ไม่ว่าสื่อจะจี้ถาม “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐนตรีและรมว.กลาโหม ถึงเรื่องราวทางการเมืองกี่หนกี่ครั้งก็ตาม จนถึงวันนี้ ยังไม่ปรากฏว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะยอมพูดถึงเรื่องการเมือง 


 ทั้งในระหว่างการลงพื้นที่ไปตรวจสถานการณ์น้ำท่วมที่จ.สิงห์บุรี เมื่อช่วงวันหยุดต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา จนถึง ณ วันนี้ ดูเหมือนว่า ประเด็นที่พล.อ.ประยุทธ์ ยอมพูดและชี้แจงล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องของการเตรียมประชุมเอเปก ซึ่งถือเป็นงานใหญ่สำหรับรัฐบาลไทย ในเดือนพ.ย.นี้ 


 รวมถึงเหตุการณ์ความวุ่นวายต่างๆที่เกิดขึ้น ทั้ง “เค ร้อยล้าน”  บุคคลที่เข้าไปทำร้ายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ทำเอาผู้คนแตกตื่น  แต่สำหรับประเด็นเรื่องร้อนๆ ที่สื่อเพียรเฝ้าถามมาหลายครั้ง กลับไม่มีคำตอบ นั่นคือเรื่อง “นายกฯคนละครึ่ง” หรือขอเสนอให้พล.อ.ประยุทธ์ สมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ล้วนแล้วแต่เป็นการโยนหินถามทางมาจากคนในพรรคพลังประชารัฐ เองทั้งสิ้น 

 แต่คำตอบที่ได้ จากพล.อ.ประยุทธ์ กลับมีเพียง แค่ว่า “ การเมืองผมไม่พูด” และ ตอบคำถามเรื่องจะสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ เมื่อใด ก็ตอบแค่ว่า “ เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น” 


 การใช้ความ “สงบ” เพื่อหยุดทุกความเคลื่อนไหวทางการเมือง ที่รายล้อม อยู่รอบตัว พร้อมๆกับการกดดันจาก คนในพรรคพลังประชารัฐ ที่เวลานี้ต่างต้องการความชัดเจนจากพล.อ.ประยุทธ์ ด้วยหวั่นๆว่าพรรคจะแตก หากไม่มีกระแสของพล.อ.ประยุทธ์ เข้ามาช่วย 


 อย่างไรก็ดี การใช้ความเงียบของพล.อ.ประยุทธ์ มีแนวโน้มว่าจะจบลงเมื่อ “งานใหญ่” ของรัฐบาลผ่านพ้นไปได้อย่างราบรื่น  หลังการประชุมเอเปกจบลง 
 จากนั้นการเมืองจะเข้าสู่โหมดของความเข้มข้น การต่อสู้จากทุกพรรค ทุกขั้วจะเปิดฉากอย่างเป็นทางการ และอาจถึงขั้นที่ว่า “ไม่ต้องเกรงใจ” กันอีกต่อไป 
 เมื่อถึงเวลานั้น อาจไม่ใช่แค่เฉพาะ พล.อ.ประยุทธ์ เท่านั้น ที่จะส่งสัญญาณ แรงชัด หากแต่อาจหมายความไปถึงการขยับของ “3ป.” ที่จะแจ่มชัด ทั้งภารกิจของฝ่ายบริหาร เดินคู่ไปกับการเมือง !