การตัดสินใจ เล่นเกมแรง เปิดเกมเร็ว ของ พรรคก้าวไกล ในห้วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา กำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายอย่างหนักหน่วง ! เพราะการชูธงให้มีการแก้กฎหมาย มาตรา112 อย่างตรงไปตรงมาว่านี่คือ นโยบาย ที่พรรคจะนำไปใช้เดินหน้าเสียง ในการเลือกตั้งรอบหน้า ไม่เพียงแต่จะเป็นการแยก มิตร อย่าง พรรคเพื่อไทย พรรคแกนนำฝ่ายค้าน อาจเป็นเรื่องยากที่จะ แตะมือ จับมือร่วมกันตั้งรัฐบาลในการเลือกตั้งรอบหน้า
ยิ่งเวลานี้ดูเหมือนว่าพรรคเพื่อไทยเอง มี ที่หมายใหม่ ที่จะเป็น ความหวัง ให้กับพรรคเพื่อไทย มีโอกาสได้เข้าไปนั่งในทำเนียบรัฐบาล พลิกขั้วจาก ฝ่ายค้าน ไปเป็น รัฐบาล ได้บ้าง ยิ่งเมื่อกระแสการจับมือกับระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคพลังประชารัฐ เพื่อร่วมกันตั้งรัฐบาล กระหึ่มมากเท่าใด ยิ่งเหมือนเป็นการโดดเดี่ยว พรรคก้าวไกลมากขึ้นเท่านั้น !
ในความเป็นจริงแล้วการที่พรรคก้าวไกล ต้องเลือกเปิดเกมแรง ด้วยการชูธงเอาไว้ที่การแก้ไขมาตรา 112 ซึ่งไปแตะสถาบันเบื้องสูง เพราะมั่นใจว่า กลุ่มเป้าหมาย ที่หนุนให้มีการปฏิรูปสถาบันที่อยู่นอกสภาฯ เคลื่อนไหวอยู่บนท้องถนนไปจนถึงตามสถาบันการศึกษาต่างๆ น่าจะ เอาด้วย
ขณะที่พรรคก้าวไกล ยังเดินหน้าขับเคลื่อนให้มีการแก้ไขมาตรา 112 อย่างไม่ลดละ ยังทำให้ พรรคร่วมฝ่ายค้าน อย่าง พรรคเสรีรวมไทย ออกตัวชัดเจนว่า ไม่เอาด้วย เมื่อ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรค ประกาศเลยว่าจะต้องมีกฎหมายปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ใครจะละเมิดมิได้
การเลือกเล่นเกมแรง ของพรรคก้าวไกล เช่นนี้ยิ่งทำให้เป้าหมายการกวาดที่นั่งส.ส. 120ที่นั่ง และได้เป็นรัฐบาล อาจดูห่างไกลออกไปทุกที เพราะอย่าลืมว่าประชาชนคนไทยยังมีความรักและผูกพันกับสถาบัน ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจหากจะพบว่า เวลานี้ไม่เพียงแต่ พรรครัฐบาล เท่านั้นที่จะประกาศจุดยืนชัดเจนไม่แก้มาตรา 112 แต่ยังกลายเป็นว่า บนเวทีนี้ คงเหลือเพียงพรรคก้าวไกล เพียงพรรคเดียว ที่ยังยืนโดดเดี่ยวตามลำพัง
โดยที่ยังไม่นับรวมความสุ่มเสี่ยงว่าจะถูก ยุบพรรค ตามมาหรือไม่ หลังจากที่มีตัวแทนจากพรรคไทยภักดี ไปยื่นหนังสือร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ตรวจสอบว่ากระทำตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ หรือไม่ !?