู่กับ ประเด็นเรื่องการ เปิดดีล  ระหว่าง 3พรรค  คือ พรรคเพื่อไทย พรรคพลังประชารัฐ ที่มี บิ๊กป้อม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯเป็นหัวหน้าพรรค และ พรรคภูมิใจไทย ที่มี อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.สาธารณสุข เป็นหัวหน้าพรรค จนทำให้เกิดคำถามไปถึง อนุทิน และบิ๊กป้อม หลายๆต่อหลายครั้ง
 
 แน่นอนว่าทุกคนที่มีชื่อเกี่ยวข้องกับประเด็นนี้ ยังไม่มีใครตัดความสัมพันธ์ กันอย่างชัดเจน เพียงแต่ขอให้สื่อรอดูตัวเลขส.ส.หลังการเลือกตั้งเป็นหลัก แต่ในอีกด้านหนึ่งในความไม่ชัดเจนนี่เองที่อาจกลายเป็น เกมเขย่าขวัญ ทั้งฝ่ายที่ประกาศตัวหนุน พล.อ.ประยุทธ์ ให้อดหวั่นไหวไม่ได้เช่นกัน 
 
แต่สำหรับพรรคเพื่อไทยแล้ว ย่อมรู้ดีว่าแม้พรรคจะชนะเลือกตั้งแบบแลนด์สไลด์ ได้ส.ส.เข้าสภาฯมากกว่า 250 ที่นั่ง แต่ไม่ได้หมายความว่า จะฝ่าด่าน 250ส.ว. ตัวแปรในการโหวตเลือกนายกฯ ในสภาฯไปได้ ดังนั้นหากพรรคเพื่อไทยเลือกปรับโหมด เปิดทางรับไมตรี จากพรรคการเมืองอื่นๆ เพื่อร่วมขบวนเป็นพรรครัฐบาลโดยที่อาจจะต้องทำใจ ที่นายกฯคนที่ 30 จะไม่ใช่แคนดิเดตจากพรรคเพื่อไทย 

 ขณะเดียวกันหากพรรคเพื่อไทย เปิดหน้าเล่นในสูตรดังกล่าวอย่างชัดเจน ก็อาจไม่เป็น ผลดี เพราะจะสุ่มเสี่ยงต่อการสูญเสีย กองเชียร์ แนวร่วม ทั้งคนเสื้อแดง และฝ่ายที่มองหาพรรคการเมืองใหม่ ๆขึ้นมาเป็นรัฐบาล ดังนั้นการปรับแผน ปรับยุทธศาสตร์ของพรรคเพื่อไทย ในนาทีนี้จึงเป็นทั้งเรื่องยากลำบาก และโอกาสที่จะทำให้พรรคเพื่อไทย พลิกโฉม พลิกขั้ว ทิ้งสถานะ พรรคฝ่ายค้าน หลังผ่านมาแล้ว 8ปี !