ดูเหมือนว่า การสวมบท เตมีย์ใบ้ ของ บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  เจ้าของรหัส สร.1  น่าจะ ได้ผล น่าพอใจ เพราะอย่างน้อยที่สุด ในห้วงที่รัฐบาล กำลังเตรียมจัดงานใหญ่ งานสำคัญระดับชาติ  จึงต้องเว้นวรรค เรื่องการเมือง พักเอาไว้ก่อน 


 เมื่อวันจันทร์ที่ 31 ต.ค.65 ที่ผ่านมา สาระสำคัญ ในการตอบคำถามของ พล.อ.ประยุทธ์ ให้น้ำหนักไปที่ประเด็นว่าด้วยการเตรียมความพร้อมของรัฐบาลในฐานะ เจ้าภาพ จัดการประชุมคณะกรรมการระดับชาติเพื่อเตรียมการจัดการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ในฐานะที่ไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปค ปี 2565 


 ทั้งการยืนยันว่า ในการประชุมของคณะกรรมการฯ วันนี้ถือเป็นการประชุมครั้งสุดท้าย จากนี้จะมีการทบทวนทำความเข้าใจกันอีกทีหนึ่งในวันที่ 14 พ.ย. อีกครั้ง
 น่ายินดีที่ผู้นำเศรษฐกิจพิเศษทั้งหมดได้มีการตอบรับมาแล้ว มาด้วยตัวเอง 18 ประเทศ และส่งผู้แทนมา 4 ประเทศ รวมเป็น 22 ประเทศ และยังรอการยืนยันอีก 1 ประเทศ ถือเป็นความก้าวหน้าที่ดีสำหรับประเทศไทย พล.อ.ประยุทธ์ ระบุกับสื่อ 


 แต่เมื่อถูกถามเรื่องการเมือง กรณีที่ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย คาดการณ์ว่าการตัดสินใจยุบสภาฯ น่าจะมีขึ้นก่อนวันที่ 24 ธ.ค.นี้เพราะจะเป็นจังหวะที่ ฝ่ายรัฐบาล ได้เปรียบมากที่สุด รวมถึงประเด็นที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ร่างกฎหมายเปิดให้ชาวต่างชาติสามารถซื้อที่ดินในไทยรายละไม่เกิน 1ไร่ แลกกับการนำเงินเข้ามาลงทุน 40 บาท ปรากฏว่า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ตอบคำถามเรื่องดังกล่าว ! 


 แน่นอนว่า ภารกิจสำคัญของรัฐบาลที่จะต้องร่วมกันขับเคลื่อนให้ลุล่วงคือการจัดการประชุมเอเปคในเดือนพ.ย. เพราะหากย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ แสดงจุดยืนและประกาศความชัดเจนเรื่องการเป็นเจ้าภาพจัดงานเอเปค แม้ในยามที่ มรสุม จะรุมเร้าพล.อ.ประยุทธ์ หลายต่อหลายครั้ง 


 เท่ากับว่า วาระการจัดประชุมเอเปกนั้นเป็นเหมือน หมุดหมาย ของฝ่ายรัฐบาลเอง เช่นเดียวกับ ฝ่ายค้าน ที่ประเมินแล้วว่าจะต้องโหมโรงการเมือง การเลือกตั้งในห้วงเวลาใด จึงจะ พีค ที่สุด 


 ภายใต้ท่าทีสงบนิ่งของผู้นำรัฐบาล ไปพร้อมๆกับการเลี่ยงที่จะตอบคำถามทางการเมือง ของพล.อ.ประยุทธ์ ลึกๆแล้วรัฐบาลเองอาจมีความหวั่นไหวถึง ความวุ่นวาย จาก ฝ่ายต่อต้านรัฐบาล ทั้งจากฝ่ายการเมือง และ ภาคประชาชน ที่อาจฉวยจังหวะนี้ เขย่าความเชื่อมั่นของรัฐบาลได้ดีที่สุด !