เมื่อเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง กำลังจะกลายเป็น เรื่องใหญ่ สร้างแรงสั่นสะเทือนไปถึง บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ด้วยเหตุอันเกิดจาก ปฏิทินปีใหม่ ของ ส.ส.ใต้ พรรคพลังประชารัฐ จนทำให้ เรื่องดังกล่าวกลายเป็นเรื่องร้อน กดดันให้ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องชี้แจง ในระหว่างเดินทางไปลงพื้นที่ที่เชียงราย เมื่อวันที่ 21 ธ.ค.65
ส.ส.พลังประชารัฐ ที่มีภาพหลุดถ่ายรูปคู่กับ พล.อ.ประยุทธ์ โดยภาพดังกล่าวได้นำมาทำเป็นปฏิทินเตรียมแจกในช่วงปีใหม่ คือ สายัณห์ ยุติธรรม ส.ส.นครศรีธรรมราช ซึ่งเจ้าตัวประกาศมาโดยตลอดว่า แม้วันนี้ตัวจะอยู่พรรคพลังประชารัฐ ที่มี บิ๊กป้อม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ เป็นหัวหน้าพรรคก็ตาม แต่ก็พร้อมจะตาม พล.อ.ประยุทธ์ ไปในทุกที่ รวมถึงพรรครวมไทยสร้างชาติ ซึ่งถูกคาดหมายว่า นี่คือพรรคการเมืองใหม่ที่พล.อ.ประยุทธ์ จะย้ายไปอยู่ด้วยในการเลือกตั้งครั้งหน้า
การทำปฏิทิน ของสายัณห์ โดยใช้รูปที่ถ่ายคู่กับพล.อ.ประยุทธ์ กำลังถูกนำไปตีความจาก ฝ่ายค้าน ว่าเข้าข่ายกระทำผิดตามพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 หรือไม่ในลักษณะของการเข้าข่ายครอบงำพรรคการเมืองโดยบุคคลภายนอก
สายัณห์ แถลงข่าวชี้แจงประเด็นดังกล่าวต่อสื่อมวลชน เมื่อวันที่ 21 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยย้ำว่า เรื่องนี้พล.อ.ประยุทธ์ ไม่รู้เรื่องด้วย และที่สำคัญ ยังไม่ได้ทำออกมาเป็นปฏิทินแต่อย่างใด เป็นเพียงภาพกราฟฟิก แต่รูปได้หลุดออกมาจากกลุ่มไลน์ของเพื่อน ไปจนถึงมือสื่อมวลชนเสียก่อน และย้ำว่าอะไรที่หมิ่นเหม่ต่อข้อกฎหมาย ตนเองไม่มีทางทำแน่นอน
ปัญหาที่เกิดขึ้น จนทำให้พล.อ.ประยุทธ์ และสายัณห์ ต้องออกมาชี้แจง เพราะเรื่องนี้เกี่ยวพันไปถึงข้อกฎหมาย และมีความเป็นไปได้ว่า จะมีผู้ไปร้องให้มีการตรวจสอบ
ล่าสุด อิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเลือกตั้ง ระบุในเรื่องนี้ว่า ได้รับทราบจากข่าวแล้ว สำนักงาน กกต.ซึ่งเป็นฝ่ายเลขาฯจะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นควบคู่กันไป ไม่ว่าจะมีผู้ร้องหรือไม่ก็ตาม แต่ผลเป็นอย่างไรก็ต้องเสนอเข้าสู่ที่ประชุม กกต.
หลักใหญ่ใจความของความสุ่มเสี่ยงในข้อกฎหมาย กรณีการทำรูปคู่เพื่อเตรียมทำปฏิทิน ของสายัณห์ นั้น สมชัย ศรีสุทธิยากร ประธานขับเคลื่อนยุทธศาสตร์นโยบาย พรรคเสรีรวมไทย และอดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก อธิบายเอาไว้ชัดเจนว่า
1. แจกปฏิทิน เข้าข่ายความผิด มาตรา 73(1) พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. (ให้ทรัพย์สินอันอาจคำนวณเป็นเงินได้แก่ผู้ใด)
2. รูปประยุทธ์ ที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคหรือตอบรับการทาบทามเป็นแคนดิเดตพรรค เข้าข่ายความผิด มาตรา 73(5) พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. (หลอกลวง จูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคการเมือง)
3. ใช้ข้อความ สัญญลักษณ์ ของพรรคโดยมิชอบ เข้าข่ายความผิดมาตรา 32 พ.ร.ป. พรรคการเมือง (ห้ามผู้ใด ใช้ชื่อ ภาพเครื่องหมาย หรือถ้อยคำที่ทำให้เข้าใจว่าเป็นพรรคการเมือง)
ข้อ 1 ข้อ 2 จำคุก 1-10 ปี ปรับ 20,000-200,000 หรือทั้งจำทั้งปรับ เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี
หากกรรมการบริหารรู้เห็นเป็นใจ โทษทางอาญาถึงกรรมการบริหารด้วย เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งตลอดชีวิต และให้ถือเป็นเหตุที่จะยุบพรรคด้วย (มาตรา 158,159 พ.ร.ป. ส.ส.)
ข้อ 3 จำคุก 1 ปี หรือปรับ 20,000 หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 110 พ.ร.ป.พรรคการเมือง)
กกต. ทราบเรื่อง เป็นความปรากฏต่อสาธารณะ แล้วไม่ดำเนินการใด ๆ ก็ ม. 157 กกต.
จากความสุ่มเสี่ยง ดังกล่าวนี้นี่เอง ที่อาจทำให้พากัน ตายหมู่ ด้วยเรื่องที่ไม่ควรจะเป็นเรื่อง ประการฉะนี้ !