สัญญาณจาก ครูใหญ่ แห่ง พรรคภูมิใจไทย ที่พูดถึงเรื่องราวทางการเมืองครั้งล่าสุด เมื่อวันที่ 25 ธ.ค.65 ที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่า น่าสนใจ ไม่น้อย
เพราะไม่บ่อยครั้งนักที่ ครูใหญ่ อย่าง เนวิน ชิดชอบ ประธานบริหารสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในฐานะแกนนำตัวจริง เสียงจริง ของพรรคภูมิใจไทย จะพูดถึงเรื่องการเมืองอย่างชัดเจน ผ่านทีวีไทยพีบีเอสเช่นครั้งนี้
โดยเนวิน มองว่า การเมืองควรจะเลิกแบ่งขั้วกันได้แล้ว ไม่อย่างนั้นบ้านเมืองก็เดินไปข้างหน้าไม่ได้ และเชื่อว่าหลังการเลือกตั้ง ในปี 2566 นั้นจะไม่มี มิตรแท้หรือศัตรูถาวร
ส่วนเรื่องความสัมพันธ์ กับ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เคยมีปัญหาในอดีตลืมไปหมดแล้วหรือยัง และจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับ พรรคเพื่อไทย ได้หรือไม่ นั้น เนวิน ระบุว่า อย่าเอาตัวเขาไปเกี่ยวโยงกับพรรคภูมิใจไทย เพราะทุกวันนี้เขาเป็นเพียง ครูใหญ่ และเป็น ลุงเนวิน สำหรับพรรคภูมิใจไทยเท่านั้น
"ถ้าหัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรค แกนนำพรรคในปัจจุบัน เป็นผู้บริหารทั้งหมดนี่นะ แล้วมันมีความขัดแย้งอะไรกับคุณอนุทินเขาล่ะ ผมก็ไม่เห็นว่ามีความขัดแย้ง แม้กระทั่งตัวท่านนายกฯ ทักษิณ เองนี่นะ ในอดีตกับคุณอนุทิน เขาก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรกัน อย่าเอาตัวผมมาเป็นที่ตั้งสิ ผมไม่ได้เกี่ยวกับพรรคภูมิใจไทยนะ ผมแค่ครูใหญ่ ผมเป็นแค่ลุงเนวิน"
การออกมาให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อของเนวิน คล้ายเป็นการเปิดประตูรับทุกพรรค ทุกฝ่าย โดยที่เขาเอง กัน ตัวเองออกห่างจากพรรค โดยที่ไม่ได้ชี้ชัดลงไปว่า แท้จริงแล้วความสัมพันธ์ระหว่างเขาเองกับอดีตนายกฯทักษิณ นั้นต่างลืมเลือนความบาดหมางในอดีตไปหมดแล้วหรือไม่
แต่เลือกที่จะให้น้ำหนักกับ กรรมการบริหาร ชุดปัจจุบันของพรรคเพื่อไทย โดยย้ำว่าไม่มีปัญหา หรือความขัดแย้งใดๆกับ อนุทิน ในฐานะหัวหน้าพรรค
แน่นอนว่า ท่าทีของเนวิน ย่อมทำให้ ฝ่ายการเมือง ต่างพากันเงี่ยหูฟัง และเพ่งตามองว่าที่สุดแล้วพรรคภูมิใจไทย ที่กำลังกลายเป็น ตัวแปร สำคัญในทางการเมือง ด้วยมีโอกาสจะเป็นพรรคที่กวาดส.ส.เข้าสภาฯได้มากที่สุด แม้อาจจะไม่ถึงขั้น พรรคอันดับหนึ่ง แต่แนวโน้มที่จะกลายเป็นพรรคอันดับ 2หรือ3 ยิ่งเป็นไปได้สูง
ดังนั้นจึงเท่ากับว่า พรรคภูมิใจไทย จะอยู่ในฐานะ ผู้เลือก และมีอำนาจต่อรอง ในทางการเมือง ทั้งปีกพรรคเพื่อไทย และ พรรคการเมืองที่สนับสนุน บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้กลับมาเป็นนายกฯ คนที่ 30 สูงเอาการเลยทีเดียว !